“วิชัย รัตกพันธ์”แนะรัฐบาลตั้งกองทุนประกันสินเชื่อบ้าน

“วิชัย วิรัตกพันธ์”ผอ.ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯหวั่นตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้า อาจจะส่งผลอนุมัติงบประมาณแผ่นดินปีงบประมาณ 2567ไม่ทัน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและ GDP รวมถึงภาคธุรกิจอสังหาฯ ที่ปีนี้ประเมินว่าตลาดอสังหาฯจะติดลบทั้งฝั่งดีมานด์และซัพพลาย แนะภาครัฐตัดเงินประมาณ 10% จากเงินโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในแต่ละปีที่มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านบาท จัดตั้งเป็นเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเป็นเงินค้ำประกันให้กับคนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า หากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีความล่าช้า จะส่งผลกระทบต่อการจัดทำงบประมาณแผ่นดินใหม่ เนื่องจากงบประมาณแผ่นดินสำหรับปีงบประมาณ  2566 ที่เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม  2565 จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน  2566 ดังนั้นในช่วงระยะเวลาที่เหลืออีก 4-5 เดือนนี้หากมีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินใหม่ไม่ทัน จะกระทบต่องบรายจ่ายและการดำเนินงานของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเกิดความล่าช้าตามไปด้วย และทำให้เกิดผลกระทบต่อ GDP ของประเทศ ที่มีผลกระทบต่อเนื่องถึงภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะรายได้ของประชาชนจะลดลง ส่งผลให้กำลังซื้อที่อยู่อาศัยลดลง ทำให้เกิดการชะลอตัวในฝั่งของอุปสงค์ที่เกิดจากผลกระทบของปัจจัยลบต่างๆ

ทั้งนี้ศูนน์ข้อมูลฯประเมินว่าตลาดอสังหาฯในปี 2566 จะติดลบทั้งฝั่งดีมานด์และซัพพลายเมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งมีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง เพราะมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯของรัฐ ทั้งการลดค่าธรรมเนียมการโอน และจดจำนอง การผ่อนมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับการซื้อบ้านสัญญาที่ 2และ 3  ที่ได้สิ้นสุดไปเมื่อช่วงสิ้นปี 2565 ที่ผ่านมา

โดยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดใหม่น่าจะเข้ามาช่วยผลักดันมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจอสังหาฯใหม่ๆออกมา เพื่อกระตุ้นให้ตลาดอสังหาฯกลับมาฟื้นตัวและขยายตัวได้มากขึ้น ขณะที่ตลาดอสังหาฯในปีนี้ยังต้องพึ่งพากำลังซื้อจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม จะเห็นได้จากข้อมูลในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้กำลังซื้อจากต่างชาติยังเติบโตต่อเนื่องจากช่วงไตรมาส 3 และ 4 ที่ผ่านมา ดังนั้นหากรัฐบาลส่งเสริมและสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว ก็จะช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติสนใจท่าจะพักอาศัยอยู่ในเมืองไทยระยะยาวมากขึ้นและช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาฯให้กลับมาฟื้นตัวเร็วขึ้น

ขณะเดียวกันภาครัฐควรสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีการประกาศมาตรการควบคุม LTV แต่ไม่มีทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่จะซื้อบ้าน ซึ่งเมื่อเทียบกับต่างประเทศจะมีการประกันสินเชื่อและมีกลไกต่างๆออกมาช่วยเหลือคนซื้อบ้าน ซึ่งที่ผ่านมามีภาคเอกชนนำเสนอให้ภาครัฐนำเงินโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในแต่ละปีที่มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านบาท หากตัดเงินส่วนนี้ประมาณ 10% จัดตั้งเป็นเงินกองทุนขึ้นมา และสะสมเพิ่มทุกปีๆละ  1% เพื่อนำเงินกองทุนส่วนนี้มาช่วยเหลือเป็นเงินค้ำประกันให้กับคนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย

โดยมีองค์กรเข้ามาบริหารจัดการเงินกองทุนนี้ รวมทั้งอาจจะมีการปฏิรูประบบประกันสังคมเหมือนกับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีการหักเงินสมทบในอัตราที่สูง เพื่อให้คนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย สามารถนำเงินที่ถูกหักสะสมและเงินที่รัฐบาลจ่ายสมทบนำไปใช้จ่ายเป็นเงินดาวน์เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้

สำหรับมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯหรือมาตรการความช่วยเหลือกลุ่มคนซื้อบ้าน ดร.วิชัยเสนอให้ภาครัฐต้องจำแนกมาตรการกระตุ้นที่ตรงจุดให้มากขึ้น ควรโฟกัสไปที่กลุ่มคนที่มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเท่านั้น โดยจะต้องมีระบบดาต้าเบสเข้ามาเก็บรวบรวมข้อมูลฐานรายได้ของประชาชนที่ต้องการซื้อบ้านแต่ไม่มีความสามารถที่จะซื้อบ้านได้จริง เช่น การตรวจสอบข้อมูลจากการยื่นเสียภาษีประจำปี ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐมีการกำหนดเพดานความช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มคนที่ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าในกลุ่มนี้มีทั้งคนที่มีกำลังซื้อสูงและคนที่มีฐานรายได้ต่ำ ทำให้คนที่มีรายได้น้อยส่วนหนึ่งถูกปิดโอกาสที่จะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง