ไฮเออร์ ประเทศไทยทุ่มงบกว่า1.2พันล้านขยายเครือข่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าเปิดตัวครื่องซักผ้าแยกซัก3ถัง

ภาพรวมการดำเนินงานของไฮเออร์ (Haier) ในประเทศไทยในปีที่ผ่านมา ต้องเผชิญความท้าทายจากสภาพอากาศที่ผิดคาดส่งผลให้ยอดขายเครื่องปรับอากาศในตลาดลดลง อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมไว้ที่ 25% หรือประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่มีรายได้กว่า 11,230 ล้านบาท โดยมีสินค้า“เครื่องปรับอากาศ” ครองแชมป์สัดส่วนพอร์ตธุรกิจ ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากพยากรณ์อากาศที่คาดว่าปีนี้จะร้อนจัด ช่วยผลักดันยอดขายสินค้ากลุ่มเรือธงอย่างเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้าให้เติบโตเพิ่มขึ้น และปีนี้จะมีการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น เครื่องซักผ้าสามถังและสินค้าที่รองรับระบบโซล่าเซลล์

ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัทไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2568 จะได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ผันผวน แต่ถือเป็นปีที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรม โดยผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น ทั้งในด้านความสะดวกสบาย การประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อและเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานมากยิ่งขึ้น

โดยแนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนานวัตกรรมของไฮเออร์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี AI และฟังก์ชันด้านสุขอนามัย ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ไฮเออร์ ประเทศไทย สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แม้อยู่ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย

โดยในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวม 11,230 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14% สะท้อนศักยภาพการเติบโตในทุกกลุ่มสินค้า เริ่มจากเครื่องปรับอากาศภายในบ้านที่ยังคงครองอันดับ 1 ของตลาดในเชิงปริมาณ ด้วยยอดขาย 4,600 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มตู้เย็นมียอดขาย 2,200 ล้านบาท เติบโต 39% และ    เครื่องซักผ้ามียอดขาย 1,540 ล้านบาท เติบโต 23% ด้านตู้แช่ยังคงครองอันดับ 1 ของตลาด ด้วยยอดขาย 1,100 ล้านบาท เติบโต 23% ส่วนเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์มียอดขาย 860 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มทีวีเติบโตโดดเด่นด้วยยอดขาย 760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% และเครื่องทำน้ำอุ่นมียอดขาย 170 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 52%

สำหรับแผนงานปี 2569 ไฮเออร์ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI Transformation โดยนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในทุกมิติทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การบริหารซัพพลายเชน และบริการหลังการขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ผ่านการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ทั้งทางดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และออนไลน์ พร้อมเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

โดยมุ่งขยายสัดส่วนสินค้พรีเมียมและพัฒนา Smart Ecosystem ที่เชื่อมต่อทุกผลิตภัณฑ์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว โดยตั้งเป้ารายได้ในปี 2569 เติบโตกว่า 25% หรือประมาณ 14,000 ล้านบาท โดยเร่งขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และออนไลน์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกพื้นที่ พร้อมกันนี้ ยังเปิดตัวไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครบทุกหมวดสินค้ากว่า 50 รายการ เพื่อยกระดับสู่ Smart Ecosystem ที่เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อ

ส่วนกลยุทธ์หลักของไฮเออร์ (Haier)ในปีนี้จะเน้นการยกระดับแบรนด์สู่ตลาดไฮเอ็นด์ในประเทศไทย เน้นการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์จากการเป็นแบรนด์สินค้าพรีเมียมราคาประหยัด (Value for Money) ไปสู่การเป็น “International Brand” ที่เน้นนวัตกรรมและคุณภาพระดับสากล โดยการปรับพอร์ตโฟลิโอสินค้าจาก Mid-to-Eco เป็น Mid-to-High มากขึ้น เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่ไม่ได้มองหาเพียงสินค้าราคาถูก แต่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพและสามารถแก้ปัญหา (Pain Points) ในชีวิตประจำวันได้ เช่น

  • การเปิดตัวสินค้าเรือธงนวัตกรรมสูง อาทิ  เครื่องซักผ้าแบบแยกซัก 3 ถัง ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกในตลาดที่นำนวัตกรรมนี้มาใช้ หรือเครื่องซักผ้าซีรีส์ L+ ที่มีราคาสูงถึง 80,000 – 90,000 บาท โดยสามารถทำยอดขายได้สูงเกินคาด
  • การใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นส่วนประกอบในเครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นแอร์ ตู้เย็น หรือเครื่องซักผ้า เช่น ระบบ AI Wash ที่ช่วยคำนวณน้ำหนักผ้าและประเภทของผ้าเพื่อปรับการซักให้เหมาะสม
  • สินค้ารักษ์โลกและประหยัดพลังงาน มีการนำสินค้ากลุ่ม Solar Air Conditionerเข้ามาทำตลาดเพื่อตอบโจทย์สถานการณ์ค่าไฟแพงในปัจจุบัน

ส่วนการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ระดับสากลไฮเออร์ได้พยายามลบภาพจำการเป็น “แบรนด์จีนราคาถูก” โดยใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

  • การใช้ Brand Ambassador ระดับโลก”แบมแบม” มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อมากขึ้น
  • Sport Marketing การเป็นพันธมิตรกับสโมสรฟุตบอลระดับโลกอย่าง Liverpool หรือ Paris Saint-Germain (PSG) เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์สากลในสายตาผู้บริโภค
  • การรักษางบการตลาด ไฮเออร์ยังคงรักษาระดับการใช้จ่ายด้านการตลาดในระดับที่สูงกว่าคู่แข่งรายอื่น เพื่อสร้างการรับรู้และความมั่นใจให้กับลูกค้า

ส่วนแผนการเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้จะอยู่ภายใต้แนวคิด “AI Smart Living” ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า ประกอบด้วย

กลุ่มเครื่องปรับอากาศ ปีนี้จะชูสินค้าเรือธง Haier UV Cool Voice Series รุ่น VRSA มีทั้งหมด 4 สี สีเงิน (สีใหม่) สีฟ้า สีชมพู และสีขาวที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI Voice สั่งงานด้วยเสียงได้โดยไม่ต้องใช้รีโมตหรือเชื่อมต่อ Wi-Fi เสริมด้วยระบบ UVC Pro ที่ช่วยลดกลิ่นอับและยับยั้งเชื้อโรคได้ถึง 99.9%ฟังก์ชัน AI ECO ช่วยประหยัดพลังงานอัจฉริยะ และแผ่นกรอง PM1.0 ที่ช่วยดักจับฝุ่นขนาดเล็ก พร้อมเทคโนโลยี Black Fin ที่ออกแบบให้ทนทานต่อการกัดกร่อน เหมาะกับสภาพอากาศเขตร้อน อีกทั้งยังเตรียมเปิดตัว Solar AC Series เครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ช่วยลดค่าไฟเหลือ 0 บาท ตอบโจทย์เรื่องรักโลก และ Portable AC Series รุ่น 09K และ 12K BTU ที่มาพร้อมฟังก์ชัน Fast Cooling, Filter cleaning reminder และติดตั้งง่าย รองรับการใช้งานที่หลากหลายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ โดยตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ 15%

กลุ่มเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ ในปีนี้เออร์ตั้งเป้าโต 40%  โดยจะเน้นการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับดีมานด์ในภาคธุรกิจและอาคารเชิงพาณิชย์ โดยเตรียมเปิดตัว 2 ซีรีส์ 4 รุ่น ได้แก่ HCSI-24XSR32, HCSI-38XTR32 (แบบ Cassette) และ HCFI-24XSR32, HCFI-38XTR32 (แบบ Ceiling) ซึ่งมาพร้อมระบบ Self-Cleaning และ Antibacterial Filter ที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลุ่มตู้เย็น ตั้งเป้าเติบโต 32% โดยเตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุด 3 ซีรีส์ ได้แก่ Horizon, Space Fit Pro และ Space Slim สำหรับ Horizon      ซีรีส์มาพร้อมความจุขนาดใหญ่ถึง 700 ลิตร ตอบโจทย์ผู้ที่รักการทำอาหารด้วยพื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่พิเศษ พร้อมโดดเด่นด้วยนวัตกรรม PureSpace Ice ที่สามารถผลิตน้ำแข็งได้อย่างสะอาด ปราศจากกลิ่นรบกวน Space Fit Pro ซีรัส์ ถูกออกแบบในสไตล์ Built-in แบบ 0 Gap               (Zero Gap) ผสานความเรียบหรูเข้ากับการติดตั้งอย่างลงตัว พร้อมนวัตกรรม Nutri-Bank            ที่นำเทคโนโลยีสนามแม่เหล็กมาใช้ในการถนอมอาหาร ช่วยยืดอายุความสดใหม่ของวัตถุดิบได้ยาวนานยิ่งขึ้น

เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องซักผ้าแยกซัก 3 ถัง

สำหรับกลุ่มเครื่องซักผ้าในปีนี้ ไฮเออร์ตั้งเป้ายอดขายรวมของกลุ่มเครื่องซักผ้าไว้ที่ 2,100 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 36% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับสินค้ากลุ่มอื่น ไม่นับรวมสินค้าแอร์  โดยจะมีการเปิดตัวเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่รวมกันกว่า 20 รุ่น รวมถึงรุ่น 4 ถัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบุกตลาดเครื่องซักผ้าอย่างหนักของไฮเออร์ในปีนี้และซีรีส์อื่น ๆ เช่น SQ 12  รวมถึงการปรับพอร์ตโฟลิโอแบบสมดุลในการปรับสัดส่วนการขายทั้งแบบ ฝาหน้า (Front Load), ฝาบน (Top Load) และ 2 ถัง ให้มีความสมดุลกัน เพื่อให้สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้ทุกระดับตั้งแต่อิทธิพลของตลาดล่างไปจนถึงกลุ่มบน

นอกจากนี้ไฮเออร์ยังเป็น “แบรนด์แรกในตลาด” ที่เปิดตัวเครื่องซักผ้าที่มีระบบแยกซักถึง 3 ถังในเครื่องเดียว มีจุดเด่นด้านนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การซักผ้าที่ต้องการความสะอาดและสุขอนามัยที่แตกต่างกันในครั้งเดียว โดยเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจำหน่ายและมีการเปิดตัวพร้อมกันในหลายประเทศทั่วโลก ราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 39,990 บาท ตั้งเป้าเป้าหมายในปีแรกที่เริ่มทำตลาด จะทำยอดขายได้อย่างน้อย 100 – 200 เครื่องต่อเดือน หรือคิดเป็นประมาณ 1,000 – 2,000 เครื่องต่อปี

นอกจากนี้ยังมีความสำเร็จของ L+ Series ถือเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จในการก้าวเข้าสู่ตลาด High-end ของ Haier อย่างเต็มตัว โดยสินค้าในซีรีส์นี้มีราคาสูงถึง 80,000 – 90,000 บาทต่อเครื่อง สามารถทำยอดขายที่เหนือความคาดหมาย ในช่วงปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 200 ตัว ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงมากสำหรับเซกเมนต์สินค้าที่มีราคาสูงขนาดนี้ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งยังมีรุ่นที่มีนวัตกรรม AI Wash โดยนำระบบ AI เข้ามาใส่ในเครื่องซักผ้าแทบทุกรุ่น เพื่อช่วยจับน้ำหนักและประเภทของผ้าเพื่อปรับการซักให้เหมาะสม

นอกจากนี้บริษัทยังวางกลยุทธ์การตลาดแบบบูรณาการ เพื่อยกระดับการรับรู้แบรนด์และสร้างการมีส่วนร่วมในทุก Touchpoint ผ่านสื่อโฆษณาครบวงจร ทั้งทีวี สื่อ Out of Home และแพลตฟอร์มดิจิทัล ควบคู่กับกิจกรรมออนไลน์อย่าง Haier Dream For Fans Season 6 โปรโมชัน ณ จุดขาย และ Roadshow ทั่วประเทศ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ขณะเดียวกันยังเดินหน้ากลยุทธ์ Sport Marketing ผ่านกิจกรรมสำคัญ อาทิ การเป็น Official Partner ของทีมฟุตบอลระดับโลกอย่าง Liverpool F.C. และ Paris Saint-Germain F.C. อีกทั้งยังมีงาน Pop-up “Champion Your Haier Life” กิจกรรมวิ่งมินิมาราธอน และการจัดแข่งขันฟุตบอลครั้งแรกในปี 2569 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในรูปแบบไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดภาพลักษณ์แบรนด์ระดับโลก ผ่านการต่อสัญญา ‘BamBam’ ในฐานะ Brand Ambassador ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยจะมีการสร้างสรรค์แคมเปญและกิจกรรมตลอดทั้งปี เพื่อเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง