อีไอซี คาดปี’61ยอดโอนบ้านเติบโต7%-ตลาดแข่งเดือดระบายสินค้าเหตุสต็อกบวม

ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑลมีแนวโน้มดีขึ้น อีไอซี คาดทั้งปีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เติบโต 7% ขณะที่หน่วยโอนเติบโตเพียง 3% สะท้อนภาพราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น การแข่งขันของตลาดรุนแรงหวังระบายสต็อกในมือที่มียอดสะสมกว่า 1.76 แสนยูนิต พบผู้บริโภคเกือบ 60% ที่ตอบแบบสำรวจสนใจซื้อบ้านมือสองประเภทโฮมออฟฟิศ และทาวน์เฮ้าส์ มากสุด

 

นายวิธาน เจริญผล ผู้อำนวยการอาวุโสคลัสเตอร์ธุรกิจบริการ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (Economic Intelligence Center :EIC)ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB ) เปิดเผยถึงภาพโดยรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพและปริมณฑลว่า เมื่อเทียบกับปีก่อน (ปี 2560)คาดในปี 2561 มีแนวโน้มการฟื้นตัวดีขึ้นราว 7% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.6 แสนล้านบาท มีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นจาก 1.63 แสนยูนิตเป็น 1.69 แสนยูนิตหรือคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นราว 3% ขณะที่ราคาต่อหน่วยจะเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยราคาบ้านเดี่ยวเฉลี่ยอยู่ที่ 7.5 ล้านบาท บ้านแฝดอยู่ที่ 4.6 ล้านบาท คอนโดมิเนียมอยู่ที่ 3.8 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าสราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท

แม้ตลาดมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดี แต่ผู้ประกอบการยังมีความท้าทายในการเร่งระบายสต็อกเหลือขายเพิ่มขึ้นอย่างตอ่เนื่อง  ณ สิ้นปี 2560 มียอดสะสมอยู่ที่ 1.76 แสนยูนิต และคาดว่าปี 2561 จะมีหน่วยที่เปิดขายใหม่ไม่มากนัก เนื่องจากผู้ประกอบการต้องเร่งระบายสต็อก ส่งผลให้ตลาดมีการแข่งขันที่รุนแรงมากในปีนี้โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมเนื่องจากมีหน่วยเหลือขายที่อยู่ในสัดส่วนที่สูงถึง 40 % จากยอดสะสมทั้งหมด

 

บ้านมือสองอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ : ทั้งนี้นอกจากตลาดบ้านใหม่ที่จะมีการแข่งขันกันรุนแรงแล้ว  ประกอบราคาขายก็ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ตลาดบ้านมือสองได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งจากผลสำรวจของอีไอซี พบว่า58% ของผู้ตอบแบบสำรวจสนใจซื้อบ้านมือสองประเภทโฮมออฟฟิศ และทาวน์เฮ้าส์ ได้รับความสนใจมากที่สุดในตลาดที่อยู่อาศัยมือสองคิดเป็นสัดส่วน 71% และ72% (ตามลำดับ) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากทำเลที่ดีเริ่มหายาก ราคาที่ถูกกว่าโครงการใหม่ในทำเลเดียวกันโดยปัจจัยสนับสนุนมาจากการที่อยู่อาศัยใหม่

ปี 2561ตลาดบ้านต่างจังหวัดมีทิศทางที่ดีขึ้น : สำหรับภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในหัวเมืองหลักต่างจังหวัด โดยเฉพาะ 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา ภูเก็ต ระยอง ชลบุรี และเชียงใหม่นั้น คาดว่าปี 2561จะมีทิศทางที่ดีขึ้น มีหน่วยเหลือขายลดลง เนื่องจากปีแล้วผู้ประกอบการเร่งระบายหน่วยขายที่เหลืออยู่และเปิดขายหน่วยใหม่ลดลง ส่งผลให้หน่วยเหลือขายลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดมีเนียม มีหน่วยขาย 2 หมื่นหน่วย มูลค่าหน่วยขาย 7.3 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้วที่หน่วยขาย 2.6 หมื่นหน่วย มูลค่า 8.7 หมื่นล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม หากมองจำนวนหน่วยเหลือขายที่อยู่อาศัยแนวราบใน 6 จังหวัด ยังคงทรงตัวในระดับสูง โดยมีจำนวนหน่วยขายอยู่ที่ 4.9 หมื่นหน่วย มูลค่าหน่วยขาย 1.6 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีจำนวนหน่วยขาย 4.9 หมื่นหน่วย มูลค่าหน่วยขาย 1.67 แสนล้านบาท

 

นายวิธาน ยังกล่าวด้วยว่า แม้ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่มองว่าในปีนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หากจะมีการปรับขึ้นจริงก็น่าจะอยู่ที่ 0.25% เป็นการปรับขึ้นช่วงปลายไตรมาส 4 ซึ่งก็เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค เพราะธนาคารพาณิชย์ต่างๆก็มีแข่งขันในเรื่องดอกเบี้ยเพื่อจูงใจให้ลูกค้ามายื่นขอสินเชื่อ ในขณะเดียวกันก็ยังคงมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดเหมือนเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้หนี้เสีย(NPL)เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 2-3%

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง