กูรูอสังหาฯแนะแนวทางแก้ปัญหาตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

ยังเป็นปัญหาและอุปสรรคที่ถกกันมานานและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้นสำหรับเรื่องการตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพราะหลังจากที่ผู้ประกอบการทำการปิดการขาย และพัฒนาโครงการแล้วเสร็จ พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกบ้านหมดแล้ว ก็มีความประสงค์ที่จะพ้นจากหน้าที่การบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน ซึ่งกฎหมายก็ได้มีการกำหนดขั้นตอนและกระบวนการต่างๆไว้เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้อยู่อาศัยในโครงการจัดสรร

 

 

โดยแหล่งข่าวในแวดวงอสังหาฯซึ่งไม่ขอสงวนนามรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ปัญหาและอุปสรรคในการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรนั้น สามารถลำดับการดำเนินการและแนวทางการแก้ไขในเบื้องต้นได้ คือ

 

1.เมื่อผู้ประกอบการได้ดูแลสาธารณูปโภคมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับจากวันที่สาธารณูปโภคแล้วเสร็จทั้งโครงการ ซึ่งก่อนการที่สาธารณูปโภคต่างๆ ยังไม่ได้จัดทำหรือจัดทำไม่แล้วเสร็จผู้ประกอบการต้องมีหนังสือค้ำประกันของสถาบันการเงิน( LG) วางไว้ที่กรมที่ดินหรือสำนักงานที่ดินแต่ละจังหวัดเป็นจำนวน 115% ของมูลค่าสาธารณูปโภคที่ ยังจัดทำไม่แล้วเสร็จ ส่วนของสาธารณูปโภคที่สร้างแล้วเสร็จต้องมีหนังสือค้ำประกันของสถาบันการเงิน(LG) จำนวน 7% วางไว้แทนเพื่อเป็นหลักประกันในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค

 

2.กฎหมายกำหนดให้การที่ผู้ประกอบการ จะพ้นจากหน้าที่การบำรุงรักษาสาธารณูปโภคก็ต่อเมื่อดำเนินตามขั้นตอนคือ

2.1 ให้ผู้ซื้อที่ดิน จัดสรรดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนสาธารณูปโภคในโครงการไปจัดการดูแล

2.2 หากลูกค้าไม่จัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นก็ให้ผู้ประกอบการขออนุมัติจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเช่นอาจจะมี การตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านขึ้น และมีหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บค่าใช้จ่ายต่อเดือน เพื่อมาดูแลรักษาสาธารณูปโภคต่อไป

2.3 หากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินไม่เห็นชอบกับหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบการเสนอไปตามข้อ 2.2 ผู้ประกอบการจึงจะสามารถดำเนินการยกสาธารณูปโภคต่างๆในโครงการให้เป็นสาธารณะประโยชน์ได้

 

3.เมื่อพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดินบังคับใช้มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ก็พบปัญหาอุปสรรคในเบื้องต้นก็คือ เมื่อผู้ประกอบการต้องการพ้นจากการดูแลรักษาสาธารณูปโภคก็จะมีหนังสือแจ้งให้ลูกค้าร่วมกันจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามข้อ 2.1 ข้างต้น และเมื่อลูกค้าไม่ประสงค์จัดตั้งนิติบุคคล ผู้ประกอบการก็ต้องดำเนินการข้อ 2.2 คือเสนอคณะกรรมการจัดสรรที่ดินเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

4.แต่ทั้งนี้การที่ผู้ประกอบการให้ลูกค้าจัดตั้งนิติบุคคล ก็เพราะต้องการพ้นจากหน้าที่การบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ดังนั้นผู้ประกอบการก็จะยื่นแผนงานหรือวิธีการบำรุงรักษาตามข้อ 2.2 เพื่อไม่ให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินอนุมัติ เช่น ขอจัดเก็บค่าดูแลรักษาสาธารณูปโภคต่อเดือนสูงเกินไปฯ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เข้าเกณฑ์ตามกฏหมายในข้อ 2.3 ข้างต้นได้คือการยกสาธารณูปโภคในโครงการให้เป็นสาธารณะประโยชน์

 

5.ต่อมาในปี 2558 จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินโดยแก้ไขสาระสำคัญในเรื่องการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค (มาตรา 44) คือ หากผู้ซื้อที่ดินจัดสรร ไม่สามารถจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ หรือไม่ประสงค์ที่จะจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตามข้อ 2.1 ข้างต้น ผู้ประกอบการจะเลือกที่จะเสนอแผนงานหรือวิธีการในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามข้อ 2.2 หรือจะยกสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรรให้เป็นสาธารณะประโยชน์ตามข้อ 2.3 ก็ได้

 

 

6.การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน 2558 มีสาระสำคัญอีกประการหนึ่งคือ เมื่อมีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้วก็ให้สาธารณูปโภคต่างๆตกเป็นของนิติบุคคลในทันทีโดยไม่ต้องไปจดทะเบียนรับโอนสาธารณูปโภคอีก หรือถือว่าการไปจดทะเบียนรับโอนก็เป็นเพียงขั้นตอนในการแก้ไขทางทะเบียนเท่านั้น เหตุที่มีการแก้ไขในข้อนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาว่าเมื่อมีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดแล้ว นิติบุคคลยังคงเกี่ยงในการรับมอบสาธารณูปโภคโดยเห็นว่ายังชำรุดบกพร่องอยู่หรือต้องการเรียกร้องเงินสมทบที่ผู้ประกอบการจะต้องมอบให้มากกว่า 7% ตามที่มีหนังสือค้ำประกัน(LG)ไว้ตามข้อ 1 ข้างต้น

 

7.เมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน 2558 คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง จึงออกระเบียบ คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางว่าด้วยการโอนสาธารณูปโภคให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น และการขออนุมัติดำเนินการเพื่อบำรุงรักษาสาธารณูปโภค หรือดำเนินการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณะประโยชน์ พศ. 2559 ซึ่งมีสารสำคัญคือ

7.1 หากผู้จัดสรรที่ดินต้องการพ้นจากหน้าที่การบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ก็ให้ยื่นความประสงค์ต่อคณะกรรมการจัดสรร เพื่อให้คณะกรรมการจัดสรรได้ตั้งอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบว่าสาธารณูปโภคต่างๆยังคงอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย หากส่วนใดชำรุดบกพร่องก็ให้มีการแก้ไขก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้ ในช่วงที่ผ่านมาใช้เวลานานเพราะคณะอนุกรรมการ บางจังหวัดแต่งตั้งล่าช้าและจังหวัดที่มีการแต่งตั้งแล้ว ก็อาจมีการมาตรวจล่าช้าหรือตรวจสอบแล้วมีมาตรฐานการตรวจสอบแตกต่างกันไปหรือตรวจสอบแล้วมีข้อบกพร่องที่ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขสาธารณูปโภคให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวนี้อาจใช้เวลาถึง 6 เดือนหรือ 1 ปีในช่วงที่ผ่านมา และเมื่อมีการซ่อมแซมแก้ไขเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการจัดสรรจึงจะออกหลักฐานการตรวจไว้ให้ หลังจากได้รับหลักฐานการตรวจสอบว่าสาธารณูปโภคได้รับการซ่อมแซมแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบการจึงจะดำเนินขั้นตอนต่อไปได้คือ

7.2 ผู้ประกอบการแจ้งให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรซึ่งกฎหมายกำหนดว่าต้องให้เวลากับผู้ซื้อที่ดินจัดสรรไม่น้อยกว่า 180 วันหรือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนั่นเอง

 

ซึ่งจะเห็นว่าขั้นตอนตามข้อ 7.1 และ 7.2 อาจใช้เวลาอีก 1 ปีหรือ 1 ปีครึ่ง และก่อนหน้าการดำเนินการตามข้อ 7.1 และ 7.2 ผู้ประกอบการก็ต้องดูแลสาธารณูปโภคมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีหลังจากสาธารณูปโภคแล้วเสร็จทั้งโครงการ(ตามข้อ 1 )

 

8.สิ่งที่ผู้ประกอบการได้หารือกับทางกรมที่ดินก็คือประสงค์จะให้ขั้นตอนในการตรวจสอบความเรียบร้อยของสาธารณูปโภคตามข้อ 7.1 และการออกหนังสือให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามข้อ 7.2 ข้างต้นดำเนินการควบคู่กันไป แต่ทั้งนี้การจะจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้นั้น ก็ต่อเมื่อได้รับการตรวจสอบว่าสาธารณูปโภคแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้วตามข้อ 7.1 แล้ว

 

นี่คือแนวทางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งหลายๆโครงการสามารถนำไปพิจารณาเพื่อดำเนินการได้

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง