จับตา Sport Complex คลื่นลงทุนใหม่อสังหาฯ ไทย รับเศรษฐกิจกีฬาเติบโต 2.38 แสนล้านบาท

รายงานจาก ซาวิลส์ (ประเทศไทย) พบว่า การเติบโตของตลาดกีฬาในประเทศไทยสอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลก โดย World Economic Forum ร่วมกับ Oliver Wyman ประเมินว่าเศรษฐกิจกีฬาทั่วโลก (Global Sports Economy) จะมีมูลค่าประมาณ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจจากภาคกีฬาสูงถึง 238,782 ล้านบาทในปี 2568 คิดเป็น 1.26% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายของประชากรไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนประชากรที่เข้าร่วมกิจกรรมทางกายเพิ่มจาก 87.26% ในปี 2567 เป็น 91.7% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภคที่มีค่าใช้จ่ายด้านกีฬาสูงยังครอบคลุมหลายช่วงวัย ตั้งแต่วัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุ สะท้อนถึงฐานตลาดที่กว้างขึ้นและโอกาสในการพัฒนาธุรกิจด้านกีฬาและสุขภาพในระยะยาว

แนวโน้มดังกล่าวกำลังส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยกีฬาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างจุดขายและเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักลงทุนให้ความสนใจพัฒนา Sport Complex และ Sports & Wellness Facilities มากขึ้น ทั้งรูปแบบสปอร์ตคลับแบบสมาชิกและศูนย์กีฬาที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป โดยซาวิลส์พบว่า ปัจจุบันมีโครงการ Sport Complex และโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ผสานองค์ประกอบด้านกีฬาใน Pipeline ซึ่งเปิดเผยมูลค่าการลงทุนแล้วรวมกว่า 10,000 ล้านบาท และยังมีโครงการอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างแผนการพัฒนาเพิ่มเติม สะท้อนความสนใจและโอกาสการเติบโตของตลาดนี้

อุตสาหกรรมกีฬาของประเทศไทยสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศจากภาคกีฬาณ สิ้นปี 2568

ที่มา: กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ , ซาวิลส์ (ประเทศไทย)

สรัลธร นทีธนสาร นักวิเคราะห์ ฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา ซาวิลส์ (ประเทศไทย) พบว่า อุตสาหกรรมกีฬาของไทยมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยในปี 2568 สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจากภาคกีฬา (Sports Industry Gross Domestic Product: SGDP) สูงถึง 238,782 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมกีฬาที่เติบโตต่อเนื่องหลังผ่านช่วงชะลอตัวในปี 2563–2564 ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬา ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกิจกรรมการแข่งขันหรือการออกกำลังกาย แต่ยังครอบคลุมธุรกิจหลากหลายประเภท ตั้งแต่อุปกรณ์กีฬา สถานออกกำลังกายและสนามกีฬา อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว และการเดินทางเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา

จากข้อมูลของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (National Sports Development Fund: NSDF) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจดังกล่าวแบ่งเป็นมูลค่าทางตรง (Direct Contribution) ประมาณ 176,000 ล้านบาท และมูลค่าทางอ้อม (Indirect Contribution) ประมาณ 62,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมกีฬาในวงกว้าง และบทบาทในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า กีฬาได้ก้าวข้ามบทบาทจากกิจกรรมเพื่อสุขภาพและนันทนาการ สู่การเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ กระตุ้นการบริโภค และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ การออกกำลังกาย และไลฟ์สไตล์เชิงกีฬาเพิ่มมากขึ้น

สัดส่วนประชากรไทยที่เข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกายหรือกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ณ สิ้นครึ่งแรก ปี 2569

ที่มา: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , ซาวิลส์ (ประเทศไทย)

ซาวิลส์ (ประเทศไทย) พบว่า พฤติกรรมการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ของประชากรไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงกระแสการให้ความสำคัญกับสุขภาพและการดูแลคุณภาพชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยจากผลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง พบว่าสัดส่วนประชากรที่เข้าร่วมกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นจาก 87.26% ในปี 2567 เป็น 89.7% ในปี 2568 และขยับขึ้นเป็น 91.7% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 หรือเพิ่มขึ้น 4.44 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี ขณะที่สัดส่วนประชากรที่ไม่ได้ออกกำลังกายลดลงเหลือเพียง 8.3% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จาก 12.47% ในปี 2567

จากแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ และการใช้เวลาว่างเพื่อกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาวะมากขึ้น โดยกิจกรรมทางกายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายในสถานที่เฉพาะเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเดิน การวิ่ง การปั่นจักรยาน และกิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนสเซ็นเตอร์ สนามกีฬา สระว่ายน้ำ ลู่วิ่ง พื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ ตลอดจนพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งภายในโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการ Mixed-use ซึ่งมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทสำคัญในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวยังสะท้อนโอกาสของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในการพัฒนาพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาและสุขภาพให้มีความหลากหลายและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่สามารถผสมผสานการอยู่อาศัย การพักผ่อน การออกกำลังกาย และกิจกรรมเพื่อสุขภาพเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและสร้างความแตกต่างให้กับโครงการแล้ว ยังสามารถยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตและเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวได้อีกด้วย

พฤติกรรมการใช้จ่ายด้านกีฬายังแสดงให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มผู้บริโภคหลายช่วงวัย

ที่มา: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , ซาวิลส์ (ประเทศไทย)

นอกจากนี้ ซาวิลส์ (ประเทศไทย) พบว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายด้านกีฬาของประชากรไทยสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจจากกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายช่วงวัย โดยกลุ่มอายุ 30–39 ปี เป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายด้านกีฬาต่อคนสูงที่สุด เฉลี่ยประมาณ 7,700 บาทต่อคน รองลงมาคือกลุ่มอายุ 40–49 ปี อยู่ที่ประมาณ 7,600 บาทต่อคน ขณะที่กลุ่มอายุ 60–69 ปี มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 7,300 บาทต่อคน ซึ่งถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับกลุ่มวัยทำงานอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดกีฬาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือผู้ที่อยู่ในวัยทำงานเท่านั้น แต่ยังมีฐานผู้บริโภคที่ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มวัยทำงาน ครอบครัว ไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความต้องการและรูปแบบการใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ทั้งด้านการออกกำลังกาย การเล่นกีฬาเพื่อความบันเทิง การดูแลสุขภาพ และกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต

แนวโน้มนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการ Sport Complex และ Sports & Wellness Facilities ในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น โดยสามารถผสมผสานกิจกรรมกีฬาและบริการด้านสุขภาพให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนส สนามกีฬา สระว่ายน้ำ ศูนย์ฝึกสอนกีฬา พื้นที่กิจกรรมสำหรับครอบครัว ตลอดจนบริการด้าน Wellness และการฟื้นฟูสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้า เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากหลายกลุ่มตลาด และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

กระแสความนิยมด้านกีฬาและการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้นเริ่มดึงดูดความสนใจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักลงทุน โดยพบว่ามีนักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาศึกษาการลงทุนในธุรกิจ Sport Complex โดยเฉพาะพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งแต่ละโครงการคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 100–300 ล้านบาท ขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศก็เริ่มขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดนี้มากขึ้น

ปัจจุบันโครงการ Sport Complex สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

1. สปอร์ตคลับแบบสมาชิก (Exclusive Membership Clubs)

เน้นกลุ่มลูกค้าระดับบนและครอบครัว โดยผสมผสานกิจกรรมกีฬาเข้ากับไลฟ์สไตล์และบริการด้านสุขภาพ ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ Eden Country Club บนพื้นที่ 24 ไร่ บริเวณถนนบางนา–ตราด มูลค่าการลงทุนประมาณ 2,400 ล้านบาท ประกอบด้วยสนามเทนนิส พาเดล ศูนย์กีฬาแร็กเก็ต สระว่ายน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ ตั้งเป้าเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2571 อีกหนึ่งโครงการคือ Reignwood Park ซึ่งพัฒนา Reignwood Sports and Performance Center ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,400 ล้านบาท โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการขนาดใหญ่ที่ผสานสนามกอล์ฟระดับเอ็กซ์คลูซีฟ Robinswood Golf Club ที่พักอาศัย และโรงเรียนนานาชาติเข้าด้วยกัน

2. สปอร์ตคอมเพล็กซ์ที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป (Public-access Complexes)

เน้นการเข้าถึงลูกค้าหลากหลายกลุ่มผ่านการจองสนามและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกส่วนตัว ตัวอย่าง ได้แก่ The O2 Bangkok บริเวณบางอ้อ ใกล้ MRT เป็นอาคารกีฬา 4 ชั้น พื้นที่ประมาณ 10,200 ตารางเมตร มูลค่าลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท ประกอบด้วยสนามแบดมินตัน บาสเกตบอล ฟุตบอล 5 คน ฟิตเนส และพื้นที่ฟื้นฟูร่างกายขณะที่ Sterling Sport and Wellness ย่านสุขุมวิท 24 รวบรวมสนามเทนนิส พาเดล และพิคเคิลบอล พร้อมสตูดิโอออกกำลังกายและบริการกายภาพบำบัด ส่วน Theá Sports Club มีแผนพัฒนาในย่านพรานนก–กาญจนาภิเษก สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจไปยังพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก

นอกจากนี้ ยังมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้ามาลงทุนมากขึ้น อาทิ พราว เรียลเอสเตท ซึ่งมีแผนพัฒนาที่ดินเดิมของบิ๊