LPN และ LPP เร่งฟื้นฟูโครงการหลังน้ำลด คืนความพร้อมสู่ภาวะปกติ

LPN และ LPP ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทีมบริหารโครงการลงพื้นที่ดูแลลูกค้าและพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมเปิด War Room24 ชั่วโมง ตั้งแต่เกิดเหตุ เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล ประเมินความเสี่ยง ประสานทีมเข้าช่วยเหลือ ในโครงการภายใต้การดูแลจำนวน 290 โครงการ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทุกคนเป็นอันดับแรก

การรับมือสถานการณ์อย่างเป็นระบบ

– จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามและสื่อสารกับลูกค้าแต่ละโครงการและพนักงาน พร้อมบริหารอัตรากำลังทีมงานให้เหมาะสมกับการเข้าช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่

– แบ่งระดับการช่วยเหลือโดยแยกเป็น 4 ระดับ เพื่อวางแนวทางการจัดการที่เหมาะสม ได้แก่

  • ระดับสีแดงเข้ม : น้ำเข้าพื้นที่ส่วนกลาง และลิฟต์ ติดตั้งปั๊มสูบน้ำเพิ่มในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ กรณีกระทบระบบไฟฟ้า หรือประปา อาจมีการตัดการจ่ายไฟ หรือน้ำในอาคาร เพื่อความปลอดภัย โดยนิติฯ จะแจ้งล่วงหน้า
  • ระดับสีแดง : น้ำเข้าโครงการ แต่ส่วนกลางและห้องเครื่องใช้งานได้ปกติ ติดตั้งปั๊มเพิ่มที่ประตูระบายน้ำเพื่อเร่งระบาย และวางกระสอบทรายกั้นแนวห้องเครื่อง และห้องส่วนกลาง
  • ระดับสีเหลือง : เฝ้าระวัง ยังไม่ได้รับผลกระทบ เฝ้าระวังและเตรียมปั๊มสูบน้ำไว้ที่ประตูระบายน้ำพร้อมใช้งานทันที
  • ระดับสีเขียว : สถานการณ์ปกติ นิติบุคคลเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จะแจ้งให้ทราบทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์
  • เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าดูด รวมถึงสัตว์มีพิษ

มาตรการเข้าช่วยเหลือ

– เสริมแนวกั้นน้ำในจุดเสี่ยงด้วยสมาร์ทบอร์ดและกระสอบทรายกว่า 10,000 กระสอบ

– ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และติดตามระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันพื้นที่สำคัญและระบบสาธารณูปโภค อาทิ ห้องเครื่อง ระบบน้ำ และระบบไฟฟ้า

– จัดรถและเรือสำหรับเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ที่มีระดับน้ำสูงเพื่ออพยพ – เคลื่อนย้ายผู้ป่วย – ส่งอาหาร

– เตรียมพื้นที่พักพิงหรือห้องพักชั่วคราวในกรณีฉุกเฉิน อำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือลูกค้า – พนักงาน อย่างต่อเนื่อง

– จัดส่งถุงยังชีพ และสิ่งของจำเป็นให้แก่ลูกค้า และพนักงานที่ได้รับผลกระทบ

– สำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบ บริษัทฯ เปิดช่องทางให้แจ้งข้อมูลและขอรับความช่วยเหลือ ปรับรูปแบบการทำงานเป็น WFH สำหรับพนักงานที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดผลกระทบจากสถานการณ์

– มอบเงินช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบ 3,000 บาทต่อราย พร้อมวงเงินกู้เพื่อการซ่อมแซมบ้านพักอาศัยหลังน้ำลด

– จัดเตรียมทีมงานแต่ละส่วน ทั้งทีมก่อสร้างจาก LPN, นิติบุคคลจาก LPP, แม่บ้านจาก LPC รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจาก LSS ให้ความช่วยเหลือ

แนวทางการฟื้นฟูหลังน้ำลด

– ทีมงาน LPS ตรวจสอบพื้นที่และระบบสำคัญ ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ ระบบลิฟต์ ห้องเครื่อง และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ระบบระบายน้ำ ท่อ รางน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการอุดตัน ก่อนทยอยเปิดใช้งานตามความพร้อมของแต่ละโครงการ

– ทีมงาน LPC จัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อดำเนินการ Big Cleaning เพื่อเร่งคืนพื้นที่ให้แก่ลูกค้า “สะอาด–ปลอดภัย–พร้อมใช้งาน”

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กลุ่มบริษัท LPN สามารถบริหารจัดการและเข้าดูแลช่วยเหลือโครงการที่ได้รับผลกระทบได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบัน โครงการส่วนใหญ่สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่โครงการที่ยังคงได้รับผลกระทบ บริษัทฯ ยังคงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมอุปกรณ์และทรัพยากรที่จำเป็นเข้าดูแลและเร่งฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง

LPN และ LPP ยังคงติดตามสถานการณ์ในหลายโครงการและพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็นอย่างเต็มกำลัง เพื่อดูแลทั้ง เพื่อนบ้าน ชุมชน และพนักงานของเรา ให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปอย่างปลอดภัย เพราะเราเชื่อว่า การดูแลที่ดีไม่ใช่แค่ในวันที่ทุกอย่างปกติ แต่คือการอยู่เคียงข้างกันในวันที่ต้องการความช่วยเหลือที่สุด

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ จับมือ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง