“สันติ พร้อมพัฒน์” มั่นใจโครงการ “รามาฯ – ธนารักษ์”ตอบโจทย์สังคมสูงวัย เล็งปรับแบบพื้นที่ใช้สอยหนุนผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยตามนโยบายรัฐ

“สันติ พร้อมพัฒน์” เผยผลขับเคลื่อนโครงการศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร “รามาฯ -ธนารักษ์”  กลุ่มผู้สูงอายุ สนใจจองห้องขนาดใหญ่  เร่งผู้พัฒนา ปรับแบบพื้นที่ รวมยูนิตใหม่ เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้สอย ตอบสนองความต้องการกลุ่มสูงวัย พร้อมสั่งกรมธนารักษ์ – ธพส.” เร่งสร้างความเข้าใจแผนพัฒนาโครงการ  ด้วยการบริการครบวงจร ทั้งด้านสาธารณสุข สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก ดูแลคุณภาพชีวิตผู้พักอยู่อาศัยทั้งระบบ 
นายสันติ พร้อมพัฒน์
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร (senior complex) บนพื้นที่ราชพัสดุ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ว่า กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ได้ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  ในการพัฒนาที่พักอาศัย ผู้สูงอายุ “รามาฯ-ธนารักษ์” ซึ่งเป็นการนำพื้นที่ราชพัสดุมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้ความสำคัญเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ  โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้มีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย

สำหรับการดำเนิน โครงการศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร เพื่อดูแลผู้สูงวัย  เป็นโครงการนำร่อง  จัดสร้างที่พักอาศัยผู้สูงอายุ “รามาฯ-ธนารักษ์” ขณะนี้ยังมีห้องคงเหลือจำนวน 407 ห้อง  จากจำนวนห้องทั้งหมด 921 ห้อง หลังจากที่ได้มีการเปิดจองสิทธิไปรอบใหม่แล้วเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 ถึง วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา  ใน 3 ระดับราคา ตั้งแต่  ระดับราคา 1.82 ล้านบาท มีห้องคงเหลือ จำนวน 60 ห้อง  ระดับราคา 1.99 ล้านบาท มีห้องคงเหลือ จำนวน 207 ห้อง  ส่วนในระดับราคา 2.10 ล้านบาท จำนวน 23 ห้อง จองเต็มหมดทุกยูนิตแล้ว ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับผู้สูงอายุ และประชาชนที่มีรายได้น้อยที่จองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

โครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุ “รามาฯ – ธนารักษ์” ยังมีโรงพยาบาลจักรีนฤบดินทร์ที่อยู่ใกล้เคียงเข้ามามีส่วนสนับสนุนในการ ดูแลด้านสุขอนามัย รักษาพยาบาลให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นโครงการนำร่องที่เป็นแบบอย่างให้องค์กร ส่วนราชการ และภาคเอกชน สามารถนำรูปแบบไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์

ดังนั้นการดำเนินโครงการนี้ จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากมีพื้นที่ตั้งโครงการ มีระบบสาธารณูปโภคสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นอยู่ในทำเลปลายสายเส้นรถไฟฟ้าสีเขียว และมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เชื่อมั่นว่าจะมียอดจองเข้ามาเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งทำให้เป็นเมืองต้นแบบ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ หากมีประชาชนที่ต้องการเพิ่ม กรมธนารักษ์ ยังสามารถจัดสรรที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการในลักษณะได้อีก

ปัจจุบันที่ดินราชพัสดุประมาณ 12 ล้านไร่ กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค ดังนั้นนโยบายรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญในการนำที่ดินของภาครัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประชาชน ทั้งการจัดสรรที่ดินเพื่อทำกิน และสร้างเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน นับเป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากจากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนที่ราชพัสดุให้มีศักยภาพและยังเป็นโครงการนำร่องในการรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้มีแผนในการปรับจำนวนยูนิตและขนาดของพื้นที่ใช้สอยให้ตรงกับความต้องการของตลาด ที่ต้องการเข้ามาพักอาศัยในโครงการดังกล่าว โดยได้มอบให้บริษัทสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์ จำกัด หารือร่วมกับ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ปรับเปลี่ยนออกแบบห้องพักให้ใหญ่ขึ้น โดยการยุบรวมห้องขนาดเล็ก 2 ห้อง เพื่อให้ได้พื้นที่เป็นห้องขนาดใหญ่ 1 ห้อง ขนาด 45-47 ตารางเมตร ซึ่งจะได้พื้นที่ที่เหมาะสมกับที่ผู้สูงอายุจะได้อยู่สะดวกสบายเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันได้ ให้ ธพส. เร่งจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคภายในโครงการ ภายหลังจากการถมดินในพื้นที่ โดยกำหนดจุดสร้างถนนคอนกรีตเข้าในโครงการทั้งถนนเมนหลัก และถนนทางเข้าต่างๆ ปรับภูมิทัศน์ กำหนดจุดสร้างซุ้ม สร้างห้องตัวอย่างในแต่ละระดับราคา เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าชมโครงการและรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงแผนการให้บริการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรผ่านรูปแบบAnimation ออกมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ชมก่อนตัดสินใจและทำการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านช่องทางต่างๆ เพิ่มขึ้น ผ่านทาง LINE Official , Facebook และเพิ่มสื่อทีวีโดยใช้สื่อของรัฐนำเสนอความคืบหน้าการก่อสร้าง รูปร่างโครงการ ซึ่งจะสร้างการรับรู้ให้สอดคล้องกับพฤติชกรรมของกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

นายสันติ กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว แบ่งออกเป็นพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ ประกอบด้วย  3 โซน คือ

1.โซนศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะ ผู้สูงอายุแบบครบวงจร และบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย (Hospice Zone)

2.พื้นที่สำหรับผู้สูงอายุ ที่ต้องการการพักฟื้น หรือ ฟื้นฟูสุขภาพ (Nursing Home Zone) 

3.ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจร และบริบาลผู้ป่วยระยะท้ายและพื้นที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Zone)

ซึ่งหากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและผู้สูงอายุและประชาชนให้ได้รับความเป็นอยู่ที่ดีอย่างมั่นคงและยั่งยืน

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง