ผังเมืองกทม.-กรมทางหลวงเร่งขยายเส้นทางเชื่อมปริมณฑลไร้รอยต่อ

สำนักผังเมืองกทม.เตรียมเปิดประชาพิจารณ์รอบสุดท้ายธ.ค.61นี้ หวังสร้างเมืองให้กระชับ เชื่อมปริมณฑลแบบไร้รอยต่อ  สอดรับการขยายตัวรถไฟฟ้า 12 เส้นทาง ส่งผลผังสีเปลี่ยนเพิ่มประโยชน์การใช้ที่ดิน คาดพร้อมประกาศใช้ปี63 ด้านกรมทางหลวงกางแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะเวลา 20 ปี 

นายแสนยากร อุ่นมีศรี รักษาการ ผู้อำนวยการผังเมือง สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้เตรียมเปิดประชาพิจารณ์ผังเมืองกรุงเทพมหานครรอบสุดท้ายเดือนธันวาคม 2561 นี้ก่อนจะเสนอต่อคณะกรรมการกรมโยธาธิการและผังเมืองต่อไป โดยการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพฯและปริมณฑลนั้นจะทำให้เมืองมีความกระชับ แต่เชื่อมโยงในปริมณฑลแบบไร้รอยต่อ เพื่อให้สอดรับกับการขยายตัวของโครงการรถไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นซึ่งรวมแล้ว 12 เส้นทาง ระยะ 508 กิโลเมตร 318 สถานี สถานีรวม 39 สถานี ซึ่งจะทำให้การใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังเพิ่มการใช้ประโยชน์ในที่ดินให้มากขึ้น  คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในปี 2563 

 

โดยผังเมืองกทม.ฉบับก่อนหน้านั้นใช้มาตั้งแต่ปี 2556 มีอายุ 5 ปี ต่อได้ 2 ปี  แต่หลังจากที่ได้ปรับโครงสร้างจากสำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร เป็นสำนักงานวางผังและพัฒนาเมือง โดยจะมีคณะกรรมการบริหารเมืองประกอบด้วยผู้ว่าราชการและผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ทำงานร่วมกับงานทางด้านงานโยธา การจราจร ซึ่งผังเมืองจะไม่มีการหมดอายุ ปัจจุบันกรุงเทพฯมีพื้นที่ 1,507 ตารางกิโลเมตร

 

“ผังเมืองกรุงเทพฯ จะต้องมีความสอดคล้องกับปริมณฑล เพราะมีระบบรางเข้ามาเชื่อมต่อ  แต่ก็มีอุปสรรคคือกฎหมายควบคุมอาคาร ในด้านปัญหาความกว้างของถนน ตรอก ซอยแคบ การวางผังจะดีอย่างไรก็ทำอะไรไม่ได้ ระบบรางเปลี่ยนแปลงไป  จะพัฒนาอย่างไรเพื่อให้กทม.เป็นเมืองกระชับ โดยปัจจุบันข้อมูลจดทะเบียนอาคารเฉพาะในกทม.มีมากถึง 3.1 ล้านอาคาร” นายแสนยากรกล่าว

 

นายแสนยากร กล่าวต่อไปว่าผังเมืองฉบับใหม่จะส่งเสริมให้เกิดศูนย์พาณิชยกรรมหลักย่านใหม่ เช่น นิวซีบีดี พระราม 9 เป็นต้น ขณะที่หลักการและแนวคิดเบื้องต้น (ร่าง) ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน  อย่างพื้นที่ใจกลางเมืองเขตพระนคร ป้อมปราบ เดิมเป็นสีน้ำตาลเข้มได้เปลี่ยนเป็นสีแดง เพื่อพัฒนาเป็นพาณิชยกรรม เขตวัฒนา จากเดิมเป็นผังสีน้ำตาลจะปรับเป็นผังสีแดง เพื่อเพิ่มประโยชน์การใช้ที่ดินมากขึ้น เพราะเดิมมีปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดิน แต่บางทำเลไม่ใช่ผังสีแดงจะดี บางพื้นที่ศักยภาพในการใช้ประโยชน์อาจจะต่ำกว่าสีน้ำตาลก็เป็นได้

 

สำหรับด้านเหนือกทม. ได้แก่ บางซื่อ หลักสี่ ประโยชน์จะใช้ที่ดินให้สีผังจะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก โดยจะเปลี่ยน เป็นสีส้ม บริเวณหลักสี่ ดอนเมือง จตุจักร แต่ยังไม่ปรับมากเท่าโซนตะวันออกของกทม.  เพราะมีประชากรหนาแน่นมาก เช่น บึงกุ่ม วังทองหลาง มีประชากรมากกว่า 200,000 ครัวเรือน   โดยจะเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR Floor Area Ratio)   0.5-1.5%  เป็นต้น

 

พื้นที่ฝั่งตะวันตก การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มและสายสีแดงอ่อน บริเวณพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม (ก.2) การต่อเชื่อมการใช้ประโยชน์ที่ดินกับผังเมืองรวมจังหวัดนนทบุรี การส่งเสริมศูนย์ชุมชนชานเมืองฝั่งตะวันตกตลิ่งชัน และการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.3) เป็นประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4) เพื่อส่งเสริมสภาพความเป็นชุมชนในพื้นที่เกษตรกรรมด้านตะวันตกตอนบนของกรุงเทพฯ

 

นอกจากนี้มีการเจรจากันถึงเรื่องการเทรด FAR หรือการโอนสิทธิ์การใช้ประโยชน์ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทางกฎหมายจะต้องมีความชัดเจน เมื่อขายสิทธิ์ไปแล้วการลงทะเบียนจะทำอย่างไร  ขณะที่มาตรการทางผังเมืองจุดตัดหลักๆ จะขยายโบนัสเพื่อให้พัฒนาได้มากขึ้น ออกไป 800 เมตร จากเดิม 500 เมตร  นอกจากนี้จะมีการปลดล็อกโรงแรมให้ที่ตั้งอยู่ใกล้สถานรถไฟฟ้าที่ไม่ต้องถูกบังคับการก่อสร้างจากเกณฑ์ความกว้างถนนจากมาตรการผังเมือง เป็นต้น

ด้านนายอธิป  พีชานนท์  นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ผังเมืองกทม.ฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการจัดทำ ถึอว่ามีการเพิ่มการใช้ประโยชน์ในที่ดินได้มากขึ้น ซึ่งเหมาะกับที่ดินในเมืองที่มีจำกัด และราคาแพง  ขณะนี้ยังเหลืออีกหลายขั้นตอน ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการอีกหลายชุด จนกว่าจะประกาศใช้  อาจจะมีการตัดทอนหรือเพิ่มจากที่สำนักผังเมืองกทม.เสนอ ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ในปี 2563

ดร.ปิยพงศ์ จิวัฒนกุลไพศาล  รักษาการวิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวง กล่าวว่า กรมฯมีแผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑล โครงข่ายมอเตอร์เวย์ 21 เส้นทาง ระยะทาง 6,612 กิโลเมตร ให้เป็นเส้นทางหลัก มีความปลอดภัยสูง เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภาค, เชื่อมการเดินทางระหว่างเมืองหลักและพื้นที่สำคัญ รวมถึงด่านการค้าชายแดน ตามแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาประเทศในด้านต่าง ,เชื่อมโยงกับโครงข่ายคมนาคมขนส่งอื่นๆ เพื่อให้เกิดการขนส่งหลายรูปแบบ และแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

โดยปัจจุบันการเติบโตของกทม.-ปริมณฑล มีแนวโน้มขยายไปทางด้านเหนือ อาทิ ปทุมธานี นนทบุรี และตะวันตก อาทิ สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม เป็นจำนวน มาก ซึ่งกรมทางหลวงก็มีแผนพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์ได้  ซึ่งแนวทางการพัฒนาโครงข่ายฯรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มี 3 เรื่องหลัก คือ 1.แก้ไขปัญหาการจราจรของการเดินทางภายในพื้นที่ 2.เพิ่มความสะดวกรวดเร็วของการเดินทางและขนส่งสินค้า เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอกไปยังภูมิภาคต่างๆ 3.รองรับการจราจรวิ่งผ่านพื้นที่ลดความแออัดของเมืองชั้นใน

สำหรับแผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของกรมทางหลวง ระยะ 5 ปี (ปี 2561-2565) จะเกิดขึ้นบริเวณโซนทิศเหนือและทิศตะวันตกของพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล สอดคล้องกับทิศทางการขยายตัวของเมือง ได้แก่ 1.มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช 2.มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี 3.มอเตอร์เวย์บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว 4.มอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ 5.มอเตอร์เวย์รังสิต-บางปะอิน 6.วงแหวนกาญจนาภิเษกตะวันตก7.มอเตอร์เวย์ศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง