รองนายกฯเอกนิติ ยืนยันพร้อมคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้คนที่โดนหลอกเป็นกรรมการ หรือถือหุ้นบริษัท ชี้งบประมาณไม่ใช่ปัญหา ต้องการช่วยเหลือคนไทยมากกว่า จ่อทำโครงการเพิ่มทักษะ ช่วยคนวัยทำงานอายุ 20-60 ปีที่ถือบัตรสวัสดิการฯ ให้ลืมตาอ้าปากได้
เอกนิติ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับการลงทะเบียนและการคัดเลือกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า ประเทศไทยไม่ได้มีการปรับปรุงข้อมูลของผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมากว่า 5 ปี การอัปเดทข้อมูลครั้งนี้ เพื่อต้องการที่จะช่วยคนที่จนจริงๆ ให้สามารถเข้าสู่ระบบสวัสดิการและการคัดกรอง โดยสามารถนำคนใหม่เข้าสู่ระบบได้ 2.3 ล้านคน โดยคนที่เคยมีสิทธิแต่หายไปหรือคนที่อาจจะไม่ได้รับสิทธินั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักเกณฑ์ในการคัดกรองแต่ปัญหาอยู่ที่ข้อมูลของภาครัฐในบางส่วนที่อาจจะไม่ได้อัปเดทเท่าที่ควร และข้อดีของการคัดกรองครั้งนี้ ยังช่วยให้คนที่ถูกหลอกเอาชื่อไปใช้เป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการบริษัท ได้รู้ตัวและมีการแก้ไข
ผมมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักเกณฑ์ แต่อยู่ที่ข้อมูลที่อาจจะไม่สมบูรณ์ หรือไม่ได้อัปเดทเท่าที่ควร ทั้งในส่วนของการถือสินทรัพย์ของผู้ขอรับสิทธิและอื่นๆ แต่ถ้าคิดอีกอย่างหากไม่มีการสำรวจใหม่ก็จะไม่ทราบว่าข้อมูลของประเทศเป็นอย่างไร และไม่ได้มีการแก้ไข คนที่ถูกหลอกให้จดทะเบียนหรืออื่นๆอาจจะมากกว่านี้ ทำให้เห็นคนไปแจ้งความจำนวนมาก กรณีนี้หากพิสูจน์ได้ว่าถูกหลอกจริง ภาครัฐจะต้องช่วยเหลือและคืนสิทธิให้
โดยผลการสำรวจผู้ที่ได้รับสิทธิใหม่ครั้งนี้ ยังช่วยให้รัฐบาลได้เห็นข้อมูลด้วยว่า จากคนที่ได้รับสิทธิกว่า 9 ล้านคน มีคนที่อยู่ในวัยทำงานคืที่อยู่ในช่วงอายุ 20-60 ปีมีมากกว่า 5 ล้านคน จุดนี้้ต้องได้รับการแก้ไข เพราะรัฐบาลจะให้คนมีเงินไม่ถึง 100,000 บาทต่อปีต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ได้ รัฐบาลจะต้องใช้ข้อมูลส่วนนี้ออกมาตรการในการจัดหางาน หรือเพิ่มทักษะแรงงานให้คนเหล่านี้สามารถที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อไป
ทั้งนี้หลังจากการสำรวจและลงทะเบียนผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ในครั้งนี้สิทธิจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงไม่ได้มีปัญหาในการจัดสรรงบประมาณ แต่ภาครัฐต้องการที่จะช่วยคนที่ไม่มีอะไรเลยให้ได้ตรงกลุ่ม ตรงจุดจริงๆ เพราะหากพิจารณาจากงบประมาณปีหนึ่งที่ใช้กวา 70,000 ล้านบาทอยู่แล้ว 5 ปีที่ผ่านมาก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อย และนอกจากนั้นในส่วนของคนที่ไม่ได้มีบัตรสวัสดิการไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไม่ช่วย แต่มีความช่วยเหลือให้กับกลุ่มอื่นๆทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ และอื่นๆ เพราะรัฐบาลต้องการช่วยเหลือคนทุกกลุ่มอยู่แล้ว





