เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์ “Luxury Hotel” ริมน้ำเจ้าพระยาพร้อมอวดโฉมปี’71

เดินหน้างานก่อสร้างโรงแรม  “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์” (The Ritz-Carlton Bangkok, The Riverside) มาได้หลายเดือนแล้ว หลังจากบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ได้ลงนามเซ็นสัญญากับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลในการพัฒนาและบริหารโรงแรม “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์” ไปตั้งแต่ปี 2565

จนกระทั่งเมื่อโครงการได้ผ่านการรายงาน EIA เรียบร้อยแล้ว ก็ได้ทำพิธีลงเสาเอกเริ่มต้นงานก่อสร้างไปเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา บนพื้นที่ประวัติศาสตร์สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่เดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น และบริเวณทรงวาด ที่พร้อมจะพลิกโฉมสู่การเป็นแลนด์มาร์คด้านสุขภาพริมน้ำในระดับโลกภายใต้แนวคิด “The River Journey”

โดยโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์ เป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์เดอะ ริทซ์-คาร์ลตันแห่งที่ 2และเป็นโรงแรมที่กำลังดำเนินงานลำดับที่ 20 ของ AWC ในประเทศไทยที่บริหารงานโดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 8 ไร่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านฝั่งธนบุรี หรือปลายสุดของถนนเชียงใหม่ เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านสุขภาพและวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์มรดกไทย-จีน พร้อมการเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำระดับโลก

การออกแบบโครงการจะเน้นตามหลักฮวงจุ้ย ด้วยการสร้างอาคารใหญ่ด้านหลังให้เปรียบเสมือนภูเขา เพื่อรับศาลเจ้าแม่หมาโจ้ที่มองออกไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา เป็น Luxury Hotel & Conventionhall รีสอร์ตระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อสร้างมาตรฐานการพักผ่อนระดับโลกในรูปแบบของ “Riverside Heritage Destination” โดยมีการออกแบบที่ผสมผสานศาสตร์สมัยใหม่และภูมิปัญญาดั้งเดิม

รูปแบบของห้องพักจะเน้นความเป็นไลฟ์สไตล์และเวลเนสที่ตอบโจทย์นักเดินทางกลุ่มคุณภาพที่มองหาประสบการณ์ที่แตกต่างและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการท่องเที่ยวไทย และช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้กลับมาสัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานครอีกครั้ง

และในอนาคตเตรียมพัฒนาโครงการให้ได้รับมาตรฐาน LEED ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านอาคารเขียวที่ยั่งยืน พร้อมการบริการที่เน้น Wellness มีการผสมผสานองค์ประกอบด้านสุขภาพ (Wellness) เข้าไปในโมเดลการพักผ่อนเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางคุณภาพ

โดยมีจำนวนห้องพักทั้งหมด 195 ห้อง ประกอบด้วย โรงแรมสูง 20 ชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน 3 ชั้นจำนวนห้องพักระดับลักชัวรีรวม 167 ยูนิต พร้อมห้องอาหารบนรูฟท็อปพร้อมวิวแบบพาโนรามา ห้องบอลรูมขนาดใหญ่ ห้องอาหารอีกหลากหลาย  นอกจากนี้ยังมีการสร้างอาคารริมแม่เจ้าพระยาสูง 4 ชั้น 1 อาคาร  ที่จะมีการออกแบบห้องพักแบบพิเศษขนาด 2-3ห้องนอนพร้อม Living Room และ Pantry เพื่อให้ผู้เข้าพักรู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตจริงและสามารถพักอาศัยอยู่ได้ในระยะยาว (Long-stay)  ซึ่งเป็นการตอบโจทย์นักเดินทางของกลุ่มคุณภาพรุ่นใหม่

ส่วนอาคารเก่ารูปตัว U ประกอบด้วย อาคารศาลเจ้าแม่หม่าโจ้วสูง 2 ชั้น 1 อาคาร  อาคารบริวารสูง 2 ชั้น 2 อาคาร ทางโครงการได้คงสภาพอาคารเดิมไว้เพื่ออนุรักษ์สถาปัตยกรรมดั้งเดิมและจิตวิญญาณของชุมชนชาวไทย-จีนไว้ เพื่อรักษากลิ่นอายความแท้จริงผ่านกาลเวลา โดยเฉพาะอาคารศาลเจ้าแม่หมาโจ้ ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเลที่เป็นสิริมงคลแก่ผู้เดินทาง พร้อมเทพที่ดูแลเรื่องสุขภาพและความรักโดยเฉพาะ (ปัจจุบันยังเปิดให้เข้าสักการะศาลเจ้าแม่ได้ทุกวัน) แต่จะมีการบูรณะเป็นห้องพักเพิ่มเติม พร้อมห้องอาหาร และศูนย์สุขภาพขนาดใหญ่

ตามแผนงานที่วางไว้โปรเจ็กต์นี้จะใช้เวลาก่อสร้าง 33 เดือน มีกำหนดแล้วเสร็จช่วงไตรมาส 1 ปี 2571 และจะเปิดให้บริการได้ในช่วงกลางปี 2571

ขณะเดียวกันทางกลุ่มแอสเสท เวิรด์ฯ ยังมีแผนจะก่อสร้างอาคารแห่งใหม่เพิ่มอีก 1 โครงการบนที่ดินอีกฟากฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาขนาด 3ไร่ บริเวณถนนทรงวาด ออกแบบเป็นอาคาร Shophouse พร้อมห้องพักอีก 24 ห้องและห้อง Convention Hall ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน และอาคารจอดรถขนาดกว่า 420 ตารางเมตร

ทั้งนี้พื้นที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานแห่งนี้จะเชื่อมต่อถึงกันด้วยบริการเรือไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินของผู้เข้าพัก  ล่าสุดทางกรุงเทพมหานครมีแผนจะสร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงระหว่างสะพานพระปกเกล้าถึงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณท่าเรือสวัสดี เชื่อมถนนทรงวาด รวมความยาวสะพานและถนนประมาณ 1 กิโลเมตร โดยเฉพาะตัวสะพานมีความยาว 300 เมตรและกว้าง 7-10 เมตร ซึ่งสำนักการโยธาของกทม.ได้ทำการศึกษาโครงการเสร็จแล้วเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา อยู่ระหว่างการทำรายงานเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ให้ข้อคิดเห็น คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 ปี

ดังนั้นหากโครงการสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นจริงและเปิดใช้บริการได้จริง ถือว่าเป็นประโยชน์กับโครงการเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์ เพราะทางเดินขึ้นลงของสะพานบริเวณท่าเรือสวัสดีตั้งอยู่ติดกับรั้วของโครงการ

โครงการเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์ ถือเป็นการสร้างประสบการณ์ “Resort in the City” แทนที่จะเป็นโรงแรมในเมือง (City Hotel) แบบทั่วไป เน้นการสร้างประสบการณ์ “ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น” ที่ใช้บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาและความสงบจากพื้นที่อนุรักษ์ประวัติศาสตร์มาเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อน ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้รับแรงบันดาลใจและสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งถึงระดับจิตวิญญาณ

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง