การเป็นเจ้าของบ้านในกรุงเทพฯ อาจไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันอีกต่อไป เมื่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินหน้าผนึกกำลัง สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปลี่ยนโจทย์การบริหารเมืองให้เป็น “เมืองแห่งโอกาสและความหวัง” ผ่านการต่อยอดแพลตฟอร์ม BKK Housing Matching Platform ขยายผลจากกลุ่มข้าราชการและบุคลากร กทม. สู่ประชาชนทั่วไป คนทำงาน และคนรุ่นใหม่ เพื่อช่วยให้ทุกคนได้เจอ “บ้านใกล้งาน” ในราคาและทำเลที่จับต้องได้
กทม. ยกระดับ BKK Housing Matching Platform เชื่อมดีมานด์-ซัพพลาย

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า กทม. มุ่งแก้โจทย์คุณภาพชีวิตด้วยการช่วยให้คนทำงานได้อยู่ใกล้สถานที่ทำงาน ลดภาระค่าเดินทางและเวลาบนท้องถนน โดยผลตอบรับจาก BKK Housing Expo ครั้งที่ 1 และตัวเลขบนแพลตฟอร์ม (ข้อมูล ณ 2 ก.ย. 2569) มีผู้ใช้งานสะสม 3,915 ราย มีโครงการเข้าร่วม 289 โครงการ จาก 50 บริษัท และเกิดยอดจองแล้ว 65 ยูนิต โดยแบ่งเป็นยอดจองบ้าน 37 ยูนิต โอนกรรมสิทธิ์แล้ว 3 ยูนิต และเป็นยอดจองคอนโด 21 ยูนิต อยู่ในระหว่างเซ็นสัญญา 2 ยูนิต โอนกรรมสิทธิ์แล้ว 2 ยูนิต ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 455 ราย มีสัดส่วนความต้องการซื้อ 74% ราว 336 ราย สนใจเช่า 22% จำนวน 99 ราย และเช่าซื้อ 1% ประมาณ 6 ราย ทำเลที่มีความต้องการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เขตจตุจักร เขตบางซื่อ และเขตปทุมวัน ขณะที่รายได้โดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 46,203 บาทต่อเดือน เป็นผู้มีรายได้ที่อยู่ในช่วง 25,000 – 300,000 บาทต่อเดือน
ปลดล็อก 3 ปัญหาคนอยากมีบ้าน ด้วยวิธีคิด “เช่า–ออม”
สิ่งสำคัญที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทางการเงินของคนยุคนี้ คือ การนำเสนอโมเดล “เช่า–ออม” ซึ่ง ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ (ดร.ยุ้ย) แห่งเสนาดีเวลลอปเม้นท์ ถ่ายทอดแนวคิดการแก้ปัญหาทางการเงิน 3 ด้านหลัก ที่ทำให้คนกู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน สู่การแก้ปัญหาทางเครดิตและขอสินเชื่อธนาคาร
Bad Confidence สำหรับคนที่ลังเลว่าพร้อมผูกพันระยะยาว 30 ปีกับสินเชื่อบ้านหรือยัง โมเดลนี้เปิดโอกาสให้ “ลองอยู่ดูก่อน” โดยค่าเช่าในแต่ละเดือนจะไม่สูญเปล่า แต่จะถูกสะสมเป็นเงินออมเพื่อนำไปหักลบออกจากราคาบ้านในอนาคต
Bad Income การเช่าออมสะสมต่อเนื่อง เช่น ระยะเวลา 3 ปี จะช่วยทยอยตัดลดราคาบ้านลง ทำให้ยอดกู้ในอนาคตลดลงจนสอดคล้องกับฐานรายได้และเกณฑ์อนุมัติของธนาคาร
Bad Credit ระยะเวลาในการเช่าออม 3 ปี เป็นช่วงเวลาที่พอดีสำหรับการปรับปรุงและแก้ไขประวัติเครดิตบูโร ให้ผู้ซื้อเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อกู้จริงได้อย่างมั่นใจ
สมาคมอสังหาฯ ดันโมเดล “เช่า-ออม” BKK Housing Matching แก้เกมตลาดซบ ช่วยคนอยากมีบ้าน-ระบายสต๊อก

พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ แม้จะมีบ้านระดับกลางที่ยังมีอุปสงค์ แต่นักเก็งกำไรและผู้ซื้อจริงกลับประสบปัญหาไม่สามารถโอนได้ เนื่องจากสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่ออย่างมาก การจัดงานมหกรรมที่อยู่อาศัยร่วมกับ กทม. จึงไม่ได้เป็นเพียงการโละสต็อกอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ แต่คือการ “จับคู่” Demand และ Supply ให้มาเจอกัน เพื่อช่วยเกลี่ยสินค้าคงค้างของผู้ประกอบการที่แบกรับภาระดอกเบี้ยและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้สามารถหมุนเวียนสภาพคล่อง และเตรียมความพร้อมไปสู่การพัฒนาโครงการใหม่ๆ
โครงการนี้เป็นเพียงก้าวแรก โดยปัจจุบันได้มีการดึงนวัตกรรมทางการเงินอย่าง “เช่าออม” เข้ามาช่วยตอบโจทย์ผู้ซื้อระดับราคา 1-2 ล้านบาท ที่ยังไม่พร้อมกู้สินเชื่อบ้านระยะยาว ให้สามารถเริ่มต้นจากการเช่าและสะสมเป็นเงินออมเพื่อซื้อบ้านในอนาคตได้ ซึ่งถือเป็นทางรอดสำคัญของตลาดในภาวะปัจจุบัน ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดของการจัดงานมหกรรมในครั้งนี้ คือการรวบรวมข้อมูลและฐานข้อมูล (Database) ส่งต่อให้แก่กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ วางแผน ออกกฎหมาย หรือจัดทำแพ็กเกจสนับสนุน (Subsidize) ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย นำไปสู่การใช้ประโยชน์จากที่ดินว่างเปล่าของภาครัฐ และสร้างความร่วมมือระหว่าง กทม. กับ Developer ในการพัฒนาบ้านราคาจับต้องได้สำหรับคนรายได้น้อย
การเคหะฯ หนุน กทม.-เอกชน รุกตลาดที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ชูแนวคิด Collab ภาครัฐ-เอกชน ปลดล็อกปัญหา Overstock ในกรุงเทพฯ
การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ขานรับความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและภาคเอกชนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ชี้เป็นนิมิตหมายที่ดีในการผนึกกำลังดูแลประชาชน พร้อมเสนอแนวคิดการร่วมมือ (Collaboration) และการลงทุนแบบ PPP ในอนาคต เพื่อวางแผนพัฒนาโครงการร่วมกันอย่างเป็นระบบ ลดปัญหาที่อยู่อาศัยล้นตลาด (Overstock) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มองว่าเป็นโอกาสอันดีที่ภาคเอกชนและ กทม. หันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางมากขึ้น ซึ่งในส่วนของโมเดล “เช่า-ออม” นั้น ทางการเคหะแห่งชาติได้ดำเนินงานล่วงหน้ามากว่า 20 ปีแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีศักยภาพในการกู้สินเชื่อบ้านระยะยาว ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาที่จับต้องได้
ขณะเดียวกัน การเคหะฯ ในฐานะรัฐวิสาหกิจ ยังได้รับการสนับสนุนให้บริหารจัดการองค์กรและแสวงหารายได้เพื่อถ่วงดุลภาระต้นทุนดอกเบี้ยกู้ยืม ซึ่งปัจจุบันต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยสูงถึงวันละเกือบ 1-2 ล้านบาท (หรือปีละกว่า 700 ล้านบาท) จึงได้มีการพัฒนาโครงการสำหรับกลุ่มคนชั้นกลาง เช่น โครงการประชานิเวศน์ เพื่อนำรายได้มาจุนเจือการดำเนินงาน โดยเตรียมขนทัพที่อยู่อาศัยเข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์นี้
สำหรับทิศทางการพัฒนาโครงการในอนาคต การเคหะฯ มีที่อยู่อาศัยรองรับทั้งข้าราชการและผู้มีรายได้น้อยอีกกว่า 2,000 หน่วย ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล (ปทุมธานี, นครปฐม, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และนนทบุรี) รวมถึงโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ซึ่งมีแผนเตรียมสร้างอาคารสูงเพิ่มอีก 12,000 ห้อง เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมและผู้เช่ารายใหม่ อย่างไรก็ตาม จากสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันที่มีปริมาณห้องชุดคงค้างจำนวนมาก โดยเฉพาะตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่มีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ไม่ถึง 20% การเคหะฯ จึงมองว่าภาคอสังหาริมทรัพย์และหน่วยงานอนุมัติอนุญาตของ กทม. จำเป็นต้องหันหน้ามาวางแผนพัฒนาร่วมกัน เพื่อให้การเติบโตของเมืองสอดคล้องกันทุกมิติ มีแนวคิดให้เกิดการ Collab ระหว่าง กทม, การเคหะฯ และ Developer เอกชน ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและการแบกรับสต็อกของผู้ประกอบการทุกภาคส่วน โดยร่วมวางแผนพัฒนาโครงการให้สอดรับกับความต้องการจริงของประชาชนในแต่ละพื้นที่

BKK Housing Expo ครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย–ญี่ปุ่น) เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเลือกชมโครงการที่อยู่อาศัยจากผู้ประ กอบการที่เข้าร่วม พร้อมรับข้อมูลด้านสินเชื่อ การวางแผนทางการเงิน และทางเลือก “เช่า–ออม” เพื่อค้นหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับทำเล งบประมาณ และความพร้อมของตนเอง ตอกย้ำแนวคิด “บ้านใกล้งาน” และการสร้างโอกาสให้คนเมืองเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้อย่างเป็นรูปธรรม





