สิงห์ เอสเตทเสริมแกร่งธุรกิจรายได้ประจำ”โรงแรม-ออฟฟิศ-นิคมฯ”คิดเป็น70%ของพอร์ต ผนึกพันธมิตรเปิด 2คอนโดฯใหม่มูลค่า4พันล้าน

กลุ่มสิงห์ เอสเตทยังเน้นการลงทุนในธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจที่พักอาศัย ปัจจุบันมีโครงการอยู่ระหว่างการดําเนินการ9  โครงการ มูค่าโครงการรวม23,44 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งแนวราบและแนวสูง กระจายตัวอยู่ในทําเลยุทธศาสตร์ของกรุงเทพฯ,กลุ่มโรงแรม ปัจจุบันดําเนินการภายใต้บริษัทเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) มีจํานวนโรงแรมทั้งสิ้น 18แห่ง จํานวนห้องพัก 2,518 ห้องตั้งอยู่ใน 5 ประเทศที่เป็นประเทศท่องเที่ยวทั้งในประเทศไทย มัลดีฟส์ ฟิจิเมอริเชียส และสหราชอาณาจักร

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า มีทั้งสิ้น 5 อาคาร มีพื้นที่เช่ารวมกว่า 192,596 ตารางเมตร แบ่งเป็นอาคารสํานักงาน 4 อาคารและกลุ่มรีเทล1แห่งกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ Non CBD แต่สามารถเนทางเข้าถึงอาคารได้อย่างสะดวก และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบันมี 1 นิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในจังหวัดอ่างทองพื้นที่รวม 1,800 ไร่

โดยสัดส่วนรายได้หลักในปี 2568 ที่ผ่านมามาจากกลุ่มธุรกิจประเภท recurring income โดยเฉพาะโรงแรมและอาคารสํานักงาน อยู่ที่ประมาณ 80% ในขณะที่รายได้จากกลุ่ม non-recurring มีสัดส่วนประมาณ 20-%

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวจำกัด บริษัทยังให้ความสำคัญกับรายได้ประจำ (Recurring Income) โดยตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 70% จากธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานเป็นหลัก ในขณะที่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมถูกวางตัวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญผ่านโครงการ Data Center เพื่อตอบรับเทรนด์เทคโนโลยีระดับโลก นอกจากนี้ยังเน้นความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีและแบรนด์เรสซิเดนซ์ที่เจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความท้าทายของสถานการณ์เศรษฐกิจไทยและสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่ส่งผลต่อภูมิทัศน์ธุรกิจอสังหาฯอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานกำไรที่แข็งแกร่งผ่านการตีโจทย์การทำธุรกิจเชิงคุณภาพและการเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในแต่ละธุรกิจ ดังนั้นนปี 2569 นี้บริษัทจึงเตรียมเดินหน้าแผนธุรกิจภายใต้แนวคิด STRONG FOUNDATION, SCALING THE FUTURE” เพื่อขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย,ธุรกิจโรงแรม,ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยวาง 3 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ประกอบด้วย

-STRENGTHEN THE PROFIT ENGINE มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของฐานกำไรจากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของรายได้ทั้งหมด เพื่อให้ฐานกำไรมีความมั่นคงและเป็น New Normal ในอนาคต โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า สามารถสร้างรายได้รวมกันถึง 70% ของพอร์ตโฟลิโอ ประเมินได้จากในปี 2568 ธุรกิจโรงแรมทำกำไรสุทธิปรับปรุงจากการดำเนินงาน (Normalised Net Profit) ได้จำนวน615 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ภายหลังจากที่บริษัทได้มีการปรับปรุงโรงแรมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐฟิจิ  เช่น โรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ภายหลังจากมีการรีโนเวตไปแล้ว RevPAR เติบโตขึ้นถึง 3 เท่า ดังนั้นบริษัทจะมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม High Spending และรักษาอัตราการเข้าพักให้อยู่ในระดับ 70% พร้อมกับยกระดับราคาห้องพัก (ADR) เพื่อสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง

ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าซึ่งเป็นกลจักรสำคัญอีกตัวหนึ่งที่สร้างฐานกำไรจากรายได้ประจำให้บริษัท ในปีนี้บริษัทวางกลยุทธ์เพิ่มศักยภาพอาคารสำนักงานสู่การเป็น “Seamless Work-Life Destination”  รองรับรูปแบบการทำงานยุคใหม่ที่ผสานพื้นที่ทำงานกับคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน โดยให้ความสำคัญกับการรักษาอัตราการเช่าให้อยู่ในระดับสูง และขยายฐานผู้เช่ารายใหม่ควบคู่กับการรักษาผู้เช่าหลักอย่างต่อเนื่อง โดยอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และเอส เมโทร มีอัตราการเช่าสูงกว่า 90% ส่วนอาคารเอส โอเอซิส มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 56% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 70% ภายในสิ้นปีนี้ โดยเน้นการสร้าง Community และคุณภาพชีวิตในที่ทำงาน

ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม มุ่งดึงดูดลูกค้ากลุ่ม Hyperscale Data Centres ซึ่งเติบโตตามความต้องการคลาวด์ AI และบริการดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก โดยศูนย์ข้อมูลประเภทนี้ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ ระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูง ระบบน้ำประปาที่เพียงพอและมีคุณภาพ โครงสร้างพื้นฐาน Fiber Optic และแหล่งพลังงานทางเลือกในการจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมเอส อ่างทอง ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ทั้งหมด โดยตั้งเป้าจำหน่ายพื้นที่กว่า 200-400 ไร่เพื่อดึงดูดผู้พัฒนา Data Centre ระดับโลก 1แห่ง ซึ่งนอกจากผลดีของการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมแล้ว บริษัทยังสามารถเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายสาธารณูปโภคเช่นไฟฟ้าและน้ำประปาให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ได้กว่าเท่าตัว

-SCALING THROUGH PARTNERSHIPS บริษัทมุ่งขยายการเติบโตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ลดความเสี่ยงด้านการลงทุน และต่อยอดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละธุรกิจ หลังจากปี 2568 บริษัทประสบความสำเร็จจากการร่วมทุนกับบริษัทวัน เรียลเอสเตท จำกัด พัฒนาโครงการ “วัน ริเวอร์ พระราม 3” มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท สามารถทำยอดขายได้แล้วกว่า 98% พร้อมรับรู้รายได้ในปี 2570 และโครงการดิ เอส สุขุมวิท 36 มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ร่วมมือกับ Hong Kong Land ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาฯระดับสากลัฒนาโครงการร่วมกัน สามารถโอนปิดโครงการได้แล้วทั้งหมดในปีที่ผ่านมา

ดังนั้นบริษัทจึงได้มองหาพันธมิตรในหลากหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาโครงการ Flagship อย่าง THE ESSE หรือ SIRANINN รวมถึงการร่วมทุนกับบริษัทวัน เรียลเอสเตท เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดฯไฮไรส์แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ มูลค่ากกว่า 3,000 ล้านบาท ระดับราคาขาย 150,000 บาทต่อตารางเมตร และการพัฒนาคอนโดฯในรูปแบบ Branded Residence ในพื้นที่เดียวกันกับโรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ใช้ชื่อโครงการว่า Saii Residence เป็นคอนโดฯโลว์ไรส์จำนวนไม่เกิน 100 ยูนิต ระดับราคาขาย 200,000 บาทต่อตารางเมตร จะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 มูลค่าโครงการปรพมาณ 1,000 ล้านบาท โดยนำจุดแข็งของธุรกิจที่พักอาศัยและธุรกิจโรงแรมมารวมกัน

-STRONG FUNDING CAPABILITY มุ่งรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินควบคู่กับการสร้างวินัยทางการเงิน เพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ทั้งนี้บริษัทคงสัดส่วนแหล่งเงินทุนระหว่างสินเชื่อจากสถาบันการเงินประมาณ 70% และหุ้นกู้ 30% เพื่อสร้างสมดุลด้านต้นทุนทางการเงินและความยืดหยุ่นในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ยืม โดยมีความสามารถในการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ระดับ 3,000-4,000 ล้านบาทต่อปี และเงินกู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกว่า 2 หมื่นล้านบาท

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง