“Central Park Offices” Modern Urban Work Life ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์-เชื่อมต่อการทำงานครบวงจร

Central Park Offices” ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าอาคารสำนักงาน แต่เป็นเวิร์กสเปซที่ผสานการทำงานเข้ากับไลฟ์สไตล์เมืองอย่างลงตัว ในฐานะอาคารสำนักงานระดับ Premium Grade A แห่งใหม่ของของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ตั้งอยู่บนแลนด์มาร์กแยกพระราม 4–สีลม ที่เชื่อมต่อกับโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่  “Dusit Central Park ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างดุสิตธานีและเซ็นทรัลพัฒนา

โครงการออกแบบภายใต้แนวคิด Urban Work Life เน้นความทันสมัยและครบวงจรที่สุดในกรุงเทพฯประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ โรงแรมดุสิตธานีโฉมใหม่,ศูนย์การค้า Central Park ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์และเป็นศูนย์รวมร้านอาหารและบริการต่างๆ,ที่พักอาศัย Dusit Parkside และ Dusit Residencese มียอดจองแล้วกว่า 90% และอาคารสำนักงาน Central Park Offices

การเข้าถึงพื้นที่ทั้ง4ส่วนที่ไร้รอยต่อผ่าน”ศูนย์การค้า”เป็นแกนกลาง

สำหรับจุดเด่นที่สำคัญอาคารสำนักงานแห่งนี้คือ ทำเลและการเชื่อมต่อที่เหนือชั้น โดยที่ตั้งโครงการอยู่บริเวณหัวมุมแยกพระราม 4และสีลม ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าทั้ง BTS สถานีศาลาแดง และ MRT สถานีสีลม โดยมี”ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค”เป็นแกนกลาง (Central Hub) ในการเชื่อมโยงการใช้งานทั้ง 4 ส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อทำหน้าที่ “Feed” หรือเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้กับทั้งผู้เช่าออฟฟิศและแขกของโรงแรม ทำให้การเดินเปลี่ยนโซนระหว่าง 3-4 ส่วนหลักทำได้อย่างสะดวกและเข้าถึงกันได้ง่ายที่สุด โดยมีทางเดิน Covered Walkway จาก BTS ศาลาแดง เข้าสู่ศูนย์การค้าโดยตรงง และในอนาคตจะมีการสร้างทางเชื่อมโดยตรง (Direct Connection) จาก MRTสีลม เข้าสู่ใจกลางโครงการ เพื่อให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเผชิญกับแดดหรือฝน ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปลายปีนี้นอกจากนี้ทางโครงการยังมีแผนที่จะเปิดทางเข้า-ออกทางด้านหลังฝั่งศาลาแดงเพิ่มเติม เพื่อช่วยระบายการจราจรออกไปทางด้านหลังให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

ทัศนียภาพที่เหนือระดับกับตำแหน่งที่ตั้งใกล้กับ”สวนลุมพินี”มากที่สุด

ด้านแนวคิดการออกแบบโครงการมิกซ์ยูสแห่งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้าง “Urban Work Life” ที่ทันสมัยและดีที่สุดในกรุงเทพฯ โดยมีการเชื่อมต่อกับสวนลุมพินีผ่านทัศนียภาพและความโปร่งสบาย เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในจุดที่ ใกล้กับสวนลุมพินีมากที่สุด จึงได้มีการออกแบบอาคารสำนักงานให้มีความโปร่งโล่งภายในอาคาร โดยใช้กระจกแบบ Full Floor-to-Ceiling ที่มีความสูงถึง 4 เมตร เพื่อให้ผู้ที่อยู่ภายในอาคารสามารถมองเห็นวิวสวนลุมพินีในมุมที่สวยที่สุดได้อย่างเต็มตา และให้ความรู้สึกที่เปิดกว้างมากกว่าอาคารสำนักงานรูปแบบเดิมๆ

นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบให้เชื่อมต่อกับธรรมชาติผ่านสวนลอยฟ้าที่ใหญ่สุดในเมืองไทย “สวนดุสิตอรุณ บนพื้นที่ 7 ไร่ หรือประมาณ 11,200 ตารางเมตรบนชั้น 4-6 ของห้าง Central Park ที่เปิดให้ผู้ใช้งานจากทุกภาคส่วนในโครงการ ทั้งจากโรงแรม ศูนย์การค้า ที่พักอาศัย และออฟฟิศ สามารถเข้ามาใช้พื้นที่สีเขียวร่วมกันได้ รวมทั้งมีการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบบนชั้น 6 ของอาคารสำนักงาน ซึ่งเป็นชั้นที่เชื่อมต่อระหว่างลิฟต์จากศูนย์การค้า ลานจอดรถ และออฟฟิศเข้าด้วยกัน ทำให้คนที่ทำงงานในอาคารแห่งนี้เข้าถึงร้านอาหาร สวน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

พื้นที่ศูนย์กลางแห่งไลฟ์สไตล์และการเชื่อมต่อรองรับการทำงานครบวงจร

นอกเหนือจากพื้นที่เพื่อรองรับการทำงานของพนักงานที่อยู่ในอาคาร Central Park Offices แล้ว ในพื้นที่ชั้น 6 ของอาคารได้ออกแบบเป็น  “at Work” โซน Co-working Space  พื้นที่ทำงานร่วมสมัยที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่ เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปที่ต้องการบรรยากาศการทำงานที่ยืดหยุ่น ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากบ้านหรือออฟฟิศแบบเดิม ๆ ภายในพื้นที่ถูกจัดสรรให้มีทั้งโต๊ะทำงานแบบเปิดสำหรับการทำงานเดี่ยว พื้นที่ทำงานร่วมกันสำหรับการระดมไอเดีย ไปจนถึงห้องประชุมส่วนตัวที่รองรับการประชุมทีมขนาดเล็กและการพบปะทางธุรกิจ

นอกจากนี้ at Work ยังสามารถรองรับการจัดสัมมนา เวิร์กช็อป อีเวนต์ในหลากหลายรูปแบบ และรองรับงานสังสรรค์แบบPrivate party พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนด้านภาพและเสียงที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ห้องประชุม และพื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกัน

ส่วนพื้นที่รูฟท็อปของอาคารซึ่งเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่เป็นมากกว่าจุดชมวิวกรุงเทพฯ และสวนลุมพินีแบบพาโนรามา ทางโครงการได้ออกแบบเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์รองรับกลุ่มคนทำงานและนักเดินทางสำหรับเป็นพื้นที่สังสรรค์ในช่วงหลังเลิกงาน โดยรูฟท็อปบนชั้น 42 ออกแบบเป็น The Norm Bangkok ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Here, You Belong.” เป็นสถานที่ที่ผสานศาสตร์แห่ง Hospitality เข้ากับงานดีไซน์ระดับโลกอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไอคอนิกจาก Fritz Hansen กว่า 100 ชิ้น ที่ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น ร่วมสมัย ภายในแบ่งเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ The Main Hall, The Terrace โซนเอาต์ดอร์รับลมพร้อมวิวเส้นขอบฟ้า, The Whispering Room บาร์สไตล์ Speakeasy และ The Living Room พื้นที่สบาย ๆ สไตล์ Mid-Century พร้อมโปรแกรมซิกเนเจอร์ค็อกเทลผ่าน 3 ยุค ได้แก่ Nostalgic Bangkok, Modern Bangkok และ Progressive Bangkok หนึ่งในไฮไลต์คือ Matador No.1 ค็อกเทลโทนทรอปิคัลสดใสที่ผสาน Reposado, Cointreau และน้ำสับปะรด เติม Lime Juice และ Saline Solution เพื่อสร้างรสชาติสดชื่นชวนดื่มในช่วงค่ำคืน

อีกหนึ่งไฮไลต์ของโครงการ คือ ÆTHER (อี-เธอร์) ค็อกเทลเลานจ์บนรูฟท็อปชั้น 44 ของ Dusit Central Park ด้วยดีไซน์สไตล์ futuristic minimal มองเห็นวิวพาโนรามาเหนือสวนลุมพินีอย่างเต็มสายตา โดดเด่นด้วยโปรแกรมค็อกเทลแบบ Progressive โดยบาร์เทนเดอร์ชั้นนำของประเทศไทย พร้อมบรรยากาศดนตรีแนวเฮาส์จากดีเจระดับโลกตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ตกไปจนถึงยามค่ำคืน

