กคช. พุ่งเป้าปี 62 “ปีแห่งคุณภาพและนวัตกรรม”-เล็งตั้งศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัย

การเคหะแห่งชาติรุกหนักปี 2562 เน้นการพัฒนางานก่อสร้างที่มีคุณภาพ ลดงานซ่อมแซม พัฒนาระบบการให้บริการ Smart Device  เตรียมปรับการทำงานให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในปัจจุบัน พร้อมสร้างที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประสานานกระทรวง ICT เตรียมจัดตั้งศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัย (Big Data) เพื่อเป็นฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของการเคหะแห่งชาติในปี 2562 ว่า ได้กำหนดให้เป็น “ ปีแห่งคุณภาพและนวัตกรรม” (Year of Quality and Innovation) เน้นปรับปรุงและพัฒนาแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ โดยเน้นเรื่องคุณภาพการก่อสร้าง หาผู้รับเหมาที่มีคุณภาพ เน้นการควบคุมงานที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะทำให้งานที่ออกมามีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การทำงานด้านอื่นๆ ลดน้อยลงไปด้วย นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องของการให้บริการ การนำ Smart Device เข้ามาใช้ทดแทนการทำงานของบุคคลากร โดยร่วมมือธนาคารกรุงไทยนำ OR Code เข้ามาใช้ชำระค่าเช่า / เช่าซื้อ ที่อยู่อาศัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ รวมทั้งยังได้มีการพัฒนา Application ด้านการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เพื่อให้การรับเรื่องงานซ่อมแซมมีความรวดเร็วขึ้น ได้มีการใช้ระบบช่างชุมชนในการแก้ไขซ่อมแซมภายในโครงการ

 

นำระบบเทคโนโลยี BIM ช่วยออกแบบ-ก่อสร้าง หวังลดความผิดพลาด

ด้าน Innovation จะมีการนำโมเดลแบบจำลองสารสนเทศอาคารหรือ Building Information Modeling (BIM) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาสำหรับการออกแบบอาคารด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อควบคุมกระบวนการต่างๆ ให้สอดคล้อง ทั้งในเรื่องของแนวคิดการออกแบบ ระยะเวลาในการก่อสร้าง การควบคุมคุณภาพการก่อสร้าง รวมถึงการประสานงานกับส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระบวนการ สามารถลดเวลาในส่วนของการเขียนแบบไปได้อย่างน้อย 30% ทำให้โครงการก่อสร้างเสร็จเร็วกว่าเดิม เพราะแบบก่อสร้างและงานระบบได้ถูกตรวจสอบและแก้ไขในช่วงของการใช้ BIM  แล้วจึงช่วยลดความผิดพลาดในการทำงาน ช่วยประหยัดเวลา สามารถควบคุมต้นทุน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

 

นอกจากนี้ยัง เน้นวัสดุที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำหลักเกณฑ์ Eco – Village มาใช้ซึ่งจะเป็นแนวทางการออกแบบและประเมินโครงการที่คำนึงถึงการออกแบบที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานและผลกระทบอันเกิดจากการพัฒนาโครงการ รวมถึงการบริหารจัดการโครงการ เพื่อสร้างชุมชนที่ผู้อยู่อาศัยสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าว แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ Certify, Silver, Gold และ Platinum โดยพิจารณาจาก 4 หมวด ประกอบด้วย หมวดที่ 1 ผังโครงการและภูมิทัศน์ หมวดที่ 2 ออกแบบตัวอาคาร หมวดที่ 3 งานระบบ และหมวดที่ 4 การบริหารจัดการ ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติได้ใช้เกณฑ์ดังกล่าวในการออกแบบทุกโครงการ

 

ร่วม กฟผ.พัฒนาโครงการฉลากบ้านเบอร์ 5

ดร.ธัชพล ยังกล่าวด้วยว่า  การเคหะแห่งชาติยังได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกันพัฒนาโครงการฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย (บ้านเบอร์ 5) ส่งเสริมและพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่สังคมและธรรมชาติ พร้อมสนับสนุนให้มีการเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดการใช้พลังงาน รวมถึงยังได้กำหนดวิธีการตรวจประเมินที่อยู่อาศัย พร้อมทั้งให้การรับรองแบบก่อสร้างและติดฉลากรับรองระดับประสิทธิภาพพลังงานบ้านที่อยู่อาศัยเบอร์ 5

 

ในปี 2561 การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินออกแบบก่อสร้างโครงการนำร่อง 8 โครงการ ประกอบด้วย โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน จ.ชลบุรี (บ่อวิน) ระยะที่ 2 โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน จ.บุรีรัมย์ 2 โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน จ.ปทุมธานี (รังสิตคลอง 5) โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน จ.จันทบุรี โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน จ.สระบุรี (บ้านสวนปากเพรียว) โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน จ.ขอนแก่น (เมืองเก่า – กรีนวิลล์ ขอนแก่น) ระยะที่ 2 โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน จ.พระนครศรีอยุธยา (บางปะอิน) ระยะที่ 2 และโครงการประชานิเวศน์ 3

 

เล็งตั้งศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยเก็บข้อมูลในรูปแบบ Big Data

 

ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติยังพร้อมรับจัดตั้งศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัย (Big Data) เพื่อเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งระยะการทำงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 บูรณาการข้อมูลและเชื่อมโยงระบบ การเคหะแห่งชาติจะรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเป็นศูนย์กลางในการวางระบบและนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยเพื่อเผยแพร่

ระยะที่ 2 พัฒนาระบบและขยายโครงข่าย พัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นโดยประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ICT) ในการเชื่อมโยงข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งพัฒนาให้เป็นสากล ในปี 2562

และระยะที่ 3 วิเคราะห์ Big Data พัฒนาเต็มรูปแบบ เช่น สามารถวิเคราะห์และเก็บข้อมูลในรูปแบบ Big Data ในปี 2563

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง