กลุ่มไอร่า แคปปิตอล หรือ AIRA ดำเนินธุรกิจในลักษณะ Investment Holding Company ภายใต้โครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มธุรกิจการเงินและการลงทุนครบวงจร เช่น ธุรกิจหลักทรัพย์, วาณิชธนกิจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างรายได้จากบริการทางการเงิน และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยมี บมจ.ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ เป็น Flagship ของการพัฒนาและบริหารโครงการอาคารสำนักงานและโรงแรมระดับพรีเมียม ซึ่งเน้นโครงการอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้าง Recurring Income ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินธุรกิจมาครบ 1ทศวรรษแล้ว พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ ‘Next ERA’ ขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 4 มิติหลัก เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำ ประกอบด้วย การพัฒนาเศรษฐกิจ-พัฒนาสังคมและชุมชน-ส่งเสริมวัฒนธรรม-ความยั่งยืน”

เจนวิทย์ รุ่งกิจวรเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลยุทธ์ “Next Era” ไม่ใช่เพียงแค่การขยายพอร์ตการลงทุน แต่คือการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินทรัพย์และความน่าเชื่อถือในตลาดทุน เผ่านการลงทุนในUrban Hospitality เน้นการพัฒนาโรงแรมระดับ Upper Upscale ในย่าน CBD เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและความมั่นคงของรายได้ พร้อมตั้งเป้าสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการได้รับรอง LEED Version 4 ประเภท Hospitality ซึ่งเป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากลที่ยังไม่มีโรงแรมในกรุงเทพฯ ได้รับรองในเวอร์ชันนี้
การเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์เดิม(Asset Enhancement])ยกระดับอาคารที่มีอยู่ เช่น Spring Tower ให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยมีแผนเพิ่ม Fitness Center เพื่อตอบโจทย์ “Work and Living” และอยู่ระหว่างขอการรับรอง WiredScore ระดับ Gold Level เพื่อยืนยันความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
และการเชื่อมโยงกับตลาดทุน(Capital Market Synergy) โดยมีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) เพื่อความโปร่งใส และการจัดตั้งกองทรัสต์ (REIT) เพื่อปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ เพิ่มสภาพคล่อง และนำเงินทุนมาหมุนเวียนสำหรับการลงทุนในรอบใหม่
ผนึกพันธมิตรระดับโลก “Hilton” เสริมพอร์ต Recurring Income
ล่าสุดได้ร่วมมือกับเชนโรงแรมระดับโลก “Hilton” เพื่อบริหารโปรเจกต์ “ดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน แบงคอค สีลม(DoubleTree by Hilton Bangkok Silom)”โรงแรมระดับ Upscale ในทำเลศักยภาพย่านสีลม โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาและยื่นรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นอาคารสูง 29 ชั้น จำนวน 303 ห้อง มูลลค่า 2,300 ล้านบาท ซึ่งออกแบบเป็น Green Buildi เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างภายในปี 2569 และแล้วเสร็จภายในปี 2572
แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทไม่ได้เพียงแค่สร้างอาคาร แต่สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยการผสานนวัตกรรมเข้ากับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากลเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาฯ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมุ่งบริหารจัดการสินทรัพย์คุณภาพสูงเพื่อสร้างรายได้ประจำ
โดยบริษัทได้ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการ Spring Tower อาคารสำนักงานเกรด A บริเวณแยกราชเทวี ซึ่งได้ร่วมทุนกับกลุ่มเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ และกลุ่มแสงฟ้า โดยโครงการได้การรับรองมาตรฐาน LEED Gold Certified ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 93% และคาดว่าภายในปลายปีนี้อัตราการเช่าพื้นที่จะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 97% พร้อมวางแผนจะเพิ่ม Fitness Center เพื่อเสริมความครบวงจรให้กับอาคารที่ตอบโจทย์ Workplace Well-being ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ รวมถึงการปรับพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เช่าสมัยใหม่ เช่น EV Charging Station ตลอดจนพัฒนาอาคารและฟังก์ชันให้ทันสมัยอยู่เสมอเพิ่มเพิ่มมูลค่าให้กับอาคารสำนักงาน
เนื่องจากในภาวะตลาดผันผวน สินทรัพย์คุณภาพต่ำจะถูกกดดันด้านราคา แต่สินทรัพย์คุณภาพสูงจะโดดเด่นขึ้น โดยพบว่าผู้เช่ายินดีจ่ายค่าเช่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 42% เพื่อแลกกับคุณภาพที่ดีกว่า และอาคารที่ได้มาตรฐาน ESG สามารถเรียกค่าเช่าได้สูงกว่าตลาดทั่วไปถึง 26%
ส่วนแผนการดำเนินงานในอนาคต บริษัทได้วางโมเดลการเติบโตแบบ Asset Light & Synergy โดยใช้ความเชี่ยวชาญทางการเงินของกลุ่ม AIRA มาต่อยอดธุรกิจอสังหาฯ ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำ และการวางแผนจัดตั้งกองทรัสต์ (REITs) เพื่อต่อยอดการลงทุนใหม่ๆ รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อมุ่งสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) โดยจะนำไอร่า พร็อพเพอร์ตี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอนาคต เพื่อสร้างฐานทุนที่แข็งแกร่ง






