แสนสิริ เร่งเครื่อง Dynamic Growth เปิดแผนคอนโดมิเนียม เปิดใหม่ 15 โครงการ มูลค่า 20,400 ล้านบาท เร่งขยายพอร์ตคอนโดในเมืองและ Strategic Location ประเดิมโครงการใหม่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในขณะนี้คือ พีทีวาย เรสซิเดนซ์ สาย 1 (PTY Residence Sai 1) แฟลกชิพโครงการริมหาดพัทยา มูลค่า 3,200 ล้านบาท กับการจองที่ร้อนแรงที่สุดแห่งปี Foreigner Quota SOLD OUT รวมมูลค่ากว่า 1,850 ล้านบาท ความต้องการต่างชาติล้น กับบรรยากาศการจองที่ดุเดือดในรอบ 10 ปี ตอกย้ำถึงความต้องการคอนโดริมทะเลในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างพัทยา และความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริ รุกต่อ เติมเต็ม Backlog ระยะยาวครอบคลุมโลโคชั่นมาแรงในไตรมาสกแรก ได้แก่ ดีคอนโด คีรี, เดอะ เบส รัชดา 19, ดีคอนโด วิวิด รังสิต, เดอะ มูฟ ประดิพัทธ์, เดอะ เบส เชิงทะเล ภูเก็ต, ดีคอนโด แคมปัส ขอนแก่น และเวย์ โพธิสาร 2 พัทยา
นายองอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า จากแผนธุรกิจคอนโดมิเนียม เปิดใหม่ 15 โครงการ มูลค่า 20,400 ล้านบาท นั้น ในไตรมาสแรกปี 68 แสนสิริ ได้เปิดคอนโดมิเนียม 8 โครงการ (รวม PTY Residence Sai 1) แบ่งเป็นกรุงเทพฯ ได้แก่ ดีคอนโด คีรี คอนโดใหม่ สไตล์รีสอร์ท Fully Furnished พร้อมพื้นที่ส่วนกลางจัดเต็มกว่า 1.2 ไร่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.79 ล้านบาท, เดอะ เบส รัชดา 19 ใจกลางย่านรัชดา คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ และแยกตึกที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ เริ่มต้น 2.49 ล้านบาท, ดีคอนโด วิวิด รังสิต คอนโดใหม่ตรงข้าม ม.กรุงเทพ บนแสนสิริคอมมูนิตี้ ชูจุดเด่น Rental Yield ถึง 10% เริ่มเพียง 1.49 ล้านบาท พรีเซล 15 – 16 มี.ค. นี้, เดอะ มูฟ ประดิพัทธ์ แต่งครบ พร้อมอยู่ เริ่มเพียง 2 .69 ล้านบาท Grand Opening วันที่ 29 – 30 มี.ค.นี้ นอกจากนี้ แสนสิริยังเดินหน้าขยายการพัฒนาโครงการไปยังหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ เดอะ เบส เชิงทะเล Fully Furnished กวาดยอดขาย 70% ในวันพรีเซล เริ่ม 3.19 ล้านบาท, ดีคอนโด แคมปัส ขอนแก่น ทำเลสุดไพร์ม เพียง 2 นาทีถึง ม.ขอนแก่น และ รพ.ศรีนครินทร์ มาพร้อมคลับเฮาส์และส่วนกลางจัดเต็มเพื่อนักศึกษา ราคา 1.49 ล้านบาท และ เวย์ โพธิสาร 2 พัทยา Sold Out ไทยโควตาทันทีในวันพรีเซล

ตลาดอสังหาฯ พัทยาฟื้นตัวก้าวกระโดด
PTY Residence Sai 1: แฟลกชิพโครงการริมหาดพัทย

แสนสิริมั่นใจในความต้องการที่ต่อเนื่องจากชาวไทยและต่างชาติในทำเลพัทยา ซึ่งเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวต่างชาติรองจากกรุงเทพฯ โดยล่าสุดปี 2567 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 22-23 ล้านคน เติบโตจากช่วงก่อนโควิด เกือบ 60% โรงแรมในพัทยามีอัตราเข้าพักสูงถึง 85-90% ในปีที่ผ่านมา แบรนด์โรงแรมระดับโลกยังมีแผนทยอยเปิดตัวโรงแรมใหม่ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงอีก 3 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการที่พักอาศัยหรือบ้านพักตากอากาศโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในทำเลติดชายหาดหรือมีวิวชายหาดเพิ่มสูงขึ้น
ล่าสุดโครงการ PTY Residence Sai 1 เป็นความภาคภูมิใจของแสนสิริในฐานะหนึ่งในผลงานมาสเตอร์พีชในรอบ 10 ปี บนถนนเลียบหาดพัทยาสาย 1 (พัทยากลาง) เป็น Rare Item บนที่ดิน Freehold ผืนสุดท้ายที่หาไม่ได้อีกแล้ว จากความต้องการของชาวไทยและต่างชาติที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แสนสิริ จึงได้นำระบบ “Global Online Booking” แบบ Real-Time มาใช้สำหรับ Foreign Quota ที่เปิดจองพร้อมกันเรียลไทม์ทั่วโลกเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา ปรากกฏว่ามียอดจองเต็มโควตาตลาดต่างชาติ มูลค่า 1,850 ล้านบาท ในระยะเวลารวดเร็ว สะท้อนความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริและศักยภาพของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ
PTY Residence Sai 1 มีจุดเด่นเป็น ‘THE ONLY ONE’ หนึ่งเดียวที่ไม่มีใครเหมือน คอนโดมิเนียมบีชฟร้อนท์ Freehold มีเพียง 327 ยูนิต เพียงก้าวเดียวถึงชายหาด ตั้งอยู่บนถนนพัทยาสาย 1 ล้อมรอบด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ เพียง 3 นาทีถึง Walking Street, 5 นาทีถึงเซ็นทรัล พัทยา และแหลมบาลีฮาย ส่วนกลางครบครัน เปิดรับวิวพัทยารอบด้าน ทั้งวิวโค้งอ่าววงพระจันทร์และวิวฝั่งแหลมบาลีฮายแบบไร้สิ่งกีดขวาง พร้อมบริการ concierge service ราคา 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่ 6.99 ล้านบาท และ 2 ห้องนอน เริ่มต้น 19.9 – 30 ล้านบาท คุ้มค่าทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองหรือลงทุน และคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งโครงการของแสนสิริในทำเลพัทยา ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วต่อเนื่องจากโครงการแรกเมื่อ 10 ปีก่อน อาทิ โครงการบ้านปลายหาด พัทยา, เอดจ์ เซ็นทรัล พัทยา, เดอะ เบส พัทยากลาง และเวย์ โพธิสาร พัทยา 2 โครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว

แสนสิริ ได้เตรียมรอบพิเศษลูกค้าชาวไทยสามารถจองได้ในงาน Exclusive Presale วันที่ 29 – 30 มี.ค. นี้ ที่โรงแรม Hilton Pattaya พร้อมคัดสรรห้องสวย ชั้นสูง วิวทะเลเต็มตา และยูนิตสุดคุ้มค่า คาดว่าจะ SOLD OUT ทันทีในวันพรีเซล
โอกาสทองของผู้ซื้อ
ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเข้าสู่ช่วง “Buyer’s Market” อย่างชัดเจน หลายค่ายนำเสนอแคมเปญส่งเสริมการขายที่จูงใจมากขึ้น ทั้งส่วนลดและข้อเสนอฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ ยังมีทำเลใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ที่ยังมีราคาไม่สูงมาก แต่มีโอกาสเติบโตในอนาคต ในด้านการเงิน เงื่อนไขสินเชื่อมีความผ่อนคลายมากขึ้น ธนาคารต่างๆ ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้กับภาคครัวเรือนจึงนับได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งโอกาสสำหรับผู้ซื้อ อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อควรเลือกทำเลอย่างรอบคอบ วิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตในระยะยาว รวมถึงพิจารณาฐานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาโครงการแต่ละแบรนด์ประกอบการตัดสินใจด้วย





