“พฤกษา”ชู 5 กลยุทธ์ควบคู่ตั้งทีมเฉพาะกิจเกาะติดลูกค้าชิงเค้กตลาดบ้านปี’63

 “พฤกษา” เขย่าโครงสร้างองค์กร ปรับแผนการทำงาน ตั้ง” 2 ทีมเฉพาะกิจ” ช่วยลูกค้าให้ผ่านการอนุมัติสินเชื่อแบงก์ หลังยอดปฏิเสธปล่อยกู้สูงถึง 9,000 ล้านบาท  ควบคู่ไปกับการตั้งทีมขายใหม่ไล่ล่าลูกค้า เดินหน้าลงทุนบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดฯ 30โครงการ 36,000 ล้านบาท พร้อม ชู 5 กลยุทธ์รับมือภาตลาดโดยรวมปี 2563 ที่อยู่ในช่วง “ทรง” กับ “ชะลอตัว”

 

จากปัจจัยที่เหนือการควบคุมทั้งจากที่เกิดขึ้นในประเทศและต่างประเทศ ที่ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงมาตรการ LTV ที่ทำให้ตลาดหดตัวลง เห็นได้จากมูลค่าตลาดรวมอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปี 2562 ที่ติดลบถึง 24 % มาอยู่ที่ 387,300 ล้านบาท เทียบจากปี 2561ที่มูลค่าตลาดรวม 511,879  ล้านบาท แบ่งเป็น

  • คอนโดมิเนียมติดลบ 28% จาก 293,743 ล้านบาทในปี 2561 เป็น 210,309  ล้านบาทในปี 2562
  • บ้านเดี่ยวติดลบ 22% จาก 122,569 ล้านบาทในปี 2561 เป็น 95,299 ล้านบาทในปี 2562
  • และทาวน์เฮ้าส์ติดลบ 14% จาก 87,225 ล้านบาทในปี 2561 เป็น 75,236 ล้านบาทในปี 2562

สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทพัฒนาอสังหาฯทั่วหน้า ไม่เว้นแม้แต่ “พฤกษา” เบอร์ 1 อสังหาฯ แชมป์ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่าง สะท้อนจากผลการดำเนินการในปี 2562 ที่มียอดขาย 35,601 ล้านบาท ติดลบ 30 % (YoY) ขณะที่รายได้อยู่ที่  39,885 ล้านบาท ติดลบ 11,4 %  (YoY)

“ ตลาดไม่โต ถ้าใจเราไม่โต ก็ยิ่งแย่ นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวระหว่างงานแถลงข่าว Business Plan 2020 Fit for Growth ซึ่งปีนี้จะต้องฝ่าฟันความท้าทาย โดยเอา “ลูกค้า” เป็นตัวตั้งหลัก“ ตลาดมีมากถึง  4 แสนล้านบาท เราขอแค่ 10% ประมาณ 4 หมื่นล้านบาทเท่านั้นเอง”

เมื่อภาพรวมธุรกิจอสังหาฯปี 2563 ยังเหนื่อยและยาก เกมของผู้นำตลาดต้องมีความยืดหยุ่น พร้อมที่จะทรานฟอร์มตัวเอง ปรับวิธีการทำงาน รวมถึงปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ให้สามารถเดินต่อไปให้ได้ในอนาคตอย่างแข็งแรง โดย “พฤกษา” เองก็ได้ปรับในบางส่วนเพื่อให้การทำงานมีความกระชับ รวดเร็ว ดังนี้

  • ด้านงานก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัย ได้เปลี่ยนจากผู้รับเหมารายเล็กเป็นผู้รับเหมารายกลาง – รายใหญ่ เพื่อให้คุณภาพของงานก่อสร้างดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยแบ่งเบาและลดคนควบคุมงานของพฤกษาลง
  • ปรับลดหน่วยธุรกิจที่ดำเนินงาน (Strategic Business Unit : SBU )จากเดิม 18 หน่วยงานเหลือ 13-14 หน่วยงาน
  • จัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาใหม่ 2 ทีม คือ ทีมช่วยลูกค้าให้สามารถผ่านการกู้เงินจากสถาบันการเงิน และอีกทีมคือ ทีมการตลาดแบ่งตามกลุ่มลูกค้า ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียมและทาวน์เฮ้าส์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา ฯ กล่าวด้วยว่า ทีมเฉพาะกิจขึ้นมาใหม่ 2 ทีม เนื่องจากปี  2562 มีลูกค้าบริษัทฯ ถูกธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธสินเชื่อ สูงถึง 9,000 ล้านบาท  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาวีธีช่วยลูกค้ากู้ให้ผ่าน ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารพาณิชย์ และในส่วนของผู้บริหารก็เข้าไปพูดคุย สอบถามทางธนาคารในรายละเอียดต่างๆด้วยเช่นกัน ทั้งกรณีที่ขอกู้ผ่านและไม่ผ่าน เพื่อนำเอาข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เชิงลึก

“ ยอด 9,000 ล้านบาท กู้แบงก์ไม่ผ่าน เราจะต้องกลับไปเอาคืนมาให้ได้”

“ลูกค้าตัวจริงนั้นมีอยู่แล้ว เราต้องหาให้เจอ” ทีมการตลาดเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาใหม่จะต้องระดมสมอง ทีมการตลาดแบ่งตามกลุ่มลูกค้า ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียมและทาวน์เฮ้าส์ ทีมีการทำงานกันอย่างเข้มข้น จะผลักดันยอดขายในปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 38,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 6% และเป้ารายได้รวมที่ 40,000  ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว

การปรับกลยุทธ์ในการรุกธุรกิจอสังหาฯ อย่างรัดกุมในทุกมิติท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแรงภายใต้ 5 กลยุทธ์หลัก เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดอสังหาฯ ได้แก่

  1. Strengthen Core Business รักษาฐานกลุ่มธุรกิจหลักของพฤกษา ด้วยการเปิดโครงการใหม่ 30 โครงการ มูลค่า   36,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ทาวน์เฮ้าส์ 18 โครงการมูลค่า 15,600 ล้านบาท / บ้านเดี่ยว 6 โครงการมูลค่า 6,400 ล้านบาท / คอนโดฯ- แวลู 4 โครงการมูลค่า 6,700 ล้านบาท / คอนโดฯ- พรีเมี่ยม 2 โครงการมูลค่า 7,300 ล้านบาท โดยโครงการส่วนใหญ่ 17-18 โครงการจะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2563

อนึ่ง ปี 2562 เปิดตัวโครงการทั้งสิ้น 36 โครงการ มูลค่า  41,170 ล้านบาท ไม่ถึงตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากมีการเลื่อนบางโครงการมาเปิดในปีนี้

ออกแบบสินค้า ฟังก์ชั่นและ IOT รองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละเซ็กเมนต์ และพร้อมขยายเซ็กเมนต์ไปกลุ่มบนมากขึ้น ที่ผ่านมาพฤกษาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการเปิดขายโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ โดยมีอัตราการขาย (Take up rate) มากกว่า 50% ในปีนี้จึงมีแผนเปิดโครงการ “เดอะ ปาล์ม” อีก 2 โครงการบนทำเลศักยภาพ เพื่อเจาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อมากขึ้น รวมถึงทาวน์เฮาส์ที่จะขยายไปยังเซ็กเมนต์ 3-5 ล้านมากขึ้นภายใต้แบรนด์พฤกษาวิลล์และเดอะคอนเนค พร้อมใช้แบรนด์พาทิโอ ขยายตลาดเจาะกลุ่มทาวน์เฮาส์ระดับลักชัวรี่ ในขณะเดียวกันก็รักษาตลาดเดิม คือ ทาวน์เฮ้าส์ ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท

  1. Innovation and Data Tech เพิ่มช่องทางการขายในรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ลูกค้าให้ครบในทุกมิติ และพัฒนา Data Science ในการวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้าพร้อมทั้งนำเสนอ Solution ที่ตอบโจทย์ รวมไปถึงการเพิ่มขีดความสามารถของ Digital Marketing ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ พัฒนา Data Science เพิ่มขึ้นสำหรับ Win-Back เฟส 2 ต่อหลังจากที่ได้เริ่มต้นครั้งแรกปี 2562 สามารถทำยอดได้ทั้งหมด 5,287 ล้านบาทคิดเป็น 15 % ของยอดขายปีที่ผ่านมา โดยมีจำนวนหน่วยทั้งสิ้น 1,761 ยูนิต หรือคิดเป็นสัดส่วน 14 % ของจำนวนหน่วยที่ขายทั้งหมด
  2. Asset Management เน้นขายโครงการที่เป็น inventory โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม และเลือกเปิดขายโครงการใหม่เฉพาะทำเลที่มีศักยภาพในช่วงเวลาเหมาะสมกับสภาพตลาด ควบคุมการก่อสร้างและวัสดุเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงกลยุทธ์ในการเลือกซื้อที่ดินโดยตั้งงบประมาณไว้ 2,000 ล้านบาท ส่วนการลดสินค้าคงเหลือหรือ inventory นอกจากจะเน้นขายหรือระบายของที่มีอยู่ในมือประมาณ 7,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 25,100 ล้านบาท แล้ว ยังลดจำนวนโครงการที่กำลังจะเปิดขาย
  3. Recurring Income สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง จากโรงงานพรีคาสท์ ผลิตแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปเพื่อขายให้กับหน่วยงานภายนอก ( Third-party ) การปรับโรงงานพรีคาสท์ให้เป็น Business Unit นี้ตั้งเป้าภายใน 3 ปีมีรายได้ 500 ล้านบาท ขณะที่แรก(ปี2563 ) จะมีรายได้ไม่มากคือไม่ถึง 100 ล้านบาท พฤกษามีโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดและใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับพฤกษาอย่างต่อเนื่องโดยจะเริ่มดำเนินการในปีนี้

ในขณะที่ธุรกิจโรงพยาบาลวิมุต คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนพฤษภาคม 2564  จากเดิมคาดเปิดให้บริการในปี 2563 บันปัจจุบันงานก่อสร้างโครงสร้างนั้นคืบหน้าไปเกือบ 90 % ใช้เงินลงทุนแล้ว.1,900 ล้านบาท จากงบการลงทุนทั้งหมด 4,900  ล้านบาท

  1. Bottom Line การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้กำไรสูงขึ้น ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีการ Optimize ดีไซน์ของตัวบ้านให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละเซ็กต์เมนต์ รวมถึงเพิ่มการใช้ดิจิทัลมาร์เกตติ้งให้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ณ สิ้นปี 2562 บริษัทฯ มียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่าสูงถึง 29,000  ล้านบาท  คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ 10,900 ล้านบาท ที่เหลือจะทยอยรับรู้ใน 2-3 ปีข้างหน้าแม้การรักษาแชมป์ท่ามกลางสภาวะตลาดนั้นจะเป็นเรื่องยาก !  แต่ทุกความท้าทายหรือทุก “วิกฤติ” เกิดขึ้นนั้น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษาฯ ได้มองว่า ในวิกฤติมี โอกาสเสมอ หลังพายุเกิด ฟ้าจะสวยงามเสมอ” เช่นนเดียวกับกลุ่มลูกค้าชาวจีน ที่นำเงินมาซื้อโครงการที่อยู่อาศัยของบริษัท พฤกษาฯ มีอยู่ประมาณ 1,800 ล้านบาท คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาด้านการโอน เพราะการโอนจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี และคาดว่าหลังไวรัสโควิด – 19 คลี่คลาย เชื่อว่าเมืองไทยเป้าหมายหลักประเทศหนึ่ง ที่ต่างชาติสนใจจะเข้ามาลงทุนซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นบ้านหลังที่  2

กล่าวได้ว่า การวางกลยุทธ์สู้ศึกอสังหาฯตีฝ่าวงล้อมเศรษฐกิจของ “พฤกษา” ที่ภาพโดยรวมของธุรกิจปี 2563 คงจะอยู่ในช่วง “ทรง” กับ “ชะลอตัว” นั้น จะประสบความสำเร็จทั้งยอดขาย รายได้ หรือไม่ ต้องติดตามใกล้ชิด

ปิดท้ายข่าวดีสำหรับผู้ถือหุ้น บริษัทฯ มีมติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 1.55 บาท โดยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 จึงคงเหลือจ่ายเงินปันผลในรอบนี้ในอัตราหุ้นละ 0.95 บาท โดยจะนำเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในที่ 29 เมษายน 2563 และกำหนดจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2563

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง