แอสเสท เวิรด์ฯโชว์รายได้ปี’68 โตก้าวกระโดดกว่า 2.3หมื่นล้าน ธุรกิจโรงแรม-บริการมาแรงรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

  • แอสเสท เวิรด์ คอร์ปสร้างสถิติใหม่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปี 2568 มีรายได้รวม 23,065 ล้านบาท เติบโต 8% จากปีก่อน กำไรสุทธิสูงสุด 6,388 ล้านบาท พร้อมมูลค่าพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินคุณภาพ 218,740 ล้านบาท สะท้อนความสำเร็จภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy
  • กลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการมีรายได้รวมแตะ 12,813 ล้านบาท จากการเปิดโรงแรมใหม่ 3 แห่งในพัทยาและกรุงเทพฯ ควบคู่กับการเติบโตของโรงแรมในกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรีในเชียงใหม่ เกาะสมุย และกระบี่
  • ปี 2569 เตรียมเปิดตัวโรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิทในเดือนมิถุนายน พร้อมโครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ และอาคารเฮอริเทจร่วมสมัย ภายใต้โครงการเวิ้งนครเกษม

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทสร้างสถิติใหม่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568 ด้วยรายได้รวม 23,065 ล้านบาท เติบโต 9.8% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิสูงสุด 6,388 ล้านบาท เติบโต9.2% ส่งผลให้มูลค่าพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินเติบโตสู่ 218,740 ล้านบาท สะท้อนความสำเร็จของการขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมสนับสนุนแผนการลงทุนเพื่อการเติบโตของทรัพย์สินดำเนินงานในระยะยาว

ความสำเร็จในปี 2568ที่ผ่านมาสะท้อนศักยภาพและความแข็งแกร่งของการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ที่มุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินคุณภาพสูงและสร้างสมดุลของพอร์ตอสังหาฯทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ และกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้จากทรัพย์สินดำเนินงาน และการต่อยอดโมเดล AWC’s Lifestyle Destination

โดยในปี 2568 บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกเปิดตัวเครื่องเล่น SkyFlyers: Wings of Garudapterus ในโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งช่วยเพิ่มทราฟฟิก อัตราการเช่าพื้นที่ และรายได้ค่าเช่าอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ในกลุ่มโรงแรม ได้แก่ โรงแรมมีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย โรงแรมจุบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงแรมในกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรี โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ เกาะสมุย และกระบี่ ซึ่งยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และโอเชียเนียได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการสามารถสร้างรายได้รวม 12,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อน เนื่องจากมีโรงแรมใหม่ที่เปิดดำเนินงานในปี 2568 ได้แก่ โรงแรมมีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย,โรงแรม จุบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ซึ่งสร้างรายได้รวมเพิ่มกว่า 720 ล้านบาท ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงแรมในต่างจังหวัดและโรงแรมรีสอร์ทระดับลักชัวรี ซึ่งยังคงสร้างผลการดำเนินงานโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) มีการเติบโตอย่างโดดเด่น เช่น จังหวัดเชียงใหม่มีการเติบโต 10.4% เกาะสมุยเติบโต 7.2% และจังหวัดกระบี่เติบโต 5.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน

นอกจากนี้บริษัทยังได้รับแรงสนับสนุนจากการต่อยอดโมเดล AWC’s Lifestyle Destination ที่ผสานประสบการณ์ด้านการพักผ่อน อาหาร และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันผ่านพอร์ตโฟลิโอร้านอาหารและเครื่องดื่มภายในโรงแรม ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเติบโตแตะระดับ 4,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น11.1% จากปีก่อน ด้วยการรับรู้รายได้เต็มปีของเอ-ญ่า รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ ที่เติบโตโดดเด่นสร้างรายได้รวมกว่า 444 ล้านบาท

ชณะที่กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้รวม 9,602 ล้านบาทเติบโต 6.9% จากปีก่อน จากโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งได้เปิดตัวประสบการณ์ระดับโลก Jurassic World: The Experience และเครื่องเล่น SkyFlyers: Wings of Garudapterus ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นถึง 25.8% จากปีก่อน โดยมียอดจำหน่ายบัตร Jurassic World: The Experience มากกว่า 300,000 ใบนับตั้งแต่เปิดในเดือนสิงหาคม 2568 และยอดจำหน่ายบัตร SkyFlyers: Wings of Garudapterus มากกว่า 28,000 ใบภายในเดือนแรก ทำให้โครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น มีจำนวนผู้เข้าใช้บริการที่เพิ่มขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเปิด Jurassic World: The Experience ผลักดันให้อัตราการเช่าพื้นที่ของโครงการเอเชียทีคเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 80% ในปี 2568

กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานยังคงสร้างรายได้และกระแสเงินสดอย่างมั่นคง จากการปรับโฉมและพัฒนาอาคารอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลยุทธ์ The Empire Reimagined ที่ดิ เอ็มไพร์ และการรับรู้รายได้ของอาคารสำนักงานใหม่ จูบิลี่ เพรสทีจ ทาวน์เวอร์ ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าของกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานในปี 2568 เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตอาคารสำนักงานและเพิ่มคุณค่าในระยะยาว

ด้านแนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปี 2569 วัลลภากล่าวว่า มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนสะท้อนผ่านรายได้จากยอดจองห้องพักล่วงหน้าในปี 2569 ที่เพิ่มขึ้น15% จากปีก่อน โดยเฉพาะเชียงใหม่เพิ่มขึ้น 27% เกาะสมุยเพิ่มขึ้น 16% กระบี่เพิ่มขึ้น 13% และหัวหินเพิ่มขึ้น 12๔ จากปีก่อน คาดว่าจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  นอกจากนี้บริษัทเตรียมขับเคลื่อนการเติบโตจากการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของทรัพย์สินที่เปิดใหม่ในปี 2568 ควบคู่กับการเปิดตัวโครงการและโรงแรมระดับแฟลกชิปที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้และกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยเฉพาะ โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท ภายใต้แบรนด์แฟร์มอนท์แห่งแรกของไทย ที่จะเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางตลาด MICE ลักชัวรีระดับภูมิภาค

ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมเปิดโครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยกระดับย่านช้างคลานสู่ไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์กระดับโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ รวมถึงการเปิดอาคารเฮอริเทจร่วมสมัยภายใต้โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช ซึ่งเป็นการผสานการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทย – จีนเข้ากับการออกแบบและการใช้งานร่วมสมัย อีกทั้งบริษัทจะรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของ Jurassic World: The Experience และ SkyFlyers: Wings of Garudapterus ในโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเพิ่มทราฟฟิก รายได้ค่าเช่า และความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดของกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลอีกด้วย

โพสที่เกี่ยวข้อง