3 นายกอสังหาฯ ประเมินสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอสังหาฯไทย

3 สมาคมหลักภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ประกอบด้วย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย ประเมินผลกระทบของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ

พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย มอง สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางเข้ามาซ้ำเติมตลาดอสังหาฯ ไทยที่เผชิญความท้าทายอยู่ก่อนแล้ว ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ในกลุ่มระดับกลาง-ล่างที่พุ่งสูงถึง 60-70% โดยประเมินว่าสงครามครั้งนี้จะกระทบต่อ “ความเชื่อมั่น” ของผู้ซื้อระดับบนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือความไม่แน่นอน ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจเพื่อถือเงินสดหรือโยกย้ายเงินไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ อย่างไรก็ตาม ในแง่ของกลไกตลาด นี่คือช่วงเวลาของการปรับสมดุล (Market Balance) เมื่อยอดขายชะลอตัว การเปิดตัวโครงการใหม่ลดลง ช่วยระบาย Supply คงค้างในตลาด ขณะเดียวกันปัญหาการขาดแคลนแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศในช่วงนี้ ถือเป็นจังหวะที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวบริหารจัดการงานก่อสร้างให้สอดคล้องกับดีมานด์ที่แท้จริง

ด้าน สุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร วิเคราะห์ถึงผลกระทบด้านต้นทุนว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาคือ “ราคาพลังงาน” หากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี จะส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งและวัสดุก่อสร้างขยับขึ้นราว 7% ซึ่งจะสะท้อนไปยังราคาขายบ้านในอีก 1-2 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 3% – 3.5% รวมถึงส่งผลต่อค่าไฟฟ้าจากต้นทุนการนำเข้า LNG (Liquefied Natural Gas) ที่สูงขึ้น

ทางออกที่ยั่งยืนคือการรณรงค์ให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคหันมาใส่ใจแนวคิด Green Building และ Low Carbon Living อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการใช้ระบบขนส่งมวลชน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว

ขณะที่ ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย มองวิกฤตครั้งนี้คือ “โอกาสทอง” ของอสังหาฯ ไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม Ultra Luxury เนื่องจากเดิมเม็ดเงินมหาศาลเคยไหลเข้าสู่ดูไบและอาบูดาบี แต่เมื่อพื้นที่เหล่านั้นเผชิญภาวะสงคราม ความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับโลกจึงเริ่มมองหาแหล่งพำนักใหม่ที่ปลอดภัย

ประเทศไทยมีจุดแข็งที่พิสูจน์แล้ว ทั้งระบบสาธารณสุขที่ดีเยี่ยม โรงเรียนนานาชาติมาตรฐานโลก และความปลอดภัยที่เป็นเลิศ หากภาครัฐวางโครงสร้างรองรับกลุ่ม Ultra Wealth อย่างถูกต้อง ผ่านระบบสัญญาเช่าระยะยาว หรือ Long-term Visa จะเป็นแรงดึงดูดมหาศาลให้เศรษฐีทั่วโลกย้ายเข้ามาพำนักในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย และชลบุรี ซึ่งจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้อย่างรวดเร็วผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์

3 สมาคมอสังหาฯ ทิ้งท้ายว่า แม้ปี 2569 จะเป็นปีที่ต้องเผชิญกับปัจจัยรุมเร้าหลายด้าน แต่หากผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับกลยุทธ์สินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐในการดึงดูดกำลังซื้อต่างชาติที่ถูกกฎหมาย เชื่อว่าภาคอสังหาฯ ไทยจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตและกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในปีหน้า

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง