ลลิล พร็อพเพอร์ตี้เดินหน้าขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์แนวราบในโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เปิดตัว “ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์(2)” มูลค่า1,200 ล้านบาท รองรับความต้องการที่เติบโตต่อเนื่องในย่านบางนา–เทพารักษ์ ภายใต้แนวคิด “Prestige Living” ยกระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัย สะท้อนทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นการการเติบโตของทำเลในระยะยาว

ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์(2) ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับ Prestige บนทำเลที่มีศักยภาพสูง ที่มุ่งสร้างบ้านที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตในทุกมิติ ทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และความคุ้มค่าในระยะยาว โดยมั่นใจว่าย่านบางนา-เทพารักษ์เป็นทำเลที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยสนับสนุนมูลค่าของที่อยู่อาศัยในอนาคต
ขณะที่ทำเลบางนา-เทพารักษ์ในปัจจุบันได้รับการยกระดับให้เป็น Strategic Growth Hub จากการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคม ทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีเหลือง และโครงการ LRT ในอนาคต รวมถึงถนนสายหลัก ทางด่วน และถนนวงแหวนที่เชื่อมโยงเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญได้อย่างสะดวก ขณะเดียวกันยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของสนามบินสุวรรณภูมิ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน และการเชื่อมโยงกับพื้นที่ EEC ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพทั้งในมิติของการอยู่อาศัยและการลงทุน

สำหรับโครงการลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา–เทพารักษ์(2) มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 34 ไร่ รวม 305 ยูนิต ออกแบบภายใต้แนวคิด Flexible Function Design ที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงเป็นหัวใจหลัก ผ่านการผสานดีไซน์สไตล์ฝรั่งเศส(French Colonial) เข้ากับฟังก์ชันการใช้งานจริงของครอบครัวยุคใหม่ โดยพัฒนาในรูปแบบโครงการผสมผสานที่รวมบ้านหลากหลายประเภทไว้ภายในพื้นที่เดียวกัน ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแนวคิดใหม่ และทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต พร้อมรักษาเอกภาพด้านดีไซน์และภาพลักษณ์ของโครงการในระดับ Prestige อย่างชัดเจน
พร้อมกันนี้ยังมีการผสานแนวคิด Smart Living ผ่านการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีและระบบต่างๆ อาทิ การรองรับ EV Charger ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ระบบระบายอากาศภายในบ้าน รวมถึงองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของเมืองและพฤติกรรมผู้บริโภคในอนาคต ด้วยการผสานระหว่างดีไซน์ ฟังก์ชัน และการวางแผนพื้นที่ใช้สอยอย่างรอบด้าน โครงการจึงสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างครบถ้วนในทุกมิติ พร้อมรองรับกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ First Home ไปจนถึงกลุ่ม Upgrader และครอบครัวที่มองหาที่อยู่อาศัยในทำเลศักยภาพ โดยอาศัยจุดแข็งจากการรวมกันของทำเล คุณภาพการพัฒนา และฟังก์ชันที่ออกแบบจากความเข้าใจผู้บริโภค ทำให้โครงการสามารถตอบรับกำลังซื้อในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้บริษัทเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของย่านบางนา-เทพารักษ์ และสะท้อนแนวคิดของบริษัทฯ ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่สร้างคุณค่าให้กับลูกค้าในระยะยาว ทั้งในด้านการอยู่อาศัยและศักยภาพของทำเล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภคในปัจจุบัน





