จระเข้ คอร์ปอเรชั่น ช่วยเหลือประชาชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง ด้วยการมอบสิ่งของจำเป็น และน้ำสะอาด จำนวน 4,000 ขวด พร้อมต่อยอดสู่ภารกิจหลังน้ำลด ด้วยการแนะนำและให้คำปรึกษาผ่าน “JORAKAY EXPERT Home Clinic น้ำลด…บ้านต้องรอด ให้จระเข้ช่วยดูแล” ไลฟ์บนเฟซบุ๊คต่อเนื่อง โดยผู้เชี่ยวชาญจากทีม “JORAKAY EXPERT” ในการประเมินความเสียหายและแนวทางการฟื้นฟูบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมมอบส่วนลดผลิตภัณฑ์ “ซ่อมบ้านเร่งด่วน” กว่า 30 รายการ

ดร. จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงที่ประชาชนได้รับผลกระทบเร่งด่วน บริษัทฯ ได้ส่งมอบสิ่งของจำเป็นและน้ำดื่มสะอาด ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อระดับน้ำลดลง อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือ “คืนสภาพบ้านให้ใกล้เคียงเดิมก่อนเกิดอุทกภัย” เนื่องจากความเสียหายบางส่วนอาจไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกทันที ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า ผนัง พื้น ประตู หน้าต่าง ทั้งพื้นที่ภายในบ้านไปจนถึงภายนอกบ้านที่ได้รับความชื้นเป็นเวลานาน จระเข้จึงนำความเชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้าง ซ่อมแซม และวัสดุก่อสร้าง เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม
นอกจากนี้ จระเข้ ยังเตรียมมอบส่วนลดผลิตภัณฑ์ “ซ่อมบ้านเร่งด่วน” ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อาทิ น้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดทั่วไป, น้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดร่องยาแนว และน้ำยาจระเข้ ขจัดตะไคร้น้ำ ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ซ่อมแซมฟื้นฟูหลังน้ำลด อาทิ กาวซีเมนต์ จระเข้ทอง สำหรับงานซ่อมแซม, กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส, จระเข้ รีแพร์ มอร์ต้า, จระเข้ ฟลอร์ สมูท แพทซ์, จระเข้ โพลี-ยู ซีล, จระเข้ ซิลิโคน ซีล เอ็น พลัส และจระเข้ แอดฮีซีพ เนล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ป้องกันเพื่อเตรียมพร้อมรับฝนครั้งต่อไป อาทิ จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์, จระเข้ อีโคชิลด์, จระเข้ รูฟ ชิลด์ และจระเข้ ไฟเบอร์ เมช 8×8 เป็นต้น สำหรับช่วยแก้ไขและฟื้นฟูปัญหาที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถเลือกแนวทางและวัสดุซ่อมแซมได้อย่างเหมาะสมกับสภาพความเสียหายจริง

สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบและกำลังเริ่มฟื้นฟูบ้านหลังระดับน้ำลด ควรตรวจสอบความปลอดภัยของตัวบ้านและระบบต่างๆ เบื้องต้น ก่อนลงมือทำความสะอาดหรือลงมือซ่อมแซมบ้าน ซึ่งควรเริ่มต้นจาก 6 จุดสำคัญ ได้แก่
- ถ่ายภาพความเสียหายไว้ก่อน หากต้องเคลมประกัน ควรบันทึกภาพหรือวิดีโอสภาพบ้านและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายให้ครบถ้วน ก่อนเคลื่อนย้าย ทำความสะอาด หรือซ่อมแซม พร้อมเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบขั้นตอนการเคลมกับบริษัทประกันภัยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
- เช็กระบบไฟฟ้าก่อนเปิดใช้งาน หากพบรอยน้ำท่วมขังถึงปลั๊ก สวิตช์ ตู้ไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ควรเปิดใช้งานเอง ควรให้ช่างไฟฟ้าหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อน
- สำรวจความผิดปกติของตัวบ้าน ตรวจหารอยแตกร้าว การทรุดตัว ผนังหรือพื้นผิดรูป รวมถึงประตูและหน้าต่างที่เปิด-ปิดผิดปกติ หากพบความเสียหายที่อาจเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนเข้าใช้งาน
- ตรวจผนังและพื้นก่อนซ่อม พื้นผิวที่ผ่านการแช่น้ำอาจมีความชื้นสะสม จึงควรปล่อยให้แห้งและตรวจสอบสภาพวัสดุเดิมก่อนฉาบ ทาสี ปูกระเบื้อง หรือซ่อมผิวใหม่
- ตรวจเช็คและระวังเชื้อราและสิ่งปนเปื้อน เปิดพื้นที่ให้อากาศถ่ายเท สวมอุปกรณ์ป้องกันขณะทำความสะอาด และกำจัดวัสดุที่เสียหายหรือปนเปื้อนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่อับชื้น
- ซ่อมตามลำดับหรือคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ควรแก้ต้นเหตุและตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นที่แห้งและปลอดภัยก่อนเริ่มงานตกแต่ง เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำในระยะยาว
ในกรณีที่บ้านมีรอยแตกร้าวรุนแรง การทรุด เอียง หรือความเสียหายที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ควรงดเข้าใช้งานพื้นที่และให้ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบก่อนเพื่อความปลอดภัย



