เมทเธียร์กวาดรายได้ปี’68ทะลุ 2,825 ล้านบาท โตแรง 105% ขึ้นแท่น Top 3 ผู้นำธุรกิจรักษาความปลอดภัย มุ่งปฏิวัติการบริหารจัดการอาคารและพลังงานด้วย Digital Twin และ AGI กางแผนปี’69 เตรียมขยายฐานสู่ 2 ธุรกิจใหม่ด้านงานซ่อมบำรุงเชิงป้องกันในอาคาร และบริการทำความสะอาดขั้นสูง พร้อมชูจุดแข็งระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและอาคารสถานที่ด้วยโซลูชัน “Pre-Crime” และแพลตฟอร์ม “METTRIQ” (Metthier Reformative IQ)

ขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเมทเธียร์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นด้วยรายได้รวม 2,825 ล้านบาท เติบโตขึ้น 105% จากปี 2567 ส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นสู่ 1 ใน 3 ผู้นำธุรกิจรักษาความปลอดภัยสัญชาติไทยที่ทำรายได้สูงสุด โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมากกว่า 1,000 สัญญา ให้บริการครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ถึง 8 ประเภท ตั้งแต่ที่พักอาศัยไปจนถึงพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างอุตสาหกรรมและการคมนาคมขนส่งสาธารณะ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะ (Smart Facility Management) ครบวงจร
ขณะที่แนวทางการดำเนินธุรกิจการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ สู่การป้องกันก่อนเกิดเหตุควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพลังงานและความยั่งยืนที่สามารถวัดผลได้จริง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา Smart City ในปัจจุบัน ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของตลาดบริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่มีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท ถือเป็นโอกาสของงบริษัทในการนำความเชี่ยวชาญด้าน Big Data และ AIoT มาพัฒนาโซลูชันการบริหารจัดการความปลอดภัยและการดูแลอาคารที่มีความแม่นยำ ตรวจสอบได้ พร้อมรายงานผลอย่างโปร่งใส เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวของแต่ละอาคาร
ทั้งนี้บริษัทได้ปรับกลยุทธ์และโซลูชันให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุดและทันสมัย ตั้งแต่การเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรด้วยแนวคิด “Heartmade Technology” ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับหัวใจบริการของบุคลากร อาทิ รปภ. แม่บ้าน ช่างอาคารกว่า 12,000 คน ให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการ รวมถึงลดภาระงานซ้ำซ้อนหรือมีความเสี่ยงสูง ด้วยโซลูชันอัจฉริยะหุ่นยนต์ METTBOT, ระบบบริหารจัดการอาคาร METTRIQ (Metthier Reformative IQ) ที่รวม 12 ระบบเทคโนโลยีไว้ในหนึ่งเดียว เช่น Pre-Crime วิเคราะห์พฤติกรรมต้องสงสัยเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ และระบบบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากร, การสื่อสารเพื่อบริหารจัดการกำลังคนผ่าน METTLINK Application และ METTTALK Digital Walkie Talkie รวมถึงนำ Agentic AI มาปรับใช้จริง เพื่อให้ตัดสินใจและแก้ไขปัญหาหน้างานได้รวดเร็วและแม่นยำ

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทให้ความสำคัญกับการเป็นผู้นำ Smart Facility Management ด้วยการขยายฐานบริการสู่งานซ่อมบำรุงเชิงป้องกันแบบครบวงจร (Total Preventive Maintenance) ที่ผสานขีดความสามารถของ AI เข้ากับความเชี่ยวชาญของทีมวิศวกร ผ่านแพลตฟอร์มอัจฉริยะ METTRIQ ซึ่งใช้เทคโนโลยี Digital Twin และ 3D Visualization จำลองโครงสร้างอาคารเสมือนจริงเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงรอบด้าน ตั้งแต่การบริหารจัดการฝูงชนไปจนถึงความปลอดภัยเชิงรุก พร้อมระบบ Predictive Maintenance ที่คาดการณ์ความเสียหายล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการอาคารในระยะยาว
นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวบริการทำความสะอาดขั้นสูง (Advanced Hygiene Solution) ยกระดับพนักงานทำความสะอาดสู่ผู้เชี่ยวชาญความสะอาดเฉพาะด้านตามมาตรฐาน BS EN 13549:2001 (Cleaning Services Standard), ISO 9001:2015 (Quality Management System), ISO 45001:2018 (Workplace Safety & Standards), และ ISO 14001:2015 (Environmental Management) เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ Healthcare & Wellness เช่น คลินิก โรงพยาบาล และศูนย์การแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและมีความต้องการด้านสุขอนามัยที่ละเอียดอ่อน
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยี “Humanoid Robotics” ในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยมีเป้าหมายในการนำมาสนับสนุนภารกิจด้านความปลอดภัยและงานบริการทำความสะอาด โดยเฉพาะงานที่ต้องการความแม่นยำสูง มีลักษณะซ้ำ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง อาทิ การตรวจการณ์และลาดตระเวนด้านความปลอดภัย รวมถึงงานทำความสะอาดเฉพาะทางในพื้นที่ที่ต้องการมาตรฐานสุขอนามัยขั้นสูง เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานของบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และยกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง





