แอสเสท เวิรด์ คอร์ปผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ร่วมขับเคลื่อน Chiang Mai Tram by Lannatique ส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งที่เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เปิดตัวรถแทรมไฟฟ้าพลังงานสะอาดสายแรกของประเทศไทย ครอบคลุม 15 สถานี เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม ระบบคมนาคม และชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน พร้อมขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเชียงใหม่
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองเชียงใหม่กับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตร และชุมชนท้องถิ่น เพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมล้านนา วิถีชีวิตของผู้คน และความงดงามของธรรมชาติ และร่วมสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับประเทศ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และชุมชนในระยะยาว ภายใต้แนวทาง AWC Sustainable & Cultural Journey ที่บริษัทร่วมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองผ่านการลงทุนและพัฒนาโครงการที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว โดยยึดแนวคิด Social Enterprise เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าแก่ผู้มาเยือน และส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น
ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ Chiang Mai Tram by Lannatique รถแทรมไฟฟ้าพลังงานสะอาดสายแรกของประเทศไทย ที่เปิดให้บริการในเมืองเชียงใหม่จำนวน 15 สถานีเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเชียงใหม่ โดยได้รับการออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ล้านนาในมิติร่วมสมัย พร้อมเชื่อมต่อสถานที่สำคัญรอบคูเมืองเชียงใหม่ สนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างโอกาสในการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่น

โดยกรอบความร่วมมือดังกล่าวกำหนดประเด็นความร่วมมือสำคัญ 5 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองเชียงใหม่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่เมืองอย่างบูรณาการ การเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและการเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยี การส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอดจนการสืบสานและต่อยอดอัตลักษณ์ล้านนา ศิลปะ และวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนให้แก่เมืองเชียงใหม่ในระยะยาว
พิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง เทคโนโลยี และการอนุรักษ์อัตลักษณ์ล้านนา ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่พร้อมประสานและสนับสนุน ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันเชียงใหม่สู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์และจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติอย่างยั่งยืนและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนชาวเชียงใหม่





