ทีโอเอ ผนึกกำลัง การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กองทุนพัฒนากีฬาฯ และ สมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย เปิดศึกบาสเกตบอล 3 คน รายการ ‘TOA 3×3 Basketball All Thailand – Domestic Power 2026’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ขยาย 15 สนามทั่วไทย เริ่มสนามแรกที่ จ.สุพรรณบุรี 28-29 มีนาคมนี้ ชิงถ้วยตราสัญลักษณ์โครงการในพระบรมราชานุญาตในหลวง และเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท
นำโดย ทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, เกื้อ ชูศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาภูมิภาค ผู้แทนผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA, นิพนธ์ ชวลิตมณเฑียร นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย และ และ ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ประธานโครงการการพัฒนาเยาวชน Domestic Power Youth Development กีฬาบาสเกตบอล ประจำปี 2569 ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการในครั้งนี้ โดยมี ดร.เอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี เจ้าภาพจัดการแข่งขันสนามแรก ร่วมด้วย ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย

จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาร่วม 15 ปีที่ TOA มุ่งมั่นสนับสนุนวงการบาสเกตบอลไทย โดยเฉพาะกระแสกีฬาบาสเกตบอล 3×3 ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เห็นได้จากจำนวนเยาวชนที่สมัครเข้าร่วมรายการ TOA 3×3 All Thailand เกือบ 3,000 คนในทุกปี สะท้อนถึงความสำเร็จตามเจตนารมณ์หลักของบริษัทฯ ที่ต้องการส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีสุขภาวะที่ดีผ่านการเล่นกีฬา พร้อมผลักดันศักยภาพนักกีฬาไทยสู่เวทีระดับชาติและสากลอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การที่ภาครัฐยกระดับรายการนี้สู่โครงการ ‘Domestic Power Youth Development 2026’ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการสร้างระบบการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งความสำเร็จล่าสุดของทีมชาติไทยใน SEA Games 2025 ที่คว้ามาได้ถึง 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน รวมถึงการโชว์ฟอร์มแกร่งเอาชนะแชมป์ยุโรปอย่างลิทัวเนียในรายการชิงแชมป์โลก เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าบาสเกตบอลไทยมีศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด และพร้อมเติบโตสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง

นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ประธานโครงการฯ กล่าวว่า นอกจากการบ่มเพาะนักกีฬารวมทั้งผู้ฝึกสอนในโครงการพี่สอนน้อง จำนวน 5 ภาค โครงการอบรมผู้ฝึกสอน จำนวน 4 ภาค และการนำนักกีฬาบาสเกตบอลเยาวชนชายและหญิงเข้าโครงการ Training Camp จำนวน 2 ครั้ง เพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีฝีมือและศักยภาพที่ดีจากทั่วประเทศขึ้นมาติดทีมชาติ โดยจะแข่งขันรวม 11 รุ่น ได้แก่ 12 ปี (ผสมชายหญิง), 14 ปี ชายและหญิง, 16 ปี ชายและหญิง, 18 ปี ชายและหญิง, 23 ปีชายและหญิง และประชาชนชายและหญิง ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท ขยายการแข่งขันไป 15 สนามทั่วประเทศ ดังนี้
- 28 – 29 มี.ค. 69 ณ หอคอยบรรหาร-แจ่มใส จ.สุพรรณบุรี
- 2 – 3 พ.ค. 69 ณ โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี
- 23 – 24 พ.ค. 69 ณ สนามบาสเกตบอลสวนสาธารณะธารา จ.กระบี่
- 29 พ.ค. – 1 มิ.ย. 69 ณ ชั้น 2 ศูนย์กีฬากำธนสินธวานนท์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จ.นนทบุรี
- 6 – 7 มิ.ย. 69 ณ โรงเรียนพระพุทธชินราชพิทยา จ.พิษณุโลก
- 13 – 14 มิ.ย. 69 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร จ.สกลนคร
- 20 – 21 มิ.ย. 69 ณ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จ.อุดรธานี
- 27 – 28 มิ.ย. 69 ณ โรงเรียนพัทลุง จ.พัทลุง
- 4 – 5 ก.ค. 69 ณ สนามกีฬาเทศบาลนครยะลา จ.ยะลา
- 11- 12 ก.ค. 69 ณ โรงเรียนสตรีศึกษา จ.ร้อยเอ็ด
- 25 – 26 ก.ค. 69 ณ โรงเรียนส่วนบุญโยปถัมภ์ จ.ลำพูน
- 8 – 9 ส.ค. 69 ณ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
- 15 – 16 ส.ค. 69 ณ ฮอลล์ 1 ชั้น 4 ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จ.นครราชสีมา
- 29 – 30 ส.ค. 69 ณ โรงเรียนสตรีสิริเกศ จ.ศรีสะเกษ
- 25 – 27 ก.ย. 69 ณ อาคารกีฬานิมิบุตร กทม./มหาวิทยาลัยรังสิต
ทั้งนี้ ในรอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย กำหนดเอาแชมป์จาก 15 ภูมิภาค มาแข่งขันกัน และนับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างสูงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์ “โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” มาประดิษฐานบนถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และประกาศนียบัตร เพื่อเป็นสิริมงคล และเกียรติยศสูงสุดแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้





