- คอลลิเออร์ส ประเทศไทยเผยข้อมูลตลาดอสังหาฯภูเก็ตในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี2564–2568) มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่มากถึง 45,066 ยูนิต มูลค่าการลงทุนรวม 469,720 ล้านบาท
- ปี 2568มีคอนโดฯ บ้านจัดสรรและบ้านพักตากอากาศเปิดขายใหม่มากกว่า 72 โครงการจำนวน 10,312 ยูนิต มูลค่ากว่า 81,643 ล้านบาท เกินครึ่งเป็นคอนโดฯจำนวน 8,372 ยูนิต มูลค่ากว่า 47,349 ล้านบาท
- ผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่-นักลงทุนเร่งปรับกลยุทธ์มองหาโอกาสใหม่ในตลาดต่างจังหวัด เจาะเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงด้านดีมานด์เพื่อการอยู่อาศัยระยะยาวและเพื่อการลงทุน (Investment demand)
- ทำเลยอดนิยมกระจุกตัวอยู่ในย่านบางเทา เชิงทำเล กะตะ กะรน ราไวย์ และในพื้นที่ใจกลางเมืองภูเก็ต
ภูเก็ตขึ้นแท่นเมืองยุทธศาสตร์ที่ได้รับแรงผลักดันจากเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ขนาดใหญ่ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพของจังหวัดในทุกมิติ ตั้งแต่การท่องเที่ยวระดับโลก การดึงดูดการลงทุน ไปจนถึงการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจนานาชาติของฝั่งอันดามัน ทำให้กระแสการลงทุนที่หลั่งไหลเข้าสู่ภูเก็ตกำลังทวีความเข้มข้น รวมถึงการพัฒนาโครงการแบบ Branded Residence จากแบรนด์ระดับโลก ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต
แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี2564–2568) เม็ดเงินการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงหลั่งไหลเข้าสู่เกาะภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง โดยมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่มากถึง 45,066 ยูนิต มูลค่าการลงทุนรวม 469,720 ล้านบาท สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของภาคอสังหาฯในพื้นที่ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศที่มุ่งตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อชาวไทยและชาวต่างชาติ
โดยเฉพาะปี2567 ถือเป็นปีที่มีจำนวนอุปทานที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่สูงที่สุด จำนวน 18,515 ยูนิต และยังเป็นปีที่มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดเช่นเดียวกัน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 190,112 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงเวลาปรับตัวของตลาดอสังหาฯในพื้นที่หลังจากที่อุปทานเป็นจำนวนมากถูกเปิดตัวในช่วง 2 ปีก่อนหน้า ทำให้ปี 2568มีโครงการคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรและบ้านพักตากอากาศเปิดขายใหม่มากกว่า 72 โครงการจำนวน 10,312 ยูนิต มูลค่าการลงทุนรวมมากกว่า 81,643 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการคอนโดฯเปิดขายใหม่มีมากถึง 23 โครงการจำนวน 8,372 ยูนิต มูลค่าการลงทุนรวม 47,349 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในทำเลย่านบางเทา เชิงทำเล กะตะ กะรน ราไวย์ และในพื้นที่ใจกลางเมืองภูเก็ต โดยคาดการณ์ว่ายังมีโครงการคอนโดฯรอเปิดขายใหม่อีกกว่า 6,000 ยูนิตในปี 2569 และส่วนใหญ่ยังคงเป็นการพัฒนาของผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาด

ส่งผลให้มีโครงการคอนโดฯ บ้านจัดสรรและบ้านพักตากอากาศหลายโครงการสามารถปิดการขายได้ภายในเวลาที่รวดเร็ว ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายสามารถทำขายได้มากกว่า 50-70% ของทั้งโครงการหลังจากเปิดการขายได้ไม่ถึง 1 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงความต้องการที่สูงจากทั้งผู้ซื้อในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ
โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุนระยะยาว ความนิยมในตลาดบ้านพักตากอากาศ (Second Home) รวมถึงแนวโน้มการกลับมาของนักท่องเที่ยวและผู้พำนักระยะยาวจากต่างประเทศ
ในปี 2568 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตจำนวน 10,470,261 ล้านคน ปรับตัวลดลง 5.38% จากปีก่อนหน้า มีรายได้จากการท่องเที่ยวถึง 545,867.6 ล้านบาท ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกันประมาณ 4.49%
ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่เกาะภูเก็ตเป็นจำนวนมาก คือ ชาวรัสเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย จีน คาซัคสถาน เป็นต้น ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาฯในพื้นที่ยังคงมีแนวโน้นเติบโตแบบมีนัยสำคัญ และกลายเป็นทำเลทองร้อนแรงที่มีการพูดถึงกันมากที่สุดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า การเพิ่มขึ้นของอุปทานในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นในบางเซกเมนต์ โดยเฉพาะตลาดคอนโดฯระดับกลางถึงระดับบน ทำให้ผู้พัฒนาโครงการจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการวางตำแหน่งสินค้า (Product Positioning) คุณภาพโครงการ และการกำหนดกลยุทธ์ด้านราคาอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ปี’69 บิ๊กอสังหาฯมหาชนบุกตลาดภูเก็ตหนัก
สำหรับมุมมองเกี่ยวกับตลาดอสังหาฯในภูเก็ตปี 2569 แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย คาดการณ์ว่า ผู้พัฒนาอสังหาฯรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ยังคงเดินหน้าประกาศแผนการพัฒนาโครงการใหม่ในพื้นที่ภูเก็ตอย่างคึกคัก โดยเฉพาะกลุ่มแสนสิริ ที่ได้ประกาศแผนการลงทุนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวโครงการคอนโดฯใหม่มากกว่า 2 โครงการ และกลุ่มแอสเซทไวส์ ที่ยังคงมองหาที่ดินศักยภาพอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับแผนการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้วางแผนพัฒนาโครงการในภูเก็ตทั้งหมด 6โครงการ นอกจากนี้ยังมีผู้พัฒนารายใหญ่ในพื้นที่อีกหลายรายที่ยังรอจังหวะและเปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เช่น กลุ่มโบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต เป็นต้น
โดยภาพรวมตลาดคอนโดฯยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่อุปทานเปิดขายใหม่อาจปรับตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ประมาณ 6,000 -8,000 ยูนิต เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีอุปทานเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมากเกือบ 25,000 ยูนิต ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง สำหรับทำเลที่ยังคงได้รับความนิยมยังคงเป็นทำเลบางเทา เชิงทะเล ราไวย์ กะตะ กะรน และในพื้นที่เมืองภูเก็ต

สำหรับภาพรวมของบ้านพักตากอากาศในเมืองไทยที่ผ่านมาค่อนข้างได้รับความสนใจจากกลุ่มเศรษฐีชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะทำเลที่ดีในจังหวัดภูเก็ตซึ่งถือได้ว่ามีบ้านพักตากอากาศราคาค่อนข้างสูง และได้รับความสนใจที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ ส่งผลให้ตลาดบ้านพักตาอากาศเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจซื้อสำหรับกลุ่มนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ณ สิ้นปี 2568 ที่ผ่านมา มีโครงการบ้านพักตากอากาศเปิดขายในในพื้นที่เกาะภูเก็ตมากถึง 1,100 ยูนิต จากโครงการบ้านพักตากอากาศทั้งหมดถึง 40 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนสูงถึง 27,215 ล้านบาท และพบว่าอุปทานเปิดขายใหม่ของตลาดบ้านพักตากอาศในปีนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านเชิงทะเล เป็นส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 58.40 ทำเลดังกล่าวได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกำลังซื้อชาวรัสเซียเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
ด้านทำเลหลักของการลงทุนบ้านพักตากอากาศส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณตามแนวชายหาดและในพื้นที่ใกล้แนวชายหาด โดยทำเลที่เปิดขายและได้รับความสนใจส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอถลางมากที่สุด ตามแนวชายฝั่งตะวันตกของเกาะ ย่านหาดบางเทา หาดสุรินทร์ หาดลายัน เชิงทะเล รองลงมาคือ หาดในทอน บริเวณอ่าวฉลอง หาดราไวย์ หาดกมลา ป่าตอง
ส่วนแนวโน้มในอนาคต คาดการณ์ว่าผู้พัฒนาส่วนใหญ่ยังคงนิยมลงทุนบ้านพักตากอากาศในช่วงระดับราคา 30,000,000 – 50,000,000 บาท เนื่องจากเป็นกลุ่มราคาที่ค่อนข้างได้รับความสนใจจากกำลังซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ และส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างจากชายหาดมากขึ้น เพราะต้นทุนราคาที่ดินไม่สูง และมีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย






