ดี-แลนด์ กรุ๊ปเปิดตัวบ้านเดี่ยวพรีเมียม “ESSENTIA RAMA 2″บนทำเลพระราม 2มูลค่ากว่า2พันล้านบาท

ดี-แลนด์ กรุ๊ปบึดทำเลกรุงเทพฯ โซนตะวันตกเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม “ESSENTIA RAMA 2” มูลค่าโครงการรวมกว่า 2,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 43 ไร่ ราคาเริ่มต้น 10-25 ล้านบาท ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “The Essence of Life บ้านที่คิดครบ เพื่อความสุขสบายใจ” ดึงสตูดิโอออกแบบชื่อดัง “Research Studio Panin” ขับเคลื่อนการออกแบบ โดดเด่นด้วยพื้นที่สีเขียวกว่า 11 ไร่ คิดเป็น 52% ของโครงการ พร้อมติดตั้งระบบ ERV ทุกยูนิต เริ่มก่อสร้างปี 2568 และมีกำหนดแล้วเสร็จปี 2572

สุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า พฤติกรรมผู้ซื้อบ้านเดี่ยวยุคนี้ ต้องการทั้งคุณภาพของโครงการ ทำเลที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และต้องการสภาพแวดล้อมที่เป็นส่วนตัวรายล้อมด้วยธรรมชาติเพื่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวหลากหลายเจนและเจ้าของกิจการที่ต้องการบ้านที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อน การทำงานที่บ้าน และพร้อมลงทุน เพื่อสร้างความสุขอย่างยั่งยืนให้คนทุกเจน

บริษัทสะสมอินไซต์ของลูกค้า เข้าใจ Pain Point ของโครงการบ้านจัดสรร แล้วนำมาพัฒนาโครงการ ที่ตอบโจทย์ดีมานด์คนอยู่อาศัยจริง ยกระดับคุณภาพชีวิตสำหรับทุกคนในบ้าน ซึ่งจากฟิตแบ็กของลูกค้าที่ผ่านมาจะประทับใจแบบบ้านที่รู้สึกว่ามีความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ บ้านทุกหลังมีสวนหลังบ้าน (Backyard) พร้อมทางเดินพักผ่อน Whisper Walk กว้าง 4 เมตรด้านหลังบ้าน ช่วยเว้นระยะไม่ให้หลังบ้านติดกัน พร้อมความสงบและความเป็นส่วนตัวที่เชื่อมสู่พื้นที่สีเขียว 11 ไร่

ขณะที่ทำเลโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกตามแนวพระราม 2 กำลังก้าวขึ้นเป็นทำเล Growth Corridor แห่งใหม่ที่วงการอสังหาฯ ต่างจับตามอง สะท้อนให้เห็นได้ชัดจากการพัฒนาการที่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เดิมที่อยู่อาศัยย่านนี้จะกระจุกตัวอยู่ภายในวงแหวนกาญจนาภิเษก-พระราม 2 แต่ในช่วงปี 2554-2564 การขยายตัวได้ก้าวข้ามออกมานอกวงแหวนอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ราคาที่ดินในทำเลนี้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากราคาประเมิน 45,000-90,000 บาทต่อตารางวาในปี 2555-2558 สู่ราคาซื้อขายจริงในตลาดเฉลี่ยประมาณ 140,000 บาทต่อตารางวา

ปัจจุบันย่านนพระราม 2 ไม่ได้เป็นเพียงทำเลสำหรับผู้อาศัยที่ทำงานในละแวกใกล้เคียงอีกต่อไป ด้วยเส้นทางด่วนที่เชื่อมต่อหลายโซน ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเดินทางสู่โซนการทำงานสำคัญได้ในระยะเวลาเพียง 15-55 นาที พร้อมครบครันด้วยศูนย์การค้าชั้นนำ โรงพยาบาลเอกชน และโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ส่งผลให้ทำเลนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่และเจ้าของกิจการที่ต้องการบ้านบนทำเลศักยภาพ ขณะเดียวกันยังคงเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสะดวกสบาย

ด้านข้อมูลการวิเคราะห์ของ TerraBKK พบว่า ผู้ซื้อบ้านเดี่ยวให้ความสำคัญกับ Wellness ใน 4 ด้าน  ได้แก่ Physical ต้องการ Universal Design ที่เสริมสุขภาพโดยรวม, Mental ต้องการมุมส่วนตัวสำหรับการรีชาร์จและเติมพลังใจ ,Social ต้องการรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนบ้าน  และ Spiritual ต้องการสวนส่วนตัวและพื้นที่สีเขียวที่ช่วยเพิ่มพลังงานชีวิต

โดยโครงการ ESSENTIA RAMA 2 ตอบโจทย์ทั้ง 4 ด้านนี้ได้อย่างครบถ้วนจากการพัฒนาโครงการผ่านคอนเซปต์ The Essences of Life ที่มุ่งให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสความสุขและส่งเสริมสุขภาพใน 4 มิติ ได้แก่

  • The Essence of Serenity ความสงบจากพื้นที่สีเขียวกว่า 11 ไร่ ต้นไม้ใหญ่ภายในโครงการมากถึง 500 ต้นและสวนหลังบ้านกว้าง 4 เมตร
  • The Essence of Wellbeing สุขภาวะจากธรรมชาติที่โอบล้อมรอบบ้าน พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ช่วยให้การออกกำลังกาย เกิดขึ้นได้ที่บ้านแบบไม่ต้องเดินทางไปยิม
  • The Essence of Relationships การออกแบบภายในที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว
  • The Essence of Privacy พื้นที่ส่วนตัวที่ลงตัวในทุกมุมของบ้าน รวมถึงการออกแบบพื้นที่ระหว่างบ้านแต่ละหลังให้ ทุกครอบครัวได้พักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว

สำหรับโครงการ ESSENTIA RAMA 2 ออกแบบเป็นบ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical จำนวน 107 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 10-25 ล้านบาท รองรับความต้องการที่แตกต่างกันของครอบครัวหลากหลาย มีแบบบ้านให้เลือก 4 แบบ ได้แก่ HAVEN พื้นที่ใช้สอย 304 ตารางเมตร บนที่ดิน 65 ตารางวา, SOLACE พื้นที่ใช้สอย 328 ตารางเมตร บนที่ดิน 65 ตารางวา โดยบ้านทั้งสองแบบมาพร้อม 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ 4 ที่จอดรถ เหมาะสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่, SERENITY พื้นที่ใช้สอย 435 ตารางเมตร และ EDEN พื้นที่ใช้สอย 496 ตารางเมตร บนที่ดิน 102 ตารางวา มี 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ 6 ที่จอดรถ

ทุกแบบบ้านมี Master Bedroom 2 ห้องพร้อม Walk-in Closet, ครัวไทยพร้อมใช้งาน, กระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ, ระเบียงและชายคายื่นป้องกันแดดและฝน และการออกแบบหลังคาทรงจั่วโมเดิร์น ที่รองรับภูมิอากาศร้อนชื้นได้ดี พร้อมวัสดุโทนธรรมชาติสร้างบรรยากาศอบอุ่นที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม โดยโครงการจะเปิดรอบพรีเซลพร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองภายใน 31 มีนาคม 2569 รับของขวัญมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดยเริ่มต้นงานก่อสร้างตั้งแต่ปี 2568 และมีกำหนดแล้วเสร็จทั้งโครงการใปี 2572

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทในเครือสามารถทำยอดขายรวมได้ 800 ล้านบาท และในปี 2569 วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการบ้านเดี่ยว “เอสเซนเทีย พระราม 2 “และคอนโดมิเนียม Low-Rise อีก 1 โครงการในเมืองศรีราชา จังหวัดชลบุรี สอดรับกับวิสัยทัศน์ของดี-แลนด์ กรุ๊ป

ส่วนแนวคิดในการออกแบบ Landscape Design for Wellbeing  ศาสตราจารย์ ดร. ต้นข้าว ปาณินท์ สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญจาก Research Studio Panin กล่าวว่า โครงการ ESSENTIA RAMA 2 มีการออกแบบครบ 4 มิติเพื่อตอบโจทย์ Wellbeing ได้แก่ Thainess Redefined การออกแบบที่รองรับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของไทย พร้อมพื้นที่ส่วนตัวขนาดใหญ่สำหรับกิจกรรมของคนในครอบครัว, Spatial Adequateness ผังบ้านที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง ในชีวิตประจำวัน, Family Relationship การจัดสรรพื้นที่ภายในให้เอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์ของสมาชิกในบ้าน พร้อมมุมแยกส่วนตัวเมื่อต้องการ และ Community Relationship การออกแบบผังภายนอกที่เว้นระยะระหว่างบ้านและหันทิศของบ้านในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นชุมชนที่อบอุ่นโดยไม่รุกล้ำความเป็นส่วนตัว

โดยหนึ่งในการออกแบบที่เด่นที่สุดของโครงการ คือ สวนหลังบ้านที่มีความกว้าง 4 เมตร ที่ทอดยาวไปยังหลังบ้านทุกหลัง และมีไฮไลต์สำคัญอย่าง Whisper Walk ทางออกด้านหลังบ้านที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังพื้นที่สีเขียวส่วนกลางโดยตรงแบบไร้รอยต่อ ซึ่งแยกออกจากถนนหลักของโครงการ ทำให้เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ สามารถออกมาใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยทุกวัน

นอกจากนี้บ้านทุกหลังจะไม่มีกำแพงหลังบ้านใช้ร่วมกับเพื่อนบ้าน แต่จะแทนที่ด้วยพื้นที่ชานพักนั่งเล่นริมรั้วหลังบ้าน กลายเป็นโซนเชื่อมต่อภายในและภายนอกบ้าน ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการ มีทั้งพื้นที่ส่วนกลางที่จัดเต็มด้วย Aqua Lounge คลับเฮาส์ขนาดใหญ่วิวทะเลสาบพร้อมฟิตเนสและพื้นที่จัดอีเวนต์ส่วนตัว และ Signature Lakeside Pool สระว่ายน้ำขนาด 25 เมตรวิวทะเลสาบ, Rhythm Lane ลู่วิ่งจ็อกกิ้งผิวแอสฟัลต์ลดแรงกระแทกความยาว 1.5 กิโลเมตรรอบโครงการ, Green Lounge พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ 11 ไร่ พร้อมต้นไม้ใหญ่ 500 ต้นและบ่อปลา,Whisper Walk ทางเดินพักผ่อนเชื่อมต่อกับสวนหลังบ้านทุกหลังเพื่อมุ่งสู่ Main Park ตลอดจน Kids Park สนามเด็กเล่นให้ทุกบ้านได้มาใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้โครงการยังแก้ปัญหาการจอดรถของแขกด้วยการจัด Visitor Parking แยกต่างหาก เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและความสงบภายในโครงการ

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ยกระดับการอยู่อาศัยและส่งเสริมสุขภาพที่ดี คือ ระบบ ERV (Energy Recovery Ventilator) ที่ติดตั้งในบ้านทุกหลัง ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนอากาศภายในและภายนอกบ้านอย่างต่อเนื่อง เติมออกซิเจนบริสุทธิ์, กรองฝุ่น PM2.5, ลด CO2, กลิ่นอับ และความชื้น ป้องกันเชื้อราโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างระบาย ช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาว

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง