- เซ็นทรัล รีเทลปรับโฟกัสธุรกิจปี 2568 เน้นการเติบโตตลาดไทย-เวียดนาม คิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 80:20 พร้อมเดินหน้ายกระดับการขยายธุรกิจในตลาดอาเซียน เพื่อสร้างการเติบโตและเสริมแกร่งองค์กรในระดับภูมิภาค เดินหน้าขยายและรีโนเวทสาขาเต็มกำลัง ชูฐานสมาชิก The 1 ในเวียดนามทะลุ 4.3 ล้านราย
- ไทวัสดุเบอร์โตต่อเนื่องทั้งรายได้และจำนวนสาขา ปี 2568 กวาดยอดขายกว่า 43,000 ล้านบาท ปูพรม 52 จังหวัดทั่วไทย มั่นใจเติบโตสวนกระแสตลาดและภาคอสังหาริมทรัพย์
- ปี 2569 เตรียมทุ่มงบลงทุน 16,000-18,000 ล้านบาทเปิดสาขาใหม่ในไทย-เวียดนามรวม 22-26 แห่ง ควบคู่ไปกับการรีโนเวทสาขาเดิมอีก 7 แห่ง สานต่อยุทธศาสตร์ New Heights, Next Growth

สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังคงผันผวนและมีความท้าทายจากปัจจัยกระทบหลายด้าน แต่กลุ่มเซ็นทรัล รีเทลยังสามารถทำกำไรในปี 2568 ได้อย่างต่อเนื่องภายใต้ยุทธศาสตร์ New Heights, Next Growth ที่เน้นการเสริมแกร่งธุรกิจหลัก ต่อยอด New Growth Engine พร้อมทั้งปรับโฟกัสธุรกิจ มุ่งเน้นตลาดไทยและเวียดนาม ซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูง โดย ณ สิ้นปี 2568 ธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล รีเทลในประเทศไทยมีจำนวน 3,596 ร้านค้า ครอบคลุมใน 63 จังหวัดทั่วไทย และคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 80% ส่วนประเทศเวียดนามมีจำนวนร้านค้า127 ร้านค้า ครอบคลุมใน 26 จังหวัดจากทั้งหมด 34 จังหวัด และมีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 20% นอกจากนี้บริษัทยังประสบความสำเร็จในการขยายฐานสมาชิก The 1 ในประเทศเวียดนามด้วยยอดสมาชิกรวมกว่า 4.3 ล้านราย

ขณะที่กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์สามารถเติบโตอย่างโดดเด่นจากการขยายตัวของไทวัสดุที่เติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี โดยปี 2568 ทำยอดขายได้มากถึง 43,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 9%ต่อปี พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดถึง 25% ปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 89 สาขา ใน 52 จังหวัดทั่วประเทศ ในขณะเดียวกันธุรกิจ New Growth Engine อย่าง ‘Auto 1’ ก็มีการเร่งสปีดขยายสาขาใหม่ถึง 13 แห่ง รวมปิดปี 2568 ทั้งสิ้น 53 แห่ง พร้อมวางโรดแมปเชิงรุกสำหรับปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาแบบเท่าตัวอีก 53 แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้มีเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 106 สาขาบนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ มุ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้รถได้อย่างครอบคลุมและครบวงจร

สำหรับแผนการดำเนินงานปี 2569 บริษัทตั้งงบลงทุน 16,000–18,000 ล้านบาท สำหรับการรีโนเวทและการขยายสาขาทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยวางแผนขยายสาขาใหม่ของท็อปส์ 8-10 สาขา, GO Wholesale 2 สาขา และไทวัสดุ 3-5 สาขา ส่วนในประเทศเวียดนาม มีแผนขยายสาขาศูนย์การค้า GO! 2 สาขา, ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! 6 สาขา พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในตลาดอาเซียนอื่น ๆ โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 4-5% และ EBITDA ที่ 5-7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี New Heights, Next Growth ภายใต้กลยุทธ์ ‘Innovation in Action’ เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรสู่การเติบโตครั้งใหม่ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
-มุ่งต่อยอดความสำเร็จของแพลตฟอร์มออมนิแชแนลของเซ็นทรัล รีเทล ที่มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ยอดขายจากช่องทางออนไลน์เติบโตขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้มีการพัฒนาทั้งในส่วนของประสบการณ์หน้าร้านด้วยพนักงานที่พร้อมให้บริการแบบเฉพาะตัว, การปรับปรุงบรรยากาศภายในร้าน, การเพิ่มจุด Self-Checkout, การจัดอีเว้นท์ร่วมกันของธุรกิจในเครือ และการเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ที่ช่วยดึงดูดทราฟฟิก เช่น โซนอาหาร โซนเกม และแชมเปญบาร์ เป็นต้น ตลอดจนนำ AI มาช่วยยกระดับการช้อปปิ้งออนไลน์ให้รวดเร็ว และง่ายดายยิ่งขึ้น
-อัพเกรดแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย ทั้งการพัฒนาสินค้าที่วางจำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ประเทศเวียดนาม โดยเน้นกลุ่มเบเกอรี่ อาหารพร้อมทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ส่วนประเทศไทยจะเน้นเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์ทั้งสินค้าแฟชันชั้นนำจากไทยและเอเชีย พร้อมขยาย KIS & LOOKS Beauty Specialty Stores ปรับรูปแบบสาขาและราคาสินค้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Young & Mainstream
-ยกระดับการดำเนินงานในหลายมิติด้วยเทคโนโลยี อาทิ การนำ AI มาใช้เสริมศักยภาพในการบริหารลูกค้า, การทำการตลาด, การสั่งสินค้าและกำหนดราคา รวมถึงการบริหารจัดการหน้าร้าน นอกจากนี้ยังได้พัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว






