พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์รุกหนักขยายอาณาจักร3โครงการเร่งเครื่องนิคมอุตสาหกรรมบางปะกงสร้างฮับใหม่EEC

ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทพรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ประสบความสำเร็จในการบริหารพื้นที่เช่าคลังสินค้าและโรงงานที่มีอัตราการเช่าสูงถึง 96% โดยมีจุดแข็งในการรักษาฐานลูกค้าเก่าได้เหนียวแน่นควบคู่ไปกับการขยายโครงการใหม่ในทำเลเชิงยุทธศาสตร์อย่างบางนา-ตราด และพื้นที่ EEC เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตจากต่างชาติ ปัจจุบันบริษัทกำลังมุ่งเน้นการเติบโตผ่านโมเดลพัฒนานิคมอุตสาหกรรมบางปะกง และการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง

รัชนี มหัตเดกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทพรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในเครือบริษัทมั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมาถือเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของบริษัทท่ามกลางความท้าทายรอบด้านแต่ยังคงรักษาการเติบโตต่อเนื่องผ่าน Core Revenue Driver ที่สำคัญในกลุ่มคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า ซึ่งสร้างรายได้ประจำอย่างมั่นคง ส่งผลให้ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมเติบโตจากปีก่อนถึง 67.6%  โดยปีที่ผ่านมาอัตราการเช่า (Occupancy Rate) รวมทุกโครงการของบริษัททำสถิติอยู่ที่ 96% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าที่มีผู้เช่าอยู่ในเขต Free Zone 48%

ขณะที่อัตราการต่อสัญญาบนพื้นที่ประมาณ 150,000 ตารางเมตร ระยะเวลา 1-3 ปีมีสูงถึง 98% สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าเดิมที่พร้อมเซ็นสัญญาเช่าใหม่ ทำให้ต้องเร่งขยายโครงการเพิ่มเพื่อรับดีมานด์ของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเช่าอาคารพร้อมใช้อย่างต่อเนื่อง หลังจากเห็นสัญญาณการปิดดีลอาคารเร็วขึ้นภายใน 3-6 เดือน จากแรงหนุนด้านการย้ายฐานการผลิต การขยายตัวของ E-Commerce และการนำเข้า-ส่งออก

สำหรับสัดส่วนอุตสาหกรรมและสัญชาติของผู้เช่าหลักของพรอสเพค มีลักษณะการกระจายตัวอย่างสมดุลเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป ทำให้ไม่มีกลุ่มอุตสาหกรรมใดที่มีสัดส่วนรายได้เกินกว่า 25% ของรายได้ทั้งหมด โดยอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกในปัจจุบันที่เช่าพื้นที่ในคลังสินค้าและโรงงาน คือ โลจิสติกส์ (Logistics) เป็นอันดับหนึ่งเนื่องจากบริษัทเริ่มมีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มนี้มากขึ้น,กลุ่มวัสดุอุตสาหกรรม (Industrial Material) เช่น กลุ่มเครื่องจักรและวัสดุต่างๆ,กลุ่มสินค้าอุปโภคส่วนตัว (Personal Goods),กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) บริษัทมองว่าเป็นเทรนด์สำคัญที่จะเติบโตในอนาคต เนื่องจากบริษัทมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับเฉพาะทาง เช่น ระบบบำบัดน้ำเสีย และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Appliances)

นอกจากนี้ในเชิงโครงสร้างผู้เช่า พบว่าประมาณ 60-80% เป็นกลุ่มโรงงาน เนื่องจากผู้เช่ากลุ่มนี้จำเป็นต้องรักษาฐานการผลิตเพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีอัตราการต่อสัญญาที่สูงมาก

ส่วนสัญชาติของผู้เช่าหลัก บริษัทใช้กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงด้านสัญชาติเช่นเดียวกับกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อรักษาความสมดุลและการเติบโตที่มั่นคง โดยสัดส่วนสัญชาติหลัก คือ ประเทศไทย  เนื่องจากผู้ประกอบการไทยมีการเติบโตมากขึ้น รวมถึงมีบริษัทข้ามชาติที่ตั้งฐานในไทยอยู่แล้วและต้องการขยายตัว รองลงมาเป็นประเทศจีน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ทำให้นักลงทุนจีนย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียนมากขึ้น รวมทั้งยุโรป, ญี่ปุ่น และอเมริกา

สำหรับโครงการ BFTZ 4 บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ให้เช่ารวม 187,949 ตารางเมตร. ในรูปแบบสิทธิการเช่า (Leasehold) ระยะเวลา 30 ปี พร้อมสิทธิต่อสัญญาอีก 30 ปี อัตราการเช่าเฉพาะโครงการนี้พุ่งกว่า 90% โดยมีสัดส่วนผู้เช่าชาวจีนมากกว่าสัญชาติอื่นเล็กน้อย เนื่องจากในช่วงที่เปิดตัวโครงการเป็นช่วงที่นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยสูงพอดี โดยลูกค้าต่างชาติกลุ่มนี้มักให้ความสำคัญกับพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone) เพื่อประโยชน์ในการนำเข้าและส่งออก ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่ลงทุนในไทยยังใกล้เคียงเดิมแต่รูปแบบการลงทุนเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ขนาดโครงการมีแนวโน้มเล็กลง เน้นเชื่อมต่อ Supply Chain ทั้งในไทยและอาเซียน รวมถึงการลงทุนต่อเนื่องตามผู้ผลิตรายใหญ่  เป็นตัวแปรหลักผลักดันความต้องการพื้นที่โรงงานให้เช่าและนิคมอุตสาหกรรมในปี 2569

นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมาพรอสเพคยังมีเป้าหมายสำคัญตามที่เคยประกาศไว้ด้วยการมีพื้นที่เช่าและบริหารรวมทุกโครงการกว่า 1 ล้านตารางเมตร ภายใต้จุดแข็งพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone)สะสมกว่า 460,000 ตารางเมตร ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ในการนำเข้า-ส่งออก ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่ลูกค้า และพร้อมเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายถัดไปที่ 2 ล้านตารางเมตรในอนาคต

สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราการเช่าให้คงไว้ที่ระดับมากกว่า 90% และปิดดีลผู้เช่าใหม่เพิ่มเติมประมาณ 150,000 ตารางเมตร โดยวางแนวทางขยายโครงการผ่านโมเดล “Industrial Hub-Driven Growth Model”รองรับผู้ประกอบการทุกธุรกิจและทุกสเกลในทำเลยุทธศาสตร์ โดยพัฒนาโครงการ แฟล็กชิฟทำเลหลัก เช่น โครงการ BFTZ 1 บางนา–ตราด กม.23 และโครงการ BFTZ 4 บางปะกง ซึ่งเป็นพื้นที่ฟรีโซนขนาดใหญ่เชื่อมต่อท่าเรือและสนามบินเอื้อต่อการนำเข้า–ส่งออก

ทั้งนี้ความสำเร็จของโครงการ BFTZ 4 บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา,โครงการ Flagship Free Zone แห่งที่ 2 ที่ขยายจากทำเลเดิมในโซนสมุทรปราการ,โครงการ BFTZ 4 ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม. 53 บนผังเมืองสีม่วง พื้นที่รวมทั้งโครงการประมาณ 190,000 ตารางเมตร โดยเกือบ 80% เป็นพื้นที่ Free Zone ปัจจุบันพัฒนาพื้นที่เสร็จแล้วทั้งโครงการและมียอดเช่าพื้นที่กว่า 90% จากกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต เกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปโภคบริโภค และเทคโนโลยี

ขณะที่ New Growth Drive นิคมอุตสาหกรรมบางปะกง พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตยุทธศาสตร์ EEC ที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวมทั้งโครงการประมาณ 8,500 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับนักลงทุนหลายราย รวมถึงมีแผนเดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนจากไต้หวัน ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ โดยเตรียมเปิดบริการเต็มรูปแบบและคาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาในปี 2570 เป็นต้นไป

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนสร้างคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในทำเลใกล้เคียงกับโครงการเดิมอีก 3 โครงการ มูลค่าลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่ายโครงการให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ประกอบการ ได้แก่ โครงการ BFTZ 8 เทพารักษ์ พื้นที่เช่ารวม 27,000 ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569,โครงการ BFTZ 9 บางนา-ตราด กม.20 พื้นที่เช่าประมาณ 42,000 ตารางเมตร เป็นโครงการ Built-to-Suit สร้างตามความต้องการของลูกค้า ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้า และโครงการ BFTZ 10 วังน้อย พื้นที่เช่าประมาณ 50,000 ตารางเมตร

โดยในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ คาดว่าจะนำทรัพย์สินโครงการ BFTZ 4 บางปะกงเข้ากองทรัสต์ PROSPECT REIT มูลค่ารวมไม่เกิน 5,040 ล้านบาท พื้นที่ให้เช่ารวมประมาณ 187,949 ตารางเมตร โดยบริษัทยังคงบทบาทสำคัญในการเป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สิน เพื่อดูแลและบริหารผู้เช่าอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง