LTV-DSRยังหลอนตลาดคอนโดฯ แนะผู้ประกอบการปรับตัวเจาะนิชมาร์เก็ต

จากการจัดงานสัมมนาผ่ากลยุทธ์ธุรกิจคอนโดมิเนียมปี2019” ซึ่งจัดโดยสมาคมอาคารชุดไทยผ่านความคิดเห็นของผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่ และโบรกเกอร์ใหญ่ ต่างมีความเห็นว่าตลาดอสังหาฯในช่วงที่เหลือของปี 2562 ยังเหนื่อย และมีแนวโน้มลากยาวไปจนถึงปี 2563 โดยเฉพาะมาตรการกำกับสินเขื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value : LTV) และมาตรการควบคุมหนี้ต่อราย (Debt Service Ratio :  DSR) ที่ยังทำให้ผู้ประกอบการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ หรือระมัดระวังในการเปิดตัวมากขึ้น  ส่วนผู้ซื้อก็ชะลอการซื้อออกไปอีก ขณะเดียวกันผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายใหญ่ ก็รีบปรับกลยุทธ์ในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การขยายไปเซกเมนต์อื่นในทำเลศักยภาพ ที่ยังมีดีมานด์ หรือการขยายฐานไปเจาะกลุ่ม GenZ ซึ่งเป็นวัยเริ่มทำงาน ยังไม่มีหนี้ครัวเรือนให้มากขึ้น เพื่อความอยู่รอดสร้างยอดขายและรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง
LTV-DSRยังเป็นยาขมลากยาว
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษาเรียลเอสเตทพรีเมี่ยม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชนหรือ PS เปิดเผยว่า ปี 2562 นี้ เป็นปีแห่งการสร้างสมดุลของพรอพเพอร์ตี้เซกเตอร์  ราคาที่ดินสูงเกินกว่ากำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการซื้อที่ดินออกไปก่อน และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ผู้ประกอบการ หันมาพัฒนาโครงการประเภทมิกซ์ยูสมากขึ้น ทั้งนี้ในครึ่งปีแรก 2562 อัตราการเปิดตัวโครงการใหม่ยังบวก 17%  แต่ก็มีปัจจัยที่เป็นผลกระทบที่มีผลต่อธุรกิจอสังหาฯในระยะยาวในช่วง 4 เดือน ที่เหลือถือเป็นผลกระทบที่ร้ายแรง และที่ยังส่งผลกระทบมาก คือ มาตรการกำกับสินเขื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value : LTV) และมาตรการควบคุมหนี้ต่อราย (Debt Service Ratio :  DSR) และจะกระทบไปถึงปี 2563

 โดยมาตรการLTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ส่งผลกระทบใน2 เรื่องคือ

1.ยอดขายในเขตกรุงเทพฯปริมณฑลในครึ่งปีแรก2562 มีมูลค่าติดลบ13% ส่วนจำนวนยูนิตติดลบ 11% ในขณะที่ตลาดเปิดตัวโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯปริมณฑลครึ่งปีแรก มากกว่าปีที่ผ่านมามูลค่าสูงขึ้น 17% จำนวนยูนิตเปิดใหม่สูงขึ้น 21% ส่วนยอดขายตลาดต่างจังหวัดหลักในครึ่งปีแรก มีมูลค่าติดลบ 8% จำนวนยูนิตติดลบ 12% ซึ่งมองว่าตลาดหดตัวอย่างรวดเร็ว จากการประกาศนโยบาย Macroprudential หรือมาตรการ LTV โดยประกาศนโยบายในปลายปี 2561 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2562  ซึ่งมองว่ามาตรการนี้ถือว่าชาญฉลาด แต่ผิดเวลา และกาลเทศะอย่างที่สุด

 

2.ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในครึ่งปีแรก2562 ยังทรงตัว มื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2561 เนื่องจากเป็นลูกค้าที่ทำสัญญาก่อนเดือนตุลาคม 2561 ซึ่งมาตรการ LTV ยังไม่มีผลบังคับใช้กับลูกค้ากลุ่มนี้  แต่จะส่งผลให้การให้สินเชื่อใหม่ของธนาคารพาณิชย์ในครึ่งปีแรก ยังไม่เห็นผลกระทบจากมาตรการ LTV และคาดว่ามาตรการ LTV จะส่งผลกระทบต่อยอมโอนกรรมสิทธิ์ และการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ในครึ่งปีหลังจากการที่ยอดขายในครึ่งปีแรกหดตัวอย่างรวดเร็ว

 

เชื่อว่าในครึ่งปีหลัง 2562 โดยเฉพาะไตรมาส3 ตลาดจะติดลบไปมากกว่านี้อย่างน้อยประมาณ 30% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2561 ที่ผ่านมา หากธุรกิจอสังหาฯแย่ ธุรกิจอื่นก็จะแย่ตามเป็นลูกโซ่ ซึ่งรวมทั้งสถาบันการเงินด้วย เชื่อว่าธปท.จะตกที่นั่งลำบากมากกว่านี้ สถานการณ์จะหนักกว่าช่วงปี2540 เพราะสถาบันการเงินจะไม่ได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยนายประเสริฐ กล่าว

อย่างไรก็ตามพบว่าในครึ่งปีแรก 2562 ตลาดคอนโดฯระดับบนราคาสูงกว่า 10 ล้านบาทยังไปได้ดีบวก 1% แต่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทติดลบ 20-30% ส่งผลให้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายใหญ่ ต่างปรับตัวด้วยการขยายตลาดไปในหลายเซกเมนต์ ในทำเล ที่ยังมีดีมานด์ที่ราคาเข้าถึงผู้บริโภคเพื่อกระจายความเสี่ยง บางเซกเมนต์มีการขายเฉพาะเรียลดีมานด์ รวมไปถึงต้องสร้างตลาดเน้นสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อของผู้บริโภคในทันที และจำนวนยูนิตในโครงการที่ไม่มากจนเกินไป

2มาตรการภาครัฐไม่แฟร์ต่อภาคอสังหาฯ

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้จำกัด(มหาชนหรือ ORI กล่าวว่าการเติบโตของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะส่งผลให้รอบของเศรษฐกิจภายในประเทศหมุนเวียนได้ 4-5 รอบ ซึ่งในเรื่องของการออกมาตรการ LTV และมาตรการ DSR นั้นจะส่งผลกระทบต่อราคาอสังหาฯและความสามารถของผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งในบางธนาคารพาณิชย์ การคำนวณเรื่อง DSR จะแตกต่างกันตามกลุ่มลูกค้าที่ขอสินเชื่อ และการจะไปครอบทุกกลุ่มที่ซื้อมองว่าไม่เป็นธรรม

โดยอยากเสนอให้มีการกำหนด DSR ที่ต่างกัน เช่น ผู้บริหารที่ใกล้เกษียณอายุ หรือพนักงานที่อายุงานเหลือน้อย กลุ่มนี้น่าจะพิจารณาเป็นแบบขั้นบันได

การจะออกกฎอะไร อยากให้คิด และดูให้ละเอียด และคิดว่าLTV ไม่แฟร์กับโครงการเก่าที่ไปซื้อที่ดินมาแล้ว และจะมาขายในปัจจุบันในส่วนที่เหลือบางส่วน แต่มาเจอ LTV ทำให้สามารถขายให้คนที่กู้สินเชื่อได้น้อยลง  ซึ่งมองว่ามาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ยังต้องมีอยู่ตอนนี้ เศรษฐกิจยังไม่ดีเราต้องทำให้เกิดการเดินหน้าจริงๆคนยังมีกำลังซื้อเพียงแต่รอดูนายพีระพงศ์กล่าว

สำหรับสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ  ซัพพลายคงค้างต้นปี 2562 มีประมาณ 115,000 หน่วย มีการขายไปแล้ว 27,000 หน่วย คงเหลือประมาณ 70,000-80,000 หน่วย แสดงว่ายังมีโอกาสในขายอีกครึ่งปีที่เหลือ ซึ่งคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปีในตลาดจะขายได้ประมาณ 55,000 หน่วย (ใกล้เคียงปี 2558-2560) เป็นตัวเลขที่ยอมรับได้ (แต่ไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับปี 2561 เพราะยอดขาย สูงและมีการเปิดโครงการผิดปกติ) ทั้งนี้คาดว่าซัพพลายที่เหลือจะใช้เวลาในการขายประมาณปีครึ่งออกได้หมด ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าในไตรมาส 4/2562 จะไม่มีการเปิดโครงการใหม่ที่มากจนเกินไป

อย่างไรก็ตามพบว่ามูลค่ายอดขายในปี 2561 มียอดขายรวม 295,341 ล้านบาท สูงกว่าปี 2560 ถึง 29% (คนซื้อก่อนมาตรการLTV)

โดยในครึ่งแรกของปี 2562 มีมูลค่ายอดขาย 102,629 ล้านบาท คิดเป็น 35% ของปี 2561 และคาดว่าตลอดทั้งปี 2562 ในตลาดจะปิดการขายประมาณ 220,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปี 2560 สำหรับสินค้าระดับราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาทนั้น จะพัฒนาได้ยาก เนื่องจากราคาที่ดินมีการปรับสูงขึ้นทุกปี ส่วนระดับราคา 3-10 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด  ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการเปิดตัวกันมาก ส่วนระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีผู้ประกอบการเพียง 3-4 รายเท่านั้น ที่สามารถพัฒนาได้

คิดว่าตัวเลขปีนี้จะติดลบเยอะก็อย่าไปสนใจมาก  เราควรมองข้ามปี 2561 ไปเพราะเป็นปีที่มียอดขายเกิดขึ้นมากก่อนมาตรการ LTV กับปริมาณการซื้อของลูกค้าจีนมีความคึกคักมาก  โดยเข้ามาซื้อกว่า 90,000 ล้านบาท เราคิดว่าตัวเลขยอดขาย 220,000 ล้านบาท เราอยู่กับตัวเลขนี้ได้  เพราะอยู่กับตัวเลขนี้มา 10 ปีแล้วนายพีระพงศ์ กล่าว

 

ทั้งนี้บริษัทฯได้ปรับแผนมาเน้นลูกค้ากลุ่ม Gen Z ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปีมากขึ้นเนื่องจากเป็นดีมานด์ที่ยังแอคทีฟอยู่ และเป็นกลุ่มเป้าหมายที่กำลังเข้ามาในตลาด เพราะเป็นกลุ่มที่เพิ่งเริ่มทำงาน ยังไม่มีภาระหนี้สิน ออริจิ้นจึงต้องรีบเจาะลูกค้ากลุ่มนี้ในการเลือก และตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ก่อนที่จะไปก่อหนี้เรื่องบัตรเครดิต ขณะที่Gen Y ตอนปลาย ก็เป็นกลุ่มที่มีเงินเดือน แต่ก็มีภาระหนี้เช่นกันส่วนรูปแบบการดีไซน์สินค้าที่ดีจะตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี

 รายใหญ่พลิกเกมหันผุดมิกซ์ยูส

นายอัษฎา แก้วเขียว ประธานผู้อำนวยการ แบรนด์วิสซ์ดอม บริษัท แมกโนเลียควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า เห็นด้วยว่า LTV – DSR มีผลกระทบกับธุรกิจอสังหาฯอย่างแน่นอน สิ่งที่สำคัญคือการสื่อสารที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกตระหนก ทำให้มีข้อจำกัดในการตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้บางรายไม่มีความมั่นใจ ก็จะชะลอการซื้อออกไป ผู้ประกอบการเริ่มปรับการรับรู้รายได้จากการขายเพียงอย่างเดียว หันมาพัฒนาโครงการประเภทมิกซ์ยูสเพื่อรับรู้รายได้ระยะยาวมากขึ้น การพัฒนาโครงการในปัจจุบันมองว่ากรุงเทพฯมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากทั้งเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบ ผังเมือง เมกะโปรเจกต์และเทคโนโลยี เป็นต้น ทำให้สังคมและไลฟ์สไตล์กลุ่มผู้บริโภคเปลี่ยนไปโดยเฉพาะ Gen Y มีการให้ความสำคัญกับเรื่องเวลามากขึ้น

อนาคตตลาดสนง.โอเวอร์ซัพพลายแน่

นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี(ประเทศไทยจำกัด กล่าวว่า หากมองตลาดอสังหาฯในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจมา 2 ครั้ง ซึ่งหากไม่รวมระยะวิกฤตดังกล่าว จะพบว่าตลาดคอนโดฯเติบโตมาแล้ว 18 ปี และตลาดอสังหาฯที่ชะลอตัวในปี 2562 มองว่ายังมีผู้ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองอีกมาก โดยที่ผ่านมาตลาดควรจะชะลอตั้งแต่ 3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ได้ลูกค้าจีนเข้ามารองรับตลาด ในขณะที่ตลาดคอนโดฯนั้นพบว่า 30-40 โครงการที่ซีบีอาร์อีฯเป็นที่ปรึกษาอยู่นั้น ก็ได้รับผลกระทบจากทั้งจากมาตรการ LTV และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง.…. ที่จะประกาศใช้ในต้นปี 2563 ด้วยเช่นกัน

สำหรับตลาดอาคารสำนักงานพบว่า ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีนี้แต่หลังจากนั้นอาจจะเกิดโอเวอร์ซัพพลายในปี 2565 จะมีพื้นที่เช่าในเขตซีบีดีถึง 608,500 ตารางเมตร

“โดยภาพรวมมองว่า ตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ในทำเลดี ยังสามารถขายได้ดีลักษณะการขายโครงการในปีนี้ หากขายดีก็ดีไปเลย หากขายไม่ดี ก็หยุดอยู่แค่นั้น ดังนั้นโครงการที่จะพัฒนาไม่ควรไปในทำเลที่มีซัพพลายมาก ควรเลือกทำเลที่มีศักยภาพ และมีดีมานด์ ส่วนตลาดที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ต้องทำเป็นตลาดเช่าให้กลุ่มที่เกษียณแล้ว สามารถซื้อได้ แต่ยังมีผู้ทำน้อยมาก แม้ว่าจะมีดีมานด์อีกเยอะ แต่ตลาดนี้ไม่ได้ทำง่ายๆนางสาวอลิวัสสา กล่าวในที่สุด

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง