บีทีเอสลุยฟ้องกทม.ค้างหนี้สายสีเขียว3หมื่นล้าน

นายสุรพงษ์  เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่       บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า หลังจากบริษัทได้ส่งหนังสือติดตามทวงถามตามกฎหมายให้กรุงเทพมหานคร และบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ชำระหนี้ให้แก่บริษัท ซึ่งได้ครบกำหนดระยะเวลา 60 วัน ตามที่บริษัทได้ระบุไว้ในหนังสือทวงถามแล้ว และยังไม่ได้รับการแจ้งถึงแนวทางการชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนจากภาครัฐ

ขณะที่บริษัทกำลังประสบปัญหาหนักจากการต้องแบกรับภาระหนี้จำนวนมากเป็นระยะเวลานานกว่า 4 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 ที่เริ่มเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าโดยสารให้แก่ประชาชน

ปัจจุบันภาระหนี้สะสมที่รัฐบาลมีต่อบริษัทในช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นสูงกว่า 30,000 ล้านบาท ประกอบด้วย หนี้ค่าจ้างเดินรถตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 จนถึงเดือนมีนาคม 2564 จำนวน 10,903 ล้านบาท และหนี้ค่าซื้อระบบการเดินรถไฟฟ้าและเครื่องกล จำนวน 20,768 ล้านบาท

หลังจากเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา บีทีเอสได้ลงนามในสัญญากับกรุงเทพธนาคมเพื่อขายและติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทางรวม 18.20 กิโลเมตร และโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทางรวม 12.58 กิโลเมตร และเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 บีทีเอสได้รับการว่าจ้างจากกรุงเทพธนาคม ให้เป็นผู้ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าดังกล่าวเป็นระยะเวลา 25 ปี นับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2560 จนถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 2585 ซึ่งเป็นระยะเวลาเดียวกันกับการสิ้นสุดสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพส่วนต่อขยาย (สายสีลมและสายสุขุมวิท)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา สภากทม. ได้ปฏิเสธการใช้งบประมาณของกทม.เพื่อใช้ชำระหนี้ดังกล่าว และได้เสนอทางเลือกให้กับฝ่ายบริหารในการขอให้รัฐบาลสนับสนุนหรือร่วมลงทุนกับเอกชน ตามแนวทางของคำสั่ง คสช.ดังนั้นในฐานะที่บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ เป็นบริษัทลูกของบริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) จึงได้ใช้สิทธิตามสัญญาในการติดตามทวงถามกรุงเทพฯและกรุงเทพธนาคม โดยได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้รัฐบาลได้พยายามหาทางแก้ไขปัญหาภาระหนี้ โดยในปี 2562 ได้เสนอขอให้บริษัทเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงในผลประกอบการในระยะยาวแทนการเรียกหนี้ที่ค้างชำระดังกล่าวกับภาครัฐ        ซึ่งนำมาสู่ผลการเจรจาร่างสัญญาแก้ไขสัญญาสัมปทานที่ได้รับความเห็นชอบโดยคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นภายใต้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 3/2562 และผ่านการตรวจสอบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง