เอพี ไทยแลนด์เปิด 42 โครงการใหม่5.5หมื่นล้านบาทสูงสุดในตลาดชูยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING

                                        

  • เอพี ไทยแลนด์เดินหน้าขยายพอร์ตที่อยู่อาศัยประกาศเปิดตัว 42 โครงการใหม่ มูลค่าประมาณ 55,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรมธุรกิจอสังหาฯ โฟกัสกลุ่มสินค้าแนวราบแป็นหลัก ระดับราคาขายตั้งแต่ 3- 10ล้านบาทขึ้นไป
  • ประเดิมไตรมาส 1เปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่า 5,530 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮมแบรนด์พลีโน 2โครงการ และคอนโดฯแบรนด์ไลฟ์ รัชดา-พระราม 9 ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท
  • ตั้งเป้ายอดขายและรายได้เท่ากันที่ 49,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมรับรู้รายได้จากการโอน 5 คอนโดฯพร้อมอยู่ ตั้งงบประมาณซื้อที่ดิน 15,000 ล้านบาท
  • ประกาศยุทธศาสตร์ระยะยาว CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ภายใต้ 5 เสาหลักสร้างความแข็งแกร่งอย่างเป็นระบบ ส่งมอบ Living Quality และความได้เปรียบในการแข่งขันรอบด้าน

รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2569 นี้บริษัทตั้งเป้าเดินหน้าขยายพอร์ตการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียมจำนวน 42 โครงการ มูลค่าประมาณ 55,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรมธุรกิจอสังหาฯ และยังคงให้น้ำหนักกับการลงทุนในกลุ่มสินค้าแนวราบแป็นหลัก ส่วนระดับราคาขายสินค้าที่เปิดขายในปีนี้ 49% จะเป็นสินค้าระดับราคา 3-6 ล้านบาท รองลงมาเป็นกลุ่มราคามากกว่า 10ล้านบาทสัดส่วน 22% และระดับราคา 6-10 ล้านบาทสัดส่วน21%  ส่วนที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3ล้านบาทมีแค่ 8% ประกอบด้วย

  • บ้านเดี่ยว 11 โครงการ มูลค่า 14,400 ล้านบาท
  • ทาวน์โฮมและบ้านแฝด 16 โครงการ มูลค่า 17,000 ล้านบาท
  • คอนโดมิเนียม 7 โครงการ มูลค่า 15,600 ล้านบาท
  • โครงการในต่างจังหวัด 8 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาทภายใต้แบรนด์อภิทาวน์

ช่วงไตรมาส 1นี้จะมีการเปิดตัว 3 โครงการใหม่ มูลค่า 5,530 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮมแบรนด์พลีโน 2โครงการ คือ พลีโน ฟิวเจอร์-รังสิต มูลค่า 1,230 ล้านบาท และพลีโน ทาวน์ ธรรมศาสตร์-รังสิต มูลค่า 700 ล้านบาท สวนอีก1โครงการแป็นคอนโดมิเนียมแบรนด์ไลฟ์ รัชดา-พระราม 9 จำนวน 851 ยูนิต มูลค่าโครงการ 3,600 ล้านบาท และเป็นโครงการร่วมทุนกับกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท

สำหรับเป้ายอดขายปีนี้ตั้งไว้ที่ 49,000 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากบ้านแนวราบ 37,560 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 11,440 ล้านบาท ส่วนเป้ารายได้รวม 100% JV ตั้งไว้ที่ 49,000 ล้านบาท มาจากการโอนบ้านแนวราบ 36,000 ล้านบาท ร่วมทุน 100% จำนวน 9,500 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 2,400 ล้านบาท โดยมีโครงการที่จะสร้างเสร็จพร้อมในปีนี้จำนวน 5โครงการ ประกอบด้วย ASPIRE อิสรภาพ สเตชั่น  มูลค่าโครงการ 950 ล้านบาท ทำยอดขายได้แล้ว 47%,GOOD DAY สุขุมวิท 93 มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท ทำยอดขายได้แล้ว 73%,RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ทำยอดขายได้แล้ว 86%, LIFE สาทร-นราธิวาส 22 มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท ทำยอดขายได้แล้ว 32% และ LIFE เจริญนคร-สาทร  มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท ทำยอดขายได้แล้ว 64% ส่วนงบประมาณในการซื้อที่ดินตั้งไว้ที่ 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากปี 2568 ที่ใช้งบไป 12,323 ล้านบาท

ด้านทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้จะยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING – Leading with Empathy, Growing with Discipline’ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งอย่างเป็นระบบ ผ่านการทำความเข้าใจเชิงลึกในทุกมิติ (Empathy) ควบคู่กับวินัยในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ โดยมี AP CODE เป็นแนวคิดหลักในการสร้างมาตรฐานการทํางานที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงของลูกค้า รวมถึงเป็นหลักการและมาตรฐานของสินค้า บริการ และกระบวนการทำงานของทุกฟังก์ชันหลัก เพื่อสร้าง Living Quality และส่งมอบชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ให้กับลูกค้า

AP CODE ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมาตรฐานด้านการออกแบบและการก่อสร้างเท่านั้น แต่เป็นระบบมาตรฐานการทำงานแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทุกมิติขององค์กร เริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าในทุกช่วงเวลา ประกอบกับการต่อยอดองค์ความรู้ภายในและการถ่ายทอดแนวคิดรอบด้านจากพันธมิตรญี่ปุ่น โดย AP CODE ถือเป็นแนวคิดหลักขององค์กร ที่ขับเคลื่อนให้พนักงานเอพีทุกคนให้ยึดถือปฏิบัติภายใต้แนวทางและข้อกำหนดที่ชัดเจน

ทั้งนี้ยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING จะถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน 5 เสาหลัก คือ

เสาหลักที่ 1 Code of Empathy กรอบมาตรฐานในการพัฒนาสินค้าและบริการที่เริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ โดยมี Empathy เป็นคีย์สำคัญในการเข้าใจและค้นหา Unspoken Needs ที่ลงลึกไปทุกกระบวนการ ตั้งแต่การเลือกสรรที่ดิน วิธีคิดในการออกแบบ การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง ไปจนถึงการบริการหลังการขาย ภายใต้กการบริหารพอร์ตสินค้าด้วยการกระจายให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม รวมทั้งสิ้น 18 แบรนด์ ระดับราคาขาย 2–120 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการออกแบบเฉพาะกลุ่มด้วยแบบบ้านที่พร้อมขายกว่า 600 ดีไซน์ กระจายอยู่ในกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ และ 42 โครงการใหม่ที่มีแผนจะเปิดในปีนี้

เสาหลักที่ 2 Code of Financial Discipline มาตรฐานวินัยทางการเงินที่มั่นคง โดยปีที่ผ่านมาได้รักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 0.64 เพื่อให้บริษัทมีทั้งสภาพคล่อง ความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุน ตลอดจนความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ทำให้เอพีเหนือกว่าในจังหวะที่ตลาดมีความผันผวน โดยล่าสุดมีวงเงินสินเชื่อพร้อมเบิกใช้จากสถาบันการเงินรวมกว่า 18,880 ล้านบาท และมีเงินลงทุนจากพันธมิตรมิตซูบิชิ เอสเตท ผ่านทุนจดทะเบียนบริษัทลูกกว่า 12,619 ล้านบาท รวมถึงกระแสเงินสดจากการขายและโอนอสังหาฯที่กระจายอยู่กว่า 200 โครงการครอบคลุมทุกเซกเมนต์

เสาหลักที่ 3 Code of Global Partnership มาตรฐานในการทำงานที่ทำให้เอพีเชื่อมโยงมาตรฐานสากลเข้ากับบริบทตลาดไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับมิตซูบิชิ เอสเตท ที่ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับองค์กร ทั้งระบบการคิด วินัยในการทำงานแบบญี่ปุ่น ด้านคุณภาพการก่อสร้าง การบริหารโครงการ การพัฒนาชุมชน และแนวคิดด้านความยั่งยืน โดยปีนี้จะมีโครงการร่วมทุนสะสมที่พัฒนาร่วมกันทั้งสิ้น 32 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 140,000 ล้านบาท

เสาหลักที่ 4 Code of Organization Capability มาตรฐานศักยภาพองค์กร ตั้งแต่โครงสร้างการบริหาร การพัฒนาคน การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงข้อมูล เพื่อให้ทุกส่วนขององค์กรทำงานอย่างเชื่อมโยงและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรทั้งระบบ ผ่านการใช้ Data, AI และ Technology

เสาหลักที่ 5 Code of Sustainable Impact มาตรฐานการส่งมอบคุณภาพชีวิตให้ผู้คน สังคม และโลก ตั้งแต่การ พลังงานและสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้างคุณภาพ ไปจนถึงการสร้างพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ เช่น โครงการ ‘หย่อมป่า’ เพิ่มพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) Waste Management ที่ช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กับการออกแบบ ‘Eco Waste Station’ ที่เริ่มตั้งแต่วิธีคิดในการวาง Masterplan ไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะของลูกบ้านในโครงการ และในปีนี้กับโครงการใหม่ที่ร่วมมือกับ Q-CON โครงการ ‘Never Waste Again’ ในการนำเศษวัสดุก่อสร้าง กลับเข้าสู่กระบวนการ ผลิตเป็นวัสดุใหม่

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง