จับตาอสังหาฯชงรัฐเสนอทางออกฟื้นธุรกิจ 3 ก.ย.นี้

จับตาหลังรัฐบาลเรียกสมาคมอสังหาฯ-บริษัทโบรกเกอร์ และตัวแทนผู้ประกอบการ รวม 11 องค์กร เข้าพบแสดงวิสัยทัศน์ต่อนายกรัฐมนตรี ภายใต้กรอบ 5 หัวข้อหลัก หวังนำพาประเทศสู่ความสำเร็จ ด้านเอกชนระบุอยากให้ปรับปรุงการทำงานของกทม.-หน่วยงานในสังกัดอปท.เและกรมโยธาฯพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็ว อย่าสร้างต้นทุนแฝง มิเช่นกันภาระจะไปอยู่ที่ผู้บริโภค

สืบเนื่องจากได้มีหนังสือจากรัฐบาลถึงภาคธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวข้อง และธุรกิจอสังหาฯซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ที่จะมีการเข้าพบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ในวันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2563 เวลา 9.30-11.30 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมนำเสนอวิสัยทัศน์ และความคิดในการขับเคลื่อนภาคส่วนของแต่ละธุรกิจ โดยหากความคิดที่นำเสนอนั้น มีความชัดเจนสมเหตุสมผลสำหรับทุกภาคส่วนของสังคม และมีประโยชน์กับประเทศ จะช่วยให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าได้เร็วขึ้น และสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ความสำเร็จได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และต้องการความรู้ความสามารถเฉพาะทางของภาคเอกชนมาเชื่อมกับความรู้ความสามารถของภาครัฐ โดยจำกัด 5 หัวข้อหลักในการนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ได้แก่

1.วิสัยทัศน์หรือมุมมอง ท่านคิดว่าใน 3 ปีข้างหน้า ภาคส่วนของท่านจะเป็นอย่างไร โอกาสชนเวทีโลกเป็นอย่างไร และภาคส่วนของท่านจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จของประเทศไทยได้อย่างไร

2.เรื่องสำคัญที่สุด 3 เรื่อง ที่ท่านต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน เพื่อที่จะช่วยให้ภาคส่วนของท่านเดินหน้า ตามวิสัยทัศน์และประสบความสำเร็จของภาคส่วนของท่าน คืออะไร

3.อุปสรรคที่สำคัญมากที่สุดที่ขวางความสำเร็จของภาคส่วนของท่าน คืออะไร

4.กฎกติกาของภาครัฐที่ท่านคิดว่าเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของภาคส่วนของท่าน ที่น่าจะสามารถแก้ได้ง่ายและรวดเร็ว

5.หน่วยงานของภาครัฐที่ท่านอยากเห็นการปฏิรูปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คือหน่วยงานใด

โดยผู้ได้รับเชิญในส่วนของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าร่วมนำเสนอวิสัยทัศน์และความคิด ประกอบด้วย

1.สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย (นายกสมาคม และคณะอีก 2 ท่าน)

2.สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (นายกสมาคม และคณะอีก 2 ท่าน)

3.สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย (นายกสมาคม และคณะอีก 2 ท่าน)

4.นางอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด และทีมงานอีก 1 ท่าน

5.นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เจแอลแอล และทีมงานอีก 1 ท่าน

6.นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) และทีมงานอีก 1 ท่าน

7.นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) และทีมงานอีก 1 ท่าน

8.นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน รองประธานกรรมการ/ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี(ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน) และทีมงานอีก 1 ท่าน

9.นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) และทีมงานอีก 1 ท่าน

10.นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) และทีมงานอีก 1 ท่าน

11.นายแสนผิน สุขี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเด้นแลนด์เรสซิเดนซ์ จำกัด และทีมงานอีก 1 ท่าน

โดยทางรัฐบาลได้กำหนดให้ตัวแทนสมาคมฯนำเสนอวิสัยทัศน์และความคิด ใน 5 ประเด็นดังกล่าวข้างต้น โดยใช้เวลาสมาคมฯละไม่เกิน 10 นาที

ส่วนกรณีในนามบุคคล สามารถนำเสนอความคิดเพิ่มเติม โดยกรอบเนื้อหาควรต้องอยู่ภายใต้ประเด็นใดประเด็นหนึ่งใน 5 ประเด็น ตามที่ระบุไว้ข้างต้น และใช้เวลาท่านละไม่เกิน 5 นาที

นายมีศักดิ์ ชุณหรักษ์โชติ
นายมีศักดิ์ ชุณหรักษ์โชติ นายกสมาคมอสังหาริทรัพย์ จังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 กันยายน 2563 ตนร่วมกับนายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และนายวัชระ ปิ่นเจริญ นายกอสังหาริมทรัพย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา จะเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ต่อนายกรัฐมนตรีด้วย  โดยที่ผ่านมาทางสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และร่วมกันหารือกับสมาคมอสังหาริมทรัพย์ ภูมิภาค อีก 13 จังหวัด เพื่อรวบรวมประเด็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยสมารถสรุปได้ประมาณ 10 หัวข้อ แต่จะมีประเด็นหลักใหญ่อยู่ 2-3 หัวข้อ โดยในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ตนจะนำประเด็นดังกล่าวทั้งหมดมาสรุปอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเหลือประเด็นสำคัญที่จะนำเสนอพรีเซนต์ต่อนายกฯให้ทันตามระยะเวลาที่กำหนด 10 นาที ส่วนหัวข้ออื่นๆที่ไม่สามารถนำเสนอได้ทัน ก็จะยื่นหนังสือให้กับนายกฯในวันดังกล่าวเลย

สำหรับ  5 หัวข้อที่ทางรัฐบาลอยากให้ภาคเอกชนเสนอนั้นยังไม่สามารถเปิดรายละเอียดได้ แต่ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐที่อยากเห็นการปฏิรูปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั้น มองว่าที่ผ่านมาหน่วยงานนของภาครัฐจะยึดแนวทางการดำเนินงานที่เป็นวัฒนธรรมของตนเองมายาวนาน แต่ปัจจุบันคงต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานตามยุคสมัย เพื่อให้เชื่อมโยงกับภาคเอกชนได้มากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานที่สังกัดกระทรวมมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ที่คิดว่าควรถึงเวลาที่จะต้องบูรณาการเสียที

นายอธิป พีชานนท์
นายอธิป พีชานนท์ ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ทราบข่าวเรื่องที่ทางรัฐบาลมีจดหมายถึงบางสมาคมและบางบริษัทที่ประกอบธุรกิจอสังหาฯ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ต่อนายกรัฐมนตรี หากให้ตนแสดงความคิดเห็นด้วยตนเองมองว่า 1 ใน 5 หัวข้อที่อยากนำเสนอคือ เรื่อง การปฏิรูปหน่วยงานของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอยากให้กรุงเทพมหานคร(กทม.) และหน่วยงานต่างๆในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้รวดเร็ว และมีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากที่ผ่านมาองค์กรเหล่านี้มักสร้างต้นทุนแฝง ทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระในการซื้อที่อยู่อาศัย

 

อีกหน่วยงานที่ขอเสนอแนะคือ กรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ผ่านมาก็มีการดำเนินการที่ล่าช้า โดยเฉพาะการออกผังเมืองใหม่ ที่ใช้ระยะเวลาในการแก้ไขที่นานเกินไป หากเป็นต่างประเทศจะไม่ใช้ระยะเวลาที่นานเช่นนี้  ส่วนกรมที่ดินนั้นปัจจุบันเริ่มมีประสิทธิภาพในการมากขึ้นแล้ว จึงไม่ค่อยมีปัญหามากนั

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตนและ 3 สมาคมอสังหาฯคือ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย พยายามผลักดันให้รัฐบาลช่วยเหลือคือ การลดค่าธรรมเนียมการโอน และจดจำนอง ในที่อยู่อาศัยราคา 3 ล้านบาทแรก และส่วนที่เหลือก็เสียค่าใช้จ่ายในอัตราปกติ ทั้งนี้เพื่อให้ครอบคลุมที่อยู่อาศัยทุกเซกเมนต์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ยื่นข้อเสนอไปยังสมัยที่นายอุตตม สาวนายน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่เมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ คือ นายปรีดี ดาวฉาย ดังนั้นคงต้องดำเนินการทำหนังสือยื่นข้อเสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านใหม่ต่อไป

นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะยื่นข้อเสนอเรื่องมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value : LTV) ไปยังนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ว่าที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยยื่นเรื่องไปที่ นายวิรไท สันติประภพ ที่จะหมดวาระในวันที่ 30 กันยายน 2563 นี้ เพื่อให้ธปท.ช่วยผ่อนปรนมาตรการดังกล่าวลงอีก

อีกทั้งยังเดินหน้าที่จะส่งหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อผลักดันให้เกิดกฎหมายสิทธิการเช่าในที่อยู่อาศัย เพื่อให้ต่างชาติสามารถถือครองที่อยู่อาศัยในรูปแบบการเช่าระยะยาว  จากเดิม30+30  ปี เป็น 50 ปี และสามารถขายสิทธิการเช่ากรรมสิทธิ์นั้นได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการขายอสังหาฯ ในระดับนานาชาติ

“แต่ก็เชื่อว่าเรื่องการแก้ไขกฎหมายการให้ต่างชาติสามารถถือครองที่อยู่อาศัยระยะยาว 50 ปีนั้นเป็นเรื่องยาก และยิ่งหวังไปถึง 90 ปี ยิ่งยากใหญ่เลย เพราะหลายๆฝ่ายมองว่าจะต้องแก้กฎหมายที่ค่อนข้างยุ่งยากมาก จึงไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้”นายอธิป กล่าว

นายอธิป กล่าวต่อถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลัง 2563 ว่า แยกเป็นตลาดคอนโดมิเนียม ทั้งในกทม.-ปริมณฑล และต่างจังหวัด ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ติดลบอย่างต่อเนื่อง ยังไม่เห็นความชัดเจนที่ดีขึ้น ยอดขายหดตัวลงมาก และหากผู้ประกอบการบางรจะเป็ดตัวโครงการใหม่ สถาบันการเงินก็จะขอหยุดปล่อยสินเชื่อโครงการเป็นการชั่วคราวก่อน เพราะสถาบันการเงินไม่ต้องการให้เกิดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)

ส่วนโครงการแนวราบ ตลาดยังพอไปได้ การเปิดตัวโครงการใหม่ยังมีต่อเนื่อง เพราะทั้งผู้ประกอบการและผู้ซื้อหันมาพัฒนาและซื้อโครงการแนวราบกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรียลดีมานด์ที่แท้จริง เพราะไม่มีกลุ่มนักเก็งกำไรและนักลงทุนในเซกเมนต์นี้

“จากสถานการณ์ภาพรวมตลาดที่ย่ำแย่มาตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ทั้งจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว และมาเจอพิษโควิด-19 อีก ยิ่งทำให้ตลาดอสังหาฯแย่ลงไปอีก หากให้คะแนน คงต้องให้ต่ำกว่า 5 คะแนน แต่สถานการณ์รอบนี้ถือว่ากว่าช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 ที่ปีนั้นสถาบันการเงินล้มละลายและต้องปิดกิจการถึง 58 แห่ง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็เดือดร้อน แต่ประชาชนไม่เดือดร้อน มีการเลย์ออฟพนักงานน้อย แต่เหตุการณ์ครั้งนี้กลับตรงกันข้ามกัน คือ สถาบันการเงินยังอยู่รอ แต่พนักงานถูกเลย์ออฟเป็นจำนวนมาก”นายอธิป กล่าวในที่สุด

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง