เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งเปิดแผนทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ด้วยแนวคิด “Well Living For Longevity” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยสู่การเป็นผู้สร้างสังคมที่ปลอดภัยและใส่ใจสุขภาพผ่านกลยุทธ์ 3.0 ซึ่งประกอบด้วยเสาหลักด้าน Green, Smart และ Wellbeing ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากลเพื่อนำนวัตกรรมระบบอากาศและพลังงานมาใช้ในโครงการใหม่ พร้อมขยายบริการไปยังธุรกิจในเครือ ทั้งด้านการบริหารชุมชนและศูนย์ดูแลสุขภาพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยอย่างครบวงจร โดยตั้งเป้ายอดขายรวมกว่า 4,000 ล้านบาท

สมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนการดำเนินงานปี 2569ว่า บริษัทจะนำนวัตกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยมาผสานกับการมีคุณภาพความสุขอย่างยั่งยืนสู่ระยะยาวภายใต้แนวคิด”Nc Well Living 2026” ผ่านกลยุทธ์ 3.0 ซึ่งประกอบด้วยเสาหลักด้าน Green, Smart และ Wellbeing ด้วยการเชื่อมโยงการอยู่อาศัย Green Living ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยคาร์บอน, Smart Living การออกแบบการอยู่อาศัยที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมใส่ใจสุขภาพ, Well Living การใช้ชีวิตที่ดีในโครงการ ยกระดับคุณภาพทุกชีวิตครอบครัวไทย สะดวก ปลอดภัย มีความสุขที่ยืนยาว พร้อมผนวกคอนเซ็ปต์ GAI-A ประกอบด้วย
G : Grove สร้างความสงบ และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ
A : Aeris เพิ่มความสดชื่น และช่วยระบายอากาศตามธรรมชาติ
I : Innovation นวัตกรรมที่ผสมผสานกับธรรมชาติ เช่น วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบหมุนเวียนอากาศ หรือพลังงานสะอาด
A : Arbor พื้นที่กลางแจ้งที่ร่มรื่น เปิดรับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือด้านการวิจัย“ระบบ Home IoT ที่ควบคุมการสร้างสภาวะน่าสบายและประหยัดพลังงาน” กับพานาโซนิค ภายใต้การสนับสนุนของ NEDO องค์การพัฒนาพลังงานใหม่ และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นที่ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา มุ่งพัฒนาเทคโนโลยี ยกระดับบ้านผสานด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัย
โดยปีนี้บริษัทจะเปิดตัวโปรดักส์บ้านระบบ XELLS ซึ่งเป็นบ้านที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่สบายและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพ เป็นบ้านพลังงานสะอาด ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ด้วยการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น ระบบควบคุมความสบายพร้อมประหยัดพลังงาน เสริมด้วย Supply Fan ที่ช่วยเติมออกซิเจน อากาศบริสุทธิ์ ลดปริมาณฝุ่น PM2.5 (Indoor Air Quality) และการควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้านผ่านสมาร์ทโฟน
นอกจากนี้ยังมีบริการครอบคลุมด้านการรับสร้างบ้าน ต่อเติมก่อสร้างและรับบริหารโครงการที่อยู่อาศัยครบวงจร ภายใต้บริษัท เอ็น.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด (NCPM) นอกจากนี้ยังมีบริษัทในเครือ อาทิ ศิริอรุณเวลเนส ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพทุกช่วงวัย, ศิริอรุณ สหคลินิก กายภาพบำบัด และแพทย์แผนจีน, Nc Regen Sport & Wellness, Nc Regen Sport & Golf , Nc Q Prompt บริหารธุรกิจบ้านมือสอง และโซลูชันบ้านครบวงจร ซึ่งจะช่วยเสริมพอร์ตรายได้ Recurring Income ประมาณ 10% ของรายได้รวมปีนี้
โดยเฉพาะการขยายธุรกิจของ NC Regent และศิริอรุณ (Siri Arun) จะเน้นการให้บริการด้าน Wellness และการดูแลสุขภาพ โดยNC Regent เน้นการดูแลเชิงป้องกัน เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย (Aging Society) ในอนาคต ปัจจุบันเปิดให้บริการอยู่ที่ NC Regent @SP และ Wellness ในโครงการบ้านฟ้าปิยรมย์ ที่เปิดให้บริการกับลูกบ้านและบุคคลภายนอก 17 โครงการ และ NC SP and Wellness ที่เป็น Flagship อยู่ที่โครงการ NC On Green

ส่วนเป้าหมายการดำเนินงานในปี2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4,000ล้านบาท และรับรู้รายได้ 2,000 ล้านบาท โดยยังมีสินค้าคงเหลือพร้อมขายทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมจำนวน 13 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 11,384 ล้านบาท และเตรียมเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 2 โครงการครอบคลุมทั้งอาคารชุด,บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย คอนโดมิเนียมในโซนพัทยาเหนือ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดโครงการในพัทยาไปแล้ว 4 อาคาร รวมประมาณ 800 ยูนิต ซึ่งปัจจุบันปิดการขายไปหมดแล้ว แต่จากการสำรวจพบว่าซัพพลายในพื้นที่ลดลงอย่างมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ความต้องการจากซื้อจากผู้อยู่อาศัยยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัวบ้านแนวราบในโซนกรุงเทพฯเพื่อทดแทนโครงการเดิมในบางทำเลที่กำลังจะปิดการขาย แต่อาจจะมีการแบ่งเฟสการพัฒนาเป็นโครงการย่อยประมาณ 2-4 โครงการย่อยเพื่อให้เหมาะสมกับการบริหารจัดการ และการเปิดตัวสินค้าใหม่ในโครงการเดิมที่ยังดำเนินการอยู่ควบคู่กัน





