คาดแรงซื้อที่อยู่อาศัย Gen-Y ในกทม.-ปริมณฑลสูง4.2 – 5.0 หมื่นหน่วย/ปี

แนวโน้มธุรกิจที่อยู่อาศัยชะลอตัวต่อเนื่องในปี 2562 จากความท้าทายต่างๆ อาทิ กำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว , ประเทศไทยรวมไปถึงพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะมีผลบังคับใช้ในช่วงข้างหน้า โดยปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลให้การแข่งขันของตลาดที่อยู่อาศัยมีความรุนแรงมากขึ้น จากสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวและมองหากลุ่มเป้าหมายที่ยังมีความต้องการและมีความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย หนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ ได้แก่ ประชากรในกลุ่ม Gen-Y  ซึ่งจากผลสำรวจศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ประชากรกลุ่ม Gen-Y ที่มีศักยภาพในการซื้อที่อยู่อาศัยและเป็นกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการ (Potential Demand) คือ กลุ่มผู้ที่มีอายุ 25-38 ปี และมีรายได้มากกว่า 40,000 บาทต่อเดือน มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายไม่เกินร้อยละ 50 ของรายได้ต่อเดือน รวมถึงมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้อยู่อาศัยจริงใน 1-2 ปี

 

ปี62ความท้าทายจากหลายปัจจัยลบ

จากผลสำรวจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่ม Gen-Y ที่เป็น Potential Demand  ในกรุงเทพและปริมณฑลในระหว่างปี 2562-2563 มีสูงถึง 42,000 – 50,000 หน่วยต่อปี อย่างไรก็ตามจำนวนหน่วยที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อและปิดการขายได้จริงยังคงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและคุณสมบัติต่างๆของผู้กู้ ซึ่งทำให้ยังคงต้องติดตามว่ายอดขายที่จะเกิดขึ้นจริงในกลุ่ม Gen-Y นี้จะออกมาเท่าใด

 

ปี 2562 นับเป็นอีกปีหนึ่งที่ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพและปริมณฑลต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทายอย่างมากในการที่จะสร้างยอดขายในภาวะที่เผชิญกับกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง รวมถึงสัดส่วน Pre-sale ต่อจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ ที่ลดลงในช่วงปี 2560-2561 และ Take-up rates ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ของปี 2561 มีผลทำให้จำนวนที่อยู่อาศัยค้างขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากนี้ นโยบายกำกับดูแลสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมไปถึงพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ได้ประกาศไปเมื่อปลายปี 2561 และจะเริ่มจัดเก็บในปี 2563 ที่จะถึงนี้ อาจส่งผลทำให้สถานการณ์ของตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัวต่อเนื่องมาถึงปี 2562 ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้อาจทำให้การแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยมีความรุนแรงมากขึ้นอีก จากการเร่งออกแคมเปญในช่วงไตรมาสแรกของปีของผู้ประกอบการเพื่อระบายโครงการค้างขายที่มีเหลืออยู่ ในภาวะเช่นนี้ผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องเลือกเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการและมีความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย

 

บ้านหลังแรกราคาเฉลี่ย2.5ล้านบาท ยังเป็นที่นิคมของGen-Y

ในช่วง 1-2 ปี ข้างหน้านี้ โดยพัฒนากลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดขายจากลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ อาทิ กลุ่ม Gen-Y หรือกลุ่มคนวัยทำงานรุ่นใหม่ โดยเหตุผลหลักนั้นมาจากสัดส่วนประชากรที่มีมากถึงร้อยละ 26 จากประชากรรวมทั้งกรุงเทพและปริมณฑล โดยมีจำนวนถึงร้อยละ 84 ที่มีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน นอกเหนือจากนี้  จากผลการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค Gen-Y ที่มีอายุระหว่าง 22-38 ปี ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ในปี 2561 พบว่า ประชากรในกลุ่ม Gen-Y มีความต้องการที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเองหลังแรกเพื่ออยู่อาศัยจริงในระยะเวลา 1-2 ปี โดยมองหาที่อยู่อาศัยที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท และตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพรอบนอกรวมถึงปริมณฑล ทำให้ประชากรกลุ่มนี้มีศักยภาพที่โดดเด่น และอาจจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของผู้ประกอบการในธุรกิจที่อยู่อาศัย

 

อย่างไรก็ตาม จากช่วงอายุและรายได้ของกลุ่มประชากรที่กว้าง ทำให้เกิดความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ผู้ประกอบการด้านที่อยู่อาศัยควรนำกลยุทธ์การตลาดแบบมวลชนที่เน้นความต้องการส่วนตัว  (Mass Customization) เข้ามาใช้ในการปรับรูปแบบที่อยู่อาศัยค้างขายบางยูนิตให้เหมาะสมกับความต้องการของประชากรกลุ่มมีอาชีพเฉพาะทางและมีรายได้ที่สูง รวมทั้งบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดช่องว่างระหว่างราคาซื้อและขาย สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้และงบประมาณที่จำกัด

 

กลุ่ม Potential Demandจะเข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจอสังหาฯ

ในกลุ่มผู้บริโภคในธุรกิจที่อยู่อาศัยนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม Baby Boomer หรือคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489–2507 โดยคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ได้เข้าสู่ช่วงเกษียณตัวเองไปแล้ว ตามมาด้วยกลุ่ม Gen-X หรือคนที่เกิดอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2508-2523 เป็นกลุ่มคนที่มีสถานะเป็นพ่อแม่ของกลุ่มคนในยุคถัดไป กลุ่มคนยุคสุดท้ายที่จะกล่าวถึงได้แก่ Gen-Y หรือ Millennials หรือกลุ่มคนที่เกิดอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2524–2540 ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณร้อยละ 26 จากประชากรทั้งหมดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และในจำนวนนี้มีประชากรประมาณ 1.9 – 2.2 ล้านคนที่มีงานทำ ซึ่งสังเกตได้ว่าประชากรกลุ่มนี้เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีความรู้ ช่างเลือก และมีความต้องการที่หลากหลาย ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากความสามารถในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายและรวดเร็ว ทำให้มีทางเลือกในการบริโภคที่มากกว่าคนในยุคก่อนๆ ทั้งนี้จากผลสำรวจพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของของประชากรในกลุ่ม Gen-Y ที่มีอายุระหว่าง 22-38 ปี พบว่า

 

  • กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้ประจำโดยมีเงินเดือนเฉลี่ยที่ 28,600 บาทต่อเดือน โดยอาชีพที่มีสัดส่วนสูงสุดได้แก่พนักงานบริษัทเอกชน ที่มีสัดส่วนสูงถึง 2 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่าง ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้ประจำที่เหลือจะแบ่งออกเป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และลูกจ้างประเภทอื่น นอกเหนือจากนี้เป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มประชากรตัวอย่างเหล่านี้ยังมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเป็นสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 65 ทำให้รายได้เฉลี่ยหลังจากหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 16,700–18,600 บาทต่อเดือน (คำนวณจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของรายได้ของกลุ่มตัวอย่างที่ 28,600 บาท)  ซึ่งทำให้มีความสามารถยื่นกู้ซื้อที่อยู่อาศัยในราคาสูงถึง 2.5 ล้านบาทได้ (คำนวณจากดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี ระยะเวลากู้ยืม 30 ปี)

 

 

  • กลุ่ม Gen-Y ส่วนใหญ่มีสินเชื่อเพียงแค่หนึ่งประเภท แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคต จากผลสำรวจพบว่าสินเชื่อที่มีสัดส่วนสูงสุดได้แก่บัตรเครดิตโดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 61 ของกลุ่มตัวอย่าง ในขณะที่สัดส่วนการใช้สินเชื่อระยะยาวประเภทสินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนเพียงแค่ ร้อยละ 35 และ 20 ตามลำดับ นอกจากนี้ มีเพียงร้อยละ 14 ที่มีการใช้งานสินเชื่อสองอย่างพร้อมกัน โดยเป็นสินเชื่อรถยนต์และบัตรเครดิต และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้สินเชื่อสามประเภทพร้อมกันนั้นมีสัดส่วนเพียงแค่ร้อยละ 2 จึงสะท้อนให้เห็นว่าประชากรในกลุ่มนี้อาจยังมีความสามารถในขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในระยะ 1-2 ปีนี้ได้

 

 

  • ประกอบด้วยกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัย (Real Demand) และกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพในการซื้อ (Potential Demand) จากการที่มีสัดส่วนผู้ที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองสูงถึงร้อย ประกอบด้วยกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัย (Real Demand) และกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพในการซื้อ (Potential Demand)และน่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายกำกับ ดูแลสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมไปถึงกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้ประกาศเมื่อปลายปี 2561 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงความสามารถในการยื่นกู้และผ่อนชำระด้วยแล้ว ประชากรกลุ่ม Gen-Y ที่มีศักยภาพในการซื้อที่อยู่อาศัยและเป็นกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการ (Potential Demand) คือ กลุ่มผู้ที่มีอายุ 25-38 ปี และมีรายได้มากกว่า 40,000 บาทต่อเดือน มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายไม่เกินร้อยละ 50 ของรายได้ต่อเดือน รวมถึงมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้อยู่อาศัยจริงใน 1-2 ปี ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 4.3 จากกลุ่มตัวอย่าง หรือคิดเป็นที่อยู่อาศัยประมาณ 42,000 – 50,000 หน่วยต่อปี

 

 

 

  • ดูแลสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมไปถึงกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้ ประกาศเมื่อปลายปี 2561 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงความสามารถในการยื่นกู้และผ่อนชำระด้วยแล้ว ประชากรกลุ่ม Gen-Y ที่มีศักยภาพในการซื้อที่อยู่อาศัยและเป็นกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการ (Potential Demand) คือ กลุ่มผู้ที่มีอายุ 25-38 ปี และมีรายได้มากกว่า 40,000 บาทต่อเดือน มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายไม่เกินร้อยละ 50 ของรายได้ต่อเดือน รวมถึงมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้อยู่อาศัยจริงใน 1-2 ปี ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 4.3 จากกลุ่มตัวอย่าง หรือคิดเป็นที่อยู่อาศัยประมาณ 42,000 – 50,000 หน่วยต่อปี 

 

 

  • สังเกตว่าจากผลสำรวจพื้นที่ในเขตกรุงเทพชั้นในหรือ CBD ไม่ได้เป็นที่นิยมของกลุ่มตัวอย่าง Gen-Y โดยอาจมีเหตุผลหลักมาจากราคาที่ปรับตัวขึ้นสูงเกินกว่าความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือน

           

ทั้งนี้จากการประเมินจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า กลุ่มประชากร Gen-Y ที่อาจเป็นเป้าหมาย(Potential Demand) ในการซื้อที่อยู่อาศัยใน 1-2 ปีนี้ ได้แก่ประชากรที่มีอายุระหว่าง 25-38 ปี มีรายได้มากกว่า 40,000 บาทต่อเดือน และมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายไม่เกินร้อยละ 50 ของรายได้ต่อเดือน ยังไม่มีที่อยู่เป็นของตนเอง และมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย 1-2 ปี โดยประชากรในกลุ่มนี้มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 4.3 ของประชากร Gen-Y ทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล โดยมองหาที่อยู่อาศัยในราคาประมาณ 2.5 ล้านบาท ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพรอบนอก และปริมณฑล นอกเหนือจากนี้ จากข้อมูลของ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย พบว่าในปี 2562 นี้ หน่วยเหลือขายที่อยู่อาศัยอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลอาจมีจำนวนรวมกันประมาณ 1.83 แสนหน่วย ในจำนวนนี้มากกว่าครึ่งเป็นที่อยู่อาศัยในกรุงเทพ เพราะฉะนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรกรไทยมองว่า ผู้ประกอบการอาจพิจารณาที่จะนำที่อยู่อาศัยค้างขายของตนมาทำการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายในประชากรกลุ่มดังกล่าว

 

มีความต้องการที่อยู่อาศัยสูงถึง42,000-50,000หน่วยต่อปี

โอกาสที่มาพร้อมกับความท้าทายในเรื่องของช่องว่างระหว่างราคาที่ต้องการซื้อและราคาขายถึงแม้ว่าประชากรกลุ่ม Gen-Y จะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่น่าจับตา อย่างไรก็ตาม จากช่วงอายุและรายได้ของกลุ่มประชากรที่กว้าง ทำให้เกิด Sub segment ในกลุ่ม Gen-Y เอง โดยสามารถแบ่งประชากรใน Gen-Y เป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกนั้นจะมีอายุระหว่าง 22-29 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เพิ่งจะเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน และกลุ่มที่มีอายุระหว่าง 30-38 ปี ที่ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารขั้นต้น-กลาง หรือกำลังสร้างครอบครัว นอกเหนือจากประชากรสองกลุ่มนี้ ยังมีประชากรบางส่วนที่มีอาชีพเฉพาะทางทำให้มีการก้าวกระโดดของรายได้ตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพอย่างรวดเร็วอีกด้วย ทั้งนี้ความแตกต่างด้าน อายุ สถานะ และรายได้ เหล่านี้ก่อให้เกิดความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ซึ่งการใช้กลยุทธ์เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งในการจับกลุ่มลูกค้า Gen-Y ที่มีความต้องการที่หลากหลายอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นผู้ประกอบการในธุรกิจที่อยู่อาศัยอาจจำเป็นต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายของตนโดยอาจแบ่งตาม ช่วงราคาและปัจจัยหลักที่ใช้ในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย เป็นต้น จากนั้นจึงเลือกใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายย่อยของตน

 

จากผลสำรวจประชากรกลุ่ม Gen-Y พบว่า ปัจจัยหลักที่มีความสำคัญต่อการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของประชากรกลุ่มนี้ 3 อันดับแรก ได้แก่

1.ความคุ้มค่าของราคา โดยมองถึงความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและทำเลที่ตั้ง

2.ทำเลที่ตั้งของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ

3.สไตล์ และรูปแบบของที่พัก

 

จากปัจจัยเหล่านี้ผู้ประกอบการทั้งที่ต้องการระบายที่อยู่อาศัยค้างขายและที่มีแผนจะเปิดโครงการใหม่อาจเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบและพัฒนาที่อยู่อาศัย ให้สามารถจับกลุ่มลูกค้า Gen-Y ใน segment ที่ต่างกันได้ อาทิ เพิ่มการตลาดแบบเฉพาะกลุ่มประเภท Collaborative Customization ในที่อยู่อาศัยบางยูนิตของโครงการ โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเช่น กลุ่ม Gen-Y ที่มีอาชีพเฉพาะทางที่มีรายได้สูง หรือกลุ่มที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่กำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับผู้จัดการขั้นต้น ได้มีโอกาสเลือกผลิตภัณฑ์บางอย่างได้ด้วยตนเอง อาทิ รูปแบบการวางแปลนของห้อง เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักๆ การตกแต่งห้องในบางส่วน เป็นต้น ในขณะที่ยูนิตส่วนใหญ่ของโครงการอาจจำเป็นต้องเน้นการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดช่องว่างระหว่างราคาที่ต้องการซื้อและราคาขาย (Price Mismatch) ที่สะท้อนให้เห็นจากความสามารถในการซื้อของ Gen-Y โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านบาท ในขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยเฉลี่ยในกรุงเทพ-ปริมณฑลนั้นสูงถึง 4 ล้านบาท ซึ่งหากผู้ประกอบการสามารถลดช่องว่างของราคาให้แคบลง ก็อาจจะสามารถเพิ่มยอดขายในกลุ่ม Gen-Y  ที่กำลังก้าวเข้ามาเป็นกำลังซื้อที่สำคัญในระยะข้างหน้านี้ได้

 

กล่าวโดยสรุป ในภาวะที่ธุรกิจที่อยู่อาศัยมีการแข่งขันรุนแรงเช่นนี้  ประชากร Gen-Y กลุ่ม Potential Demand อาจถือได้ว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพโดดเด่นจากความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้อยู่อาศัยจริง ประกอบกับรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสูงถึงร้อยละ 65 และสัดส่วนการใช้งานสินเชื่อที่ส่วนใหญ่มีเพียงบัตรเครดิต สะท้อนให้เห็นว่าประชากรในกลุ่มนี้อาจยังมีความสามารถในการขอสินเชื่อระยะยาวเพื่อใช้ซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้

 

อย่างไรก็ตาม จากช่วงอายุและรายได้ของกลุ่มประชากรที่กว้าง ทำให้เกิดความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค อีกทั้งเรื่องของช่องว่างระหว่างราคาที่ต้องการซื้อและราคาขาย จึงถือเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการที่ต้องวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์ให้สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ได้ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่ม Gen-Y ที่เป็น Potential Demand ในกรุงเทพและปริมณฑลในระหว่างปี 2562-2563 อยู่ที่เฉลี่ยปีละ 42,000–50,000 หน่วยต่อปี อย่างไรก็ตามจำนวนหน่วยที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อและปิดการขายได้จริงยังคงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและคุณสมบัติต่างๆของผู้กู้ ซึ่งทำให้ยังคงต้องติดตามว่ายอดขายที่จะเกิดขึ้นจริงในกลุ่ม Gen-Y นี้จะออกมาเท่าใด

 

 

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง