สิงห์ เอสเตทเตรียมจะเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ต่อประชาชนทั่วไป โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลตราสารหนี้ เพื่อเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยหุ้นกู้จะมีอายุ 3 ปี 3 เดือนคาดว่าอัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 4.60 – 4.80%ต่อปี คาดเสนอขายระหว่างวันที่ 29 – 30 มิถุนายนและ 1 กรกฎาคมนี้ อันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้อยู่ที่ BBB-

ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าหุ้นกู้ชุดใหม่ที่เตรียมเสนอขายในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุนอีกครั้ง สะท้อนจากความเชื่อมั่นและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยไตรมาสที่ 1ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 3,263 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากธุรกิจรายได้ประจำอย่างธุรกิจโรงแรมและอสังหาฯเพื่อการค้ากว่า 90% สะท้อนความต่อเนื่องของรายได้ กำไร และกระแสเงินสดที่มั่นคงของธุรกิจเหล่านี้
ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 148 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 โดยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 12 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการบริหารจัดการธุรกิจและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น
ทั้งนี้หุ้นกู้ชุดใหม่คาดว่าจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนในระหว่างวันที่ 29 – 30 มิถุนายน และ 1 กรกฎาคม 2569 ผ่าน 5 สถาบันการเงินชั้นนำทั่วประเทศ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย,ธนาคารกสิกรไทย,บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด,บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง และบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ โดยจะชำระดอกเบี้ยทุก3 เดือน กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท
สำหรับหุ้นกู้ชุดดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัททริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่ระดับ “BBB-” และแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือคงที่ ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือองค์กรอยู่ที่ระดับ “BBB” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ซึ่งเป็นระดับที่ลงทุนได้ หรือ Investment Grade โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงสินทรัพย์โรงแรมที่มีคุณภาพของบริษัท รวมถึงแบรนด์ธุรกิจที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นที่ยอมรับในตลาด และรายได้ประจำจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์





