“ศุภาลัย”ปรับกลยุทธ์ฝ่าวงล้อมตลาดอสังหาฯปี’62 ติดลบ 5-8%

ศุภาลัยฯโอด LTV ฉุดลูกค้าหาย 8-10% ฟันธงภาพรวมตลาดอสังหาฯปี62ติดลบ 5-8% ครึ่งปีหลังจ่อเปิดอีก 22 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 21,000 ล้านบาท พร้อมปรับกลยุทธ์เน้นเจาะลูกค้าระดับกลาง ราคาจับต้องได้ ล่าสุดคว้าที่ดินสายใต้เก่าผุดศุภาลัยปาร์คสถานีแยกไฟฉายราคาเร่ิมต้น 2.03 ล้านบาทตั้งเป้ากวาดยอดขาย 50%ภายในเดือนก.. หนักใจสต๊อกแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงเหลือขายมากสุดกว่า 1,000 ยูนิต คาดระบายหมดภายใน 2-3 ปี

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชนหรือ SPALI เปิดเผยถึง ภาพรวมตลาดอสังหาฯในครึ่งปีหลัง 2562 ว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ของผู้ประกอบการจะไม่มากนักโดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม ทำให้การแข่งขันของผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่น่าห่วงมากเช่นเดียวกัน แต่ผู้ประกอบการรายเล็กจะประสบปัญหาจากหลายปัจจัยลบ โดยเฉพาะมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย(Loan to Value : LTV) ซึ่งในช่วงระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา หลังจากมาตรการดังกล่าวประกาศใช้  ก็มีผลกระทบกับบริษัทฯบ้างเช่นเดียวกัน แต่จะกระทบโครงการแนวราบมากกว่า โดยได้ฉุดให้ลูกค้าที่ Walk-in เข้ามาชมและซื้อโครงการหายไป 8-10%  เพราะลูกค้าบางรายที่ซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังแรกยังไม่เข้าใจเกณฑ์ของLTV  ซึ่งบริษัทฯก็ต้องให้ความช่วยเหลือและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แต่ลูกค้าของบริษัทฯที่โอนไปแล้วนั้น Reject Rate ก็ยังทรงตัวที่ 9-10% 
ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ซื้อเพื่อเก็งกำไร จะได้รับผลกระทบมากที่สุดทำให้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ เกิดภาวะชะลอตัวขึ้นและลดความร้อนแรงลง ซึ่งมองว่าในช่วงไตรมาส2/2562 และไตรมาส3/2562 อาจจะเป็นช่วงต่ำสุดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และค่อยๆกลับมาฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส4/2562 แต่ในภาพรวมของตลาดอสังหาฯปีนี้คาดว่าจะติดลบไม่เกิน5-8% เมื่อเทียบกับปี2561 ที่ผ่านมา หากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่สามารถตั้งหลักได้และมีนโยบายที่ชัดเจน โดยเฉพาะการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคก็จะช่วยให้ภาพรวมตลาดฟื้นตัวดีขึ้น

สำหรับแผนการดำเนินการของบริษัทฯในครึ่งปีหลัง 2562 วางแผนที่จะเปิดตัวใหม่อีก 22 โครงการมูลค่ารวม 21,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 19 โครงการ(เป็นการเปิดตัวในพื้นที่ต่างจังหวัดสัดส่วน50%)และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ  ซึ่งในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทฯได้เปิดตัวไปแล้ว 9 โครงการมูลค่ารวม 19,000 ล้านบาทแบ่งเป็นแนวราบ 7 โครงการ  และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ

โดยการเปิดตัวคอนโดมิเนียมในช่วงครึ่งปีหลังของบริษัทนั้น จะมีการปรับกลยุทธ์ที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงหรือปล่อยเช่าเป็นหลัก ในราคาที่จับต้องได้  โดยที่ราคาขายเฉลี่ยจะอยู่ในช่วง 60,000-80,000 บาท/ตารางมตร ซึ่งเป็นระดับราคาที่ลูกค้าส่วนใหญ่ให้ความสนใจซื้อเป็นจำนวนมาก  จากภาวะของตลาดอสังหาริทรัพย์ไนปัจจุบันบริษัทฯมองว่าซัพพลายคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มระดับราคาที่สูงกว่า 100,000 บาท/ตารางเมตร และเป็นกลุ่มระดับราคาที่ขายได้ช้า พึ่งพิงลูกค้าต่างชาติเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีความเสี่ยงในภาวะที่ตลาดอสังหาฯถูกกดดันจากปัจจัยต่างๆ ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ทำให้บริษัทหันมาเน้นการเปิดโครงการที่ราคาสามารถเข้าถึงลูกค้า ส่วนใหญ่ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหรือปล่อยเช่า ในทำเลที่มีศักยภาพในช่วงครึ่งหลังนี้

ล่าสุด ได้เปิดตัวโครงการแรกของช่วงครึ่งหลังปี2562 คือ โครงการ ศุภาลัย ปาร์ค สถานีแยกไฟฉาย เป็นการซื้อที่ดิน 6 ไร่บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์  ตั้งอยู่บนพื้นที่ดินเดิมของสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ(ไฟฉาย)สถานีขนส่งที่ใช้รับส่งผู้โดยสารจากภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคกลาง หรือสายใต้เก่า เมื่อในอดีต โดยซื้อมาในราคาไม่เกิน 150,000 บาท/ตารางวา พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมสูง 22 ชั้น(รวมดาดฟ้า) จำนวน 2 อาคาร  รวมจำนวนห้องพักอาศัย 726 ยูนิต  (Tower A จำนวน 374 ยูนิต และTower B จำนวน 352 ยูนิต) ขนาดตั้งแต่ 29.5-74.5 ตารางเมตร  ราคาตั้งแต่ 2.03-3.90 ล้านบาท หรือเร่ิมต้นที่ 60,500 บาท/ตารางเมตร มูลค่าโครงการรวม 27,000 ล้านบาท 

ในวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2562 นี้  จะนำห้องชุดบางส่วนมาเปิดขาย ส่วนจะเป็นกี่ยูนิตนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขณะนี้มีผู้สนใจลงทะเบียนไว้แล้วประมาณ 1,000 ราย โดยตั้งเป้ายอดขายในเดือนกรกฎาคมไว้ที่ 50% คาดว่าจะมีลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่เองประมาณ 70% และซื้อเพื่อปล่อยเช่าประมาณ 30% ด้านการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2565      

นายไตรเตชะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทำเลกรุงเทพฯตะวันตกย่านฝั่งธนบุรี เป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มการขยายตัวที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสังคมขนาดใหญ่ สำหรับการอยู่อาศัยแหล่งช้อปปิ้งและแหล่งการศึกษา รวมถึงปัจจัยสนับสนุนจากแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่เชื่อมต่อการคมนาคม ระหว่างฝั่งพระนคร และฝั่งธนบุรี ทำให้การเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพงหลักสอง(เปิดให้บริการได้จริงในเดือนกันยายน2562) และช่วงเตาปูนท่าพระ(เปิดให้บริการได้จริงในเดือนมีนาคม2563) เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอุปสงค์ในพื้นที่ที่มีอยู่แล้ว และยังมีส่วนช่วยดึงดูดให้อุปสงค์ใหม่เข้ามาในพื้นที่ โดยบริษัทฯได้การตอบรับที่ดีจากลูกค้าจำนวนมาก จากการเข้าไปพัฒนาคอนโดมิเนียมย่านฝั่งธนฯ อย่างต่อเนื่องจำนวนรวมทั้งสิ้น 11 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 27,000 ล้านบาท

สำหรับคอนโดฯอีก 2 โครงการที่จะเปิดตัวในครึ่งปีหลังนี้ จะอยู่ในแนวรถไฟฟ้าสถานีที่มีระบบรางเรียบร้อยแล้ว ระดับราคาประมาณ 60,000-80,000 บาท/ตารางเมตร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ด้านยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงครึ่งปีหลังนั้นคาดว่าจะสูงขึ้นกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งจะมาจากการเริ่มทยอยโอนโครงการใหม่ ที่มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนในครึ่งปีหลังจำนวน 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 5,500 ล้านบาท ได้แก่โครงการศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม 9 มูลค่า 4,280 ล้านบาท ปัจจุบันขายหมดแล้ว 100% จะเริ่มส่งมอบในช่วงปลายไตรมาส 3/2562 และโครงการศุภาลัย ซิตี้รีสอร์ท พระราม 8 มูลค่าโครงการ 1,220 ล้านบาท ซึ่งปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  และเริ่มทยอยส่งมอบอย่างต่อเนื่องมาจนถึงช่วงครึ่งปีหลังควบคู่ไปกับโครงการ ศุภาลัย เอลีท สุรวงศ์ ที่เริ่มทยอยโอนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันบริษัทฯจะมีการทยอยรับรู้มูลค่ายอดขายรอโอน(Backlog) ในช่วงครึ่งปีหลังประมาณ 12,000 ล้านบาท จาก Backlog ทั้งหมดที่มีกว่า  40,000 ล้านบาท จะทำให้ยอดโอนในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้  28,000 ล้านบาท ส่วนสต๊อกของบริษัทฯในปัจจุบัน มีมูลค่ารวม  15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการประเภทแนวราบ ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะสามารถระบายหมดภายในช่วง 2 เดือน แต่จะมียูนิตใหม่ๆเข้ามาเติม เพื่อรองรับความต้องการใหม่ที่มีอย่างต่อเนื่อง สำหรับสินค้าส่วนที่เป็นสต๊อกของคอนโดมิเนียม มีมูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยสัดส่วน 50% เป็นยูนิตเหลือขายจากโครงการในทำเลแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงถึง 6 โครงการ จำนวนกว่า1,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 2,000-3,000 ล้านบาท จากสต๊อกที่เหลือกว่า 2,000 ยูนิตทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการระบายสต๊อกคอนโดมิเนียม ภายในระยะเวลา 2-3 ปีนี้

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง