ส่อง ! อสังหาฯปี’62 โต ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง

ตลอดช่วงปี 2561 กล่าวได้ว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ได้เผชิญกับหลายปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอลง ยอดปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ที่อาจเพิ่มขึ้น จาก NPL (Non-Performing Loan) ที่สูงขึ้นและหนี้้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง การปรับขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างอีก4-5% ในขณะเดียวกันการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น รวมถึงปัจจัยภายนอกจากสงครามการค้าที่กระทบกับลูกค้าต่างชาติ ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวพร้อมส่งแรงกระเพื่อมถึงปี 2562  เป็นปีที่ท้าทายของผู้ประกอบการอสังหาฯ จากเกณฑ์ LTV (Loan to Value : LTV) ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท. )ที่เริ่มใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2562 และต้นทุนราคาที่ดินที่ปรับขึ้นต่อเนื่องทุกๆปี

 

ผลพวงจากปัจจัยเสี่ยงที่เผชิญอยู่ตรงหน้าทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯต่างประสานเสียงเห็นพ้องทำนองเดียวกันว่า ปี 2562 ภาพโดยรวมตลาดอสังหาฯ “ทรงตัว” หรือหากจะเติบโตก็ไม่เกิน 5 % พร้อมกับได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ให้สอดคล้องกับตลาดอสังหาฯ ที่ท้าทายในปีหน้า ดังนี้ อาทิ

  • เพิ่มเงินดาวน์เป็น 15-20% จาก 10-15% สำหรับลูกค้าไทย และลูกค้าต่างชาติเพิ่มเป็น30% จาก 25-30% ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ LTV ใหม่ของธปท. เพื่อลดการเก็งกำไร ส่งผลให้ Backlog มีคุณภาพสูงขึ้นและลดปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์
  • ลดภาระผ่อนดาวน์งวดบอลลูนของลูกค้า ด้วยโปรโมชั่นผ่อน 0% เป็นเวลา 5-6 เดือน(ขึ้นอยู่แต่ละบริษัท) ผ่านบัตรเครดิต ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยได้ง่ายและสะดวกขึ้น
  • เน้นเปิดตัวโครงการใหม่ในปี2562 ด้วยแบรด์ระดับกลาง-บนเพื่อจับลูกค้าที่มีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง
  • โครงการใหม่ที่เปิดจะเป็นตึกสูงสำหรับโครงการคอนโดมิเนียม เพื่อให้การผ่อนดาวน์นานขึ้น
  • สำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบปรับกระบวนการก่อสร้างใหม่ระหว่างบ้านสั่งสร้าง บ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่ และบ้านพร้อมโอนในอีก 2-3 เดือนให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ไม่มีเงินออมหรือมีแต่ไม่มาก ,กลุ่มคนที่พร้อมจะซื้อแล้วเข้าอยู่ทันทีไม่ต้องการรอนานมาก
  • การลดสต๊อกผ่านการจัดโปรโมชั่นต่างๆ
  • ขยายการลงทุนสู่ธุรกิจอื่นๆสร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income Business) 

 

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษาเรียลเอสเตท-แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PS เปิดเผยว่าโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2562 จะเป็นระดับ Star  Project โดยโครงการคอนโดมิเนียมจะเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน อยู่ในทำเลเกรดเอ เน้นการขายที่รวดเร็ว เพิ่มยอด Backlog ที่มีคุณภาพรองรับรายได้ในอนาคต ยังได้ปรับแผนการพัฒนาจากโครงการคอนโดฯ  Low Rise  เป็น High rise แทนเพื่อยืดระยะเวลาผ่อนดาวน์ให้นานขึ้นเป็น 18-24 เดือน ขณะที่บ้านแนวราบก็จะเพิ่มระยะเวลาผ่อนดาวน์นานขึ้นเป็น 4- 6 เดือน จากเดิมขายบ้านสร้างเสร็จ

 

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์ทเนอร์ธุรกิจ ที่เป็นผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) ในการหาแนวทางในการช่วยให้ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านได้ หรือเตรียมความพร้อมก่อนจะขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน เป็นต้น

 

“เราต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดอสังหาฯ รองรับการเติบโต และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป” นายปิยะ กล่าว

 

เชื่อตลาดอสังหาฯปรับเข้าสู่สภาวะปกติในช่วงครึ่งหลังปี’ 62

ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัทกานดา พร็อพเพอตี้ จำกัด บริษัทในกลุ่ม กานดา กรุ๊ป กล่าวว่า มีหลายตัวแปรที่ต้องติดตามรวมถึงการเมืองหลังการเลือกตั้ง ที่อาจส่งกระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และภาคธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งผู้ประกอบการน่าจะมีระมัดระวังในการเปิดตัวโครงการใหม่ หาความต้องการของผู้ซื้อที่เป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ให้เจอ ด้านผู้บริโภคหรือผู้ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยนั้น ต้องมีการเตรียมตัวที่จะต้องวางเงินดาวน์เพิ่มขึ้นและอาจกู้ไม่ได้เต็ม 100% ขณะเดียวกันต้องมีเครดิตที่ดี

 

“ผมเชื่อว่าในครึ่งแรกของปี คงเป็นช่วงการปรับตัวของทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ จากนั้นในช่วงครึ่งหลังของปีหน้าก็จะเข้าสู่ความสมดุล”นายอิสระกล่าว

คอนโดฯ “ทรงตัว” –  แนวราบเติบโต 5-10 %

พร้อมกันนี้นายอิสระ ยังคาดการณ์ว่า จากข้อมูลที่มีอยู่คาดว่าในปี 2562  ตลาดคอนโดฯน่าจะเติบโต “คงที่” หรือ “ทรงตัว” ในแง่จำนวนหน่วย แต่ในแง่มูลค่าคาดเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการที่พัฒนาโครงการคอนโดฯเองก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน  ขณะที่ที่อยู่อาศัยยแนวราบน่าจะเติบโตจากปีนี้ประมาณ 5-10 % มาอยู่ที่ กว่า 50,000 ยูนิต (หน่วย) ในรอบเกือบ 10 ปี และมูลค่าโดยรวมของที่อยู่อาศัยแนวราบก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม หากย้อนดูภาพโดยรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 ผู้ประกอบการหลายคนบอกว่าปีนี้ไม่ดี แต่ในมุมของ นายอิสระ นั้นเห็นต่าง สะท้อนได้จากตัเลขผลประกอบการที่ออกมาดีขึ้น รวมถึงตัวเลขที่ได้จากหน่วยงานราชการก็ดีขึ้น เห็นได้จากการเปิดโครงการใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วง 10 เดือนของปี 2561 (ม.ค.- ต.ค 2561)  มีโครงการที่อยู่อาศัยทั้งโครงการจัดสรร (แนวราบ) และอาคารชุด (คอนโดฯ)เปิดตัวรวม 95,727 ยูนิต  เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 90,288 ยูนิต แบ่งเป็น ดังนี้

  • อาคารชุดมีการเปิดตัวโครงการใหม่รวม 57,878 ยูนิต เพิ่มขึ้น 10% เมื่้อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2560 อยู่ที่ 52,843 ยูนิต
  • แนวราบมีการเปิดตัวโครงการใหม่รวม 37,849 ยูนิต เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2560 อยู่ที่ 37,445 ยูนิต

ทั้งนี้ คาดการณ์ถึงสิ้นปี 2561 จะมีโครงการเปิดใหม่ทั้งแนวราบและอาคารชุดรวม 114,871 ยูนิต เพิ่มขึ้น 1% จากปี 2560 มีการเปิดตัวรวม 113,551 ยูนิต

 

สำหรับจำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนแยกประเภทแนวราบและแนวสูงในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ในช่วง 9 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ก.ย.2561)เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน พบว่า เพิ่มขึ้น 9%  เป็น 92,586 ยูนิต  โดยแยกเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบมีการจดทะเบียนอยู่ที่ 43,125 ยูนิต เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2560 อยู่ที่ 37,341 ยูนิต ขณะที่ที่อยู่อาศัยแนวสูง มีการการจดทะเบียนอยู่ที่ 49,461 ยูนิต เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2560 อยู่ที่ 47,747 ยูนิต

ส่วนยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในช่วงเดือนม.ค.-ก.ย.2561 พบว่า มียอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบและแนวสูงรวม 140,583 ยูนิต เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนอยู่ที่ 115,459 ยูนิต แบ่งเป็น ดังนี้

  • ที่อยู่อาศัยแนวราบมียอดโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 71,578 ยูนิต ซึ่งเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนอยู่ที่ 59,909 ยูนิต
  • ที่อยู่อาศัยแนวสูงนั้นมียอดโอนอยู่ที่ 69,005 ยูนิต เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนนั้นอยู่ที่ 55,550 ยูนิต

หากมองในด้านมูลค่าและราคาเฉลี่ยการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง เดือนม.ค.-ต.ค.2561 พบว่า มูลค่าการโอนอยู่ที่ประมาณ 390,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน อยู่ที่ 300,407 ล้านบาท คาดการณ์ว่ามูลค่าการโอนปี 2561 อยู่ที่ 520,996 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปี2560 มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 427,728 ล้านบาท

 

ในส่วนของจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์คาดการณ์ทั้งปีอยู่ที่ 187,443 ยูนิต เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2560 อยู่ที่ 163,468 ยูนิต  ขณะที่ราคาเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยปีนี้อยู่ที่ 2.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.6 ล้านบาท

สำหรับมูลค่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วไปปล่อยใหม่ทั่วประเทศ ณ ไตรมาส 3 ปี2561 มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 510,095 ล้านบาท คาดการณ์ว่าทั้งปี 2561 จะมีมูลค่าอยู่ประมาณ 680,126 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปี 2560

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง