ส่องตลาดอสังหาฯปี’69 ผู้ประกอบการประคองตัว-รักษาสภาพคล่อง จับตาบ้านอัลตร้าลักชัวรีตอบโจทย์มหาเศรษฐีหนีสงครามตะวันออก

3 สมาคมอสังหาฯ ประเมินภาพรวมและทิศทางของอตลาดอสังหาริมทรัพย์ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะหนี้ครัวเรือนสูงและการเข้มงวดของสินเชื่อธนาคาร ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เน้นการประคองตัวและรักษาสภาพคล่องผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายครั้งใหญ่ แต่ขณะที่กลุ่มสินค้าระดับUltra Luxury ยังมีการเติบโตต่อเนิ่อง เหตุจากประเทศไทยถูกมองว่าเป็นทำเลที่ปลอดภัยและน่าอยู่อาศัยสำหรับเศรษฐีต่างชาติที่หนีผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกันภาคเอกชนยังเตรียมผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ ทั้งการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV,การต่ออายุลดค่าธรรมเนียมโอนและดจำนอง และการสนับสนุนสัญญาเช่าระยะยาวสำหรับชาวต่างชาติ เพื่อใช้ภาคอสังหาฯเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนจีดีพีของประเทศให้กลับมาฟื้นตัวอย่างมั่นคงอีกครั้ง

ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้เป็นปีแห่งการประคองตัวสำหรับตลาดทั่วไปและผู้ประกอบการบางกลุ่ม เนื่องจากต้องเผชิญกับปัจจัยลบหลายด้านทั้งหนี้ครัวเรือนที่สูง และการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของธนาคาร ทำให้กำลังซื้อในบางเซกเมนต์มีปัญหา นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกระทบภายนอกจากความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกและ GDP

ขณะที่ปริมาณการเปิดตัวโครงการใหม่และยอดขายอสังหาฯในปีที่ผ่านมาถือว่าต่ำสุดในรอบหลายสิบปี ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวและระมัดระวังมากขึ้น โดยเน้นการรักษาสภาพคล่อง (Liquidity)ด้วยการเร่งระบายสต็อกและจัดโปรโมชันเพื่อดึงกระแสเงินสดกลับเข้าบริษัท เนื่องจากดอกเบี้ยยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามแม้ภาพรวมทางเศรษฐกิจจะดูซบเซา แต่ยังมีช่องทางและโอกาสในการเติบโตของตลาดอสังหาฯในกลุ่ม Ultra Luxury และกลุ่มสินค้าที่เจาะกลุ่มซื้อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะบ้านราคาเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากประเทศไทยในฐานะ “Safe Haven” จากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้กลุ่มเศรษฐีระดับโลกมองหาที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ซึ่งประเทศไทยมีความปลอดภัยจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ในขณะที่ประเทศยอดนิยมเดิมอย่างดูไบหรืออาบูดาบีเริ่มถูกมองว่ามีความเสี่ยงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความกังวลเรื่องสถานการณ์ในไต้หวันและพม่า ดังนั้นผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและสภาพคล่องสูง จะมองเห็นโอกาสในการ “พลิกเกม” หรือเดินหน้าบุกในจังหวะที่ผู้ประกอบการรายอื่นถอย ขณะที่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวกลับมาแข็งแกร่งช่วยกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรมและคอนโดมิเนียมในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและสมุยให้กลับมาได้รับความนิยมมากขึ้น

ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบสำคัญหลายประการที่ทำให้มหาเศรษฐีระดับโลกมองว่าเป็น “Safe Haven” หรือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการอยู่อาศัยและลงทุน โดยเฉพาะความปลอดภัยของทรัพย์สินระดับ Ultra Luxury กลายเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่ง เนื่องจากเศรษฐีเหล่านี้ต้องการที่พำนักที่ปลอดภัยสำหรับตนเองและทรัพย์สินมีค่า เช่น งานศิลปะระดับโลกหรือห้องนิรภัยส่วนตัว

นอกจากนี้ประเทศไทยยังตอบโจทย์ทั้งด้านสาธารณสุข ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสูง รวมถึงมีโรงเรียนนานาชาติ (International School) ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสำหรับการย้ายมาพำนักระยะยาวของครอบครัวเศรษฐี

ทั้งนี้เพื่อดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติให้เข้ามาในประเทศ ภาคเอกชนได้มีการเสนอให้รัฐบาลวางโครงสร้างสัญญาเช่าระยะยาว 50-60 ปี เพื่อรองรับกลุ่ม Ultra Wealth เหล่านี้อย่างเป็นระบบและถูกต้องตามกฎหมาย และนำรายได้ภาษีจากกลุ่มนี้มาเยียวยาตลาดระดับกลาง-ล่างเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ชง3มาตรการเร่งด่วนระยะสั้นให้รัฐบาลใหม่ช่วยเหลือภาคอสังหาฯ

นอกจากนี้ภาคเอกชนยังได้เสนอมาตรการผ่อนปรน LTV (Loan-to-Value) ในการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อสามารถกู้เงินได้ง่ายขึ้น ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับเรื่องไปพิจารณาแล้ว  และอยู่ระหว่างรอขั้นตอนการประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งได้เสนอให้ขยายเวลาของมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองที่กำลังจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ โดยภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลพิจารณาต่ออายุมาตรการออกไป เพื่อช่วยประคองตลาดและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคในจังหวะรอยต่อทางการเมือง

และการลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง โดยเสนอให้มีการปรับลดดอกเบี้ยผ่านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยเน้นให้ส่งผลถึงผู้บริโภคอย่างแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อมีการประกาศปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคารพาณิชย์มักปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MRR ลงเพียงเล็กน้อยประมาณ 9-10 สตางค์ ขณะที่กนง.ประกาศลดดอกเบี้ยยโยบายลง 25 สตางค์ ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยยังคงสูงและผู้กู้ไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่

ผู้ประกอบการแห่ร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 

ล่าสุด 3 สมาคมอสังหาฯ ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และ สมาคมอาคารชุดไทย ได้ร่วมกันจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 ระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคมนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณรุกเพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นและสร้างกำลังซื้อในโค้งสุดท้ายของไตรมาสแรกปีนี้

อารภัฏ โกมุทบุตร ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และกำลังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าจะกลับมาเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาด ได้แก่ เศรษฐกิจขยายตัวในระดับจำกัด ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้เงินก้อนใหญ่ สถาบันการเงินระมัดระวังความเสี่ยงด้านเครดิต โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัย ส่งผลให้การอนุมัติสินเชื่อทำได้ยากขึ้น และแรงกดดันด้านราคาและโปรโมชั่น ทำให้ผู้บริโภคคาดหวังดีลพิเศษมากกว่าปกติ

ทั้งนี้จากความสำเร็จของงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48 ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ซึ่งทำยอดขายรวมสูงถึง 13,298 ล้านบาท เติบโต 81% จากค่าเฉลี่ย 4 ครั้งก่อนหน้า และมียอดขอสินเชื่อภายในงานกว่า 1,711 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่า เรียลดีมานด์ยังมีอยู่จำนวนมาก หากสินค้าและโปรโมชันตรงจุด โดยเฉพาะสินค้าคอนโดมิเนียมมีสัดส่วนยอดจองสูงถึง 57% และกลุ่มราคา 2-3 ล้านบาทได้รับความนิยมสูงสุด

สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 49 ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 10%และได้รับความไว้วางใจจากบริษัทอสังหาฯ สถาบันการเงิน เข้าร่วมออกบูธกว่า 150 บริษัท     รวมมากกว่า 1,000 โครงการทั่วประเทศ อาทิ แสนสิริ,เอพี ไทยแลนด์, ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้, อนันดา  ดีเวลลอปเม้นท์,ศุภาลัย. บรรษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์, เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ และพฤกษา เรียลเอสเตท เป็นต้น

โดยจุดแข็งของงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 คือ Intent Traffic รวมผู้ซื้อที่ตั้งใจมาซื้อจริง,Decision Support ตัวเลือกครบทุกทำเล พร้อมบริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินในอัตราพิเศษ  และTrust Platform แบรนด์สินค้าที่สร้างความมั่นใจทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ประกอบการ

ล่าสุดมียอดลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วกว่า 6,500 ราย สะท้อนความสนใจที่มีต่อเนื่อง โดยการจัดงานปีนี้จะเน้น “Quality Traffic” หรือกลุ่มผู้ซื้อที่มีความพร้อมจริงเป็นพิเศษ โดยผู้เข้าชมงานสามารถเปรียบเทียบทำเล ราคา โปรโมชันได้ทันที พร้อมดีลพิเศษเฉพาะ 4 วัน รวมถึงบริการคำแนะนำด้านสินเชื่อและ Pre-Approve สินเชื่อเบื้องต้น จากสถาบันการเงินหลายแห่ง รวมถึงแพ็กเกจพิเศษเฉพาะในงาน และกิจกรรมลุ้นรางวัลสำหรับผู้จองในงาน มูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท

โพสที่เกี่ยวข้อง