Eco Innovation” นวัตกรรมขั้นสูงเพื่อคุณภาพชีวิตภายในอาคาร

Central Park Offices ออกแบบเพื่อส่งเสริมคุณภาพอากาศภายใน พร้อมระบบจ่ายอากาศภายนอกเฉพาะทาง (Dedicated Outdoor Air Systems) ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และคุณภาพอากาศอย่างเหมาะสม เสริมด้วยแผ่นกรอง MERV16 กรองฝุ่น PM2.5 และ PM10 แผ่นกรองคาร์บอนและหลอดยูวีที่ AHU เพื่อฆ่าเชื้อและลดสารอินทรีย์ระเหย มีเซนเซอร์ CO₂ ควบคุมระดับไม่เกิน 750 ppm เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมทั้งใช้วัสดุ Low VOC ลดการสัมผัสสารก่อมะเร็ง งดใช้แร่ใยหิน ไร้สารตะกั่วและปรอท

รวมทั้งยังมีการจัดการคุณภาพแสงสว่าง อาทิ การควบคุมแสงจ้าในพื้นที่ทำงาน ป้องกันแสงจ้าจากไฟฟ้าที่อาจรบกวนสายตาและก่อให้เกิดความไม่สบายตา การออกแบบแสงตามธรรมชาติ (Circadian Lighting Design) สำหรับที่ทำงานโดยเฉพาะ รวมทั้งเลือกใช้ท่อน้ำและอุปกรณ์ที่ปราศจากสารตะกั่ว พร้อมระบบกรอง RO มาตรฐาน NSF 42 และน้ำดื่มได้รับการตรวจสอบว่าปลอดเชื้อ E.coli โดยห้องปฏิบัติการ มีการตรวจคุณภาพน้ำทุกไตรมาส และดูแลอุปกรณ์จ่ายน้ำด้วยการทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพน้ำตลอดการใช้งานอาคาร

ตัวอาคารถูกออกแบบให้สอดคล้องกับศาสตร์ฮวงจุ้ยเพื่อเสริมพลังชีวิต ทั้งภายในและภายนอก โดยใช้ผังอาคารเหลื่อมองศาเพื่อเปิดมุมมองพาโนรามาสู่สวนลุมพินี เสริมการระบายอากาศแบบ Cross Ventilation และรับลมธรรมชาติผ่านการใช้ FIN ระเบียงและกันสาด พื้นที่ภายในยังออกแบบให้เปิดรับพลังของลม น้ำ แสงในทุกห้อง พร้อมเพดาน Double Volume รองรับหน้าต่างบานใหญ่เพื่อให้พลังธรรมชาติไหลเวียนได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังคำนึงถึงทิศทางลมและน้ำจากสวนลุมพินี โดยตัวอาคารจะเว้นช่องว่างเพื่อให้พลังงานไหลเวียนได้สะดวก ไม่บล็อกทางลม และมีการตกแต่งด้วยองค์ประกอบที่เป็นมงคล เช่น น้ำตกและไม้มงคล เพื่อช่วยให้พลังงานที่ดีจากสวนลุมพินีไหลเวียนเข้าสู่โครงการได้อย่างสะดวก

พื้นที่จอดรถทั้งโครงการ3พันคันรองรับโรงแรม ศูนย์การค้า และอาคารสำนักงาน

ส่วนการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถและทางเข้าออกภายในโครงการ ทางโครงการได้จัดให้มีที่จอดรถรองรับกว่า 3,000 คันสำหรับการใช้งานร่วมกันระหว่าง 3 ส่วนหลัก คือ โรงแรม ศูนย์การค้า และอาคารสำนักงาน ที่มีความพิเศษโดดเด่นในเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่แบบ Mix-use Advantage ซึ่งช่วยแก้ปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ดีกว่าอาคารสำนักงานทั่วไป เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในช่วงเวลาที่พฤติกรรมการจอดรถของพนักงานออฟฟิศและลูกค้าศูนย์การค้าสลับกัน ทำให้มีพื้นที่ว่างรองรับตลอดเวลา ในรูปแบบ “บัฟเฟอร์” (Buffer) ซึ่งในช่วงเวลาพีค หากเป็นอาคารสำนักงานเพียงอย่างเดียว ที่จอดรถมักจะเต็มในช่วงเวลาเที่ยงหรือบ่าย แต่สำหรับที่นี่จะมีพื้นที่สำรองหรือบัฟเฟอร์ให้ตลอดเวลา

เนื่องจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้เช่าแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันในด้านเวลา โดยใช้การสลับช่วงเวลาใช้งาน (Time-based Rotation) เช่น ช่วงกลางวันในขณะที่พนักงานออฟฟิศใช้ที่จอดรถ ปริมาณลูกค้าที่มาเดินศูนย์การค้าจะยังไม่หนาแน่นมากนัก ทำให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับคนทำงาน ส่วนช่วงเย็นเมื่อพนักงานออฟฟิศเริ่มเดินทางกลับบ้านและนำรถออก ก็จะเป็นช่วงเวลาที่ลูกค้าเริ่มเข้ามาใช้บริการที่ศูนย์การค้าพอดี ทำให้การหมุนเวียนรถเป็นไปอย่างราบรื่นและลดปัญหาการจราจรติดขัดภายในโครงการ

ยอดจองพื้นที่เช่าเกิน 80%บริษัทต่างชาติตบเท้าเข้ามาตั้งออฟฟิศใหม่

ทั้งนี้ Central Park Offices แห่งนี้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซนหลัก ซึ่งแต่ละโซนมีขนาดพื้นที่ต่อชั้นแตกต่างกันไปตามระดับความสูงของอาคาร

Low Zone: เป็นโซนที่มีขนาดพื้นที่ต่อชั้นใหญ่ที่สุด มีพื้นที่ประมาณ 2,200 ตารางเมตรต่อชั้น

Mid Zone: มีขนาดพื้นที่ประมาณ 1,700 ตารางเมตรต่อชั้น

High Zone: มีขนาดพื้นที่ประมาณ 1,300 – 1,400 ตารางเมตรต่อชั้น

สำหรับผู้เช่าที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ทั้งชั้น โครงการยังมีพื้นที่ขนาดเล็กที่สุดเริ่มต้นที่ 98 ตารางเมตรไว้รองรับด้วยปัจจุบัน Central Park Offices มียอดจองพื้นที่แล้วกว่า 80% โดยมีบริษัทชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจเข้าใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่องทั้งจากญี่ปุ่น เยอรมัน และอเมริกา โดยกลุ่มผู้เช่าหลักประกอบด้วย บริษัทชั้นนำระดับโลกจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์,สินค้าอุปโภคบริโภคและรีเทล (Consumer Goods & Retail): เช่น Adidas Thailand,กลุ่มบริษัทข้ามชาติและกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก เช่น กลุ่ม Mitsubishi (THMC),กลุ่มธุรกิจการเงินและธนาคาร (Finance & Banking) เช่น หลักทรัพย์บัวหลวง และบริษัทในกลุ่มการเงินอื่นๆ,กลุ่มเทคโนโลยีและไอที (IT) รวมถึงสถานทูตเนเธอร์แลนด์ที่เตรียมจะย้ายเจ้าหน้าที่มาอยู่ในอาคารแห่งนี้

โดยเฉพาะพื้นที่ในส่วน High Zone ได้ถูกจองเต็มไปหมดแล้ว ส่วน Mid Zone เหลือพื้นที่เพียงเล็กน้อย ในขณะที่พื้นที่ว่างส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน Low Zone ซึ่งถือเป็นโซนที่มีความพิเศษเพราะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยต่อชั้นกว้างขวางและให้ทัศนียภาพที่สวยงาม

สำหรับอัตราค่าเช่าสำนักงานเฉลี่ยของโครงการนี้อยู่ที่ 1,600 บาทต่อตารางเมตร โดยราคาค่าเช่าพื้นที่สำนักงานในฝั่งที่เห็น City View จะมีความแตกต่างจากฝั่งที่เห็นวิวสวนลุมพินีประมาณ 15-20%

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง