แสนสิริเติบโตตามเป้ากวาดยอดขายไตรมาสแรก 13,300 ล้านบาท คิดเป็น 28%จากเป้าทั้งปี สวนกระแสภาพรวมตลาดอสังหาฯ เผชิญกับความท้าทาย ตุนยอดขายรอโอนสูงกว่า 24,000 ล้านบาท รับรู้เป็นรายได้ปีนี้ 50% ไตรมาส 2 เตรียมเปิดตัว 7 โครงการใหม่ มูลค่า 15,900 ล้านบาทครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ แบ่งเป็นแนวราบ 3 โครงการ คอนโดมิเนียม 4 โครงการ
วิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 จะเผชิญปัจจัยกดดันจากเกณฑ์สินเชื่อและหนี้ครัวเรือน แต่บริษัทสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างโดดเด่น ส่งผลให้ทำยอดขายไตรมาสแรกได้ 13,300 ล้านบาท คิดเป็น 28% ของเป้ายอดขายทั้งปี สะท้อนความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์และคุณภาพโครงการ รวมถึงได้รับปัจจัยหนุนจากการตอบรับในกลุ่มเรียลดีมานด์และนักลงทุนในโครงการที่เปิดใหม่ อาทิ นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา,เลิฟ เจริญนคร,นาราสิริ บรมราชชนนี และการเข้าร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 ที่ทำยอดขายได้ 2,000 ล้านบาทภายใน 4 วัน ส่งงผลให้บริษัทบริษัทมียอดขายรอโอนสูงกว่า 24,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับรู้นรายได้ในปีนี้ประมาณ 50%
โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมได้รับการตอบรับดี ขณะที่บ้านแนวราบกลุ่มพรีเมี่ยมทำยอดขายได้ดีเช่นกัน แม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่สูง โดยบริษัทยังครองความเป็นผู้นำในกลุ่มลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรี โดยเฉพาะแบรนด์นาราสิริ เช่น นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา และนาราสิริ บรมราชชนนี ที่ปิดการขายเฟสแรกทันทีในรอบพรีเซล ทำยอดขายรวมได้กว่า 1,500 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริและคุณภาพโครงการที่เป็นสินทรัพย์ทรงคุณค่าในระยะยาว

นอกจากนี้บริษัทยังประสบความสำเร็จจาก Strategic Location ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น รวมถึงตลาดฝั่ง EEC โซนภาคตะวันออก อาทิ พัทยา บางแสน โยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ตที่เติบโตแข็งแกร่งจากเรียลดีมานด์และกลุ่มนักลงทุนที่มองหายีลด์สูง อาทิ โครงการรีอา บาย แสนสิริ (RHEA by Sansiri) คอนโดฯใหม่ใกล้หาดสุรินทร์ มียอดขายแล้วกว่า 80% ส่วนบ้านแนวราบโครงการสราญสิริ เกาะแก้ว รีทรีต (Saransiri Kohkaew Retreat) ที่มีกลุ่มนักลงทุนซื้อมากถึง 90% เพื่อปล่อยเช่าให้ครอบครัวนักเรียนนานาชาติ ขณะที่อณาสิริ ป่าคลอก (Anasiri Paklok) ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติทั้งจีน รัสเซีย และนิวซีแลนด์
ส่วนเชียงใหม่ยังคงเป็น Top Destination ของ Digital Nomad ระดับโลก ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์เติบโตต่อเนื่อง โดยอณาสิริ พายัพ (Anasiri Payap) ทำยอดขายได้แล้วกว่า 90% และเศรษฐสิริ รวมโชค (Setthasiri Ruamchok) ที่รองรับครอบครัว Expat และนักลงทุน และแบรนด์ใหม่ เลิฟ เจริญนคร (Love Charoen Nakhon) ทำยอดขายได้แล้วกว่า 1,500 ล้านบาทในช่วงพรีเซล และอณาสิริ (Anasiri) ที่ได้มีการทำ Brand Refresh ทำยอดขาย 2 โครงการใหม่ คือ อณาสิริ พระราม 5 – สิรินธร และอณาสิริ ศรีนครินทร์ – แพรกษา 2 ได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการดำเนินงานไตรมาส 2 บริษัทวางแผนเปิดตัว 7 โครงการใหม่แบ่งเป็นแนวราบ 3 โครงการ คอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่ารวม 15,900 ล้านบาท เน้นสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ในแต่ละเซ็กเมนต์ ประกอบด้วย เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่โซนวัชรพล-รามอินทรา บนที่ดิน 100 ตารางวาขึ้นไป,เมเบิล ประชาอุทิศ 90 แบรนด์บ้านเดี่ยวใหม่ ราคาเริ่มต้น 5 ล้านบาท,บูก้าน วอยย์ กรุงเทพกรีฑา หนึ่งใน Sansiri Luxury Collection และคอนโดมิเนียมแบรนด์เอ็กซ์ที เทน เอกมัย , เวีย 34,เวย์ พระราม9 และดีคอนโด วีเต นอกจากนี้ยังมีคอนโดฯพร้อมอยู่ในไตรมาส 2 ได้แก่ เวีย 61, เดอะ เบส เชิงทะเล และเดอะ เบส ศรีจันทร์ – ขอนแก่น
ทั้งนี้ตามแผนปี 2569 บริษัทวางแผนธุรกิจเปิด 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท โดยมีที่ดินที่รองรับไว้แล้ว 100% และตั้งเป้ายอดขาย 4.8 หมื่นล้านบาท และยอดโอน 3.9 หมื่นล้านบาท ด้วยจุดเด่นที่เหนือกว่าในด้านคุณภาพโครงการ, ดีไซน์ และบริการหลังการขาย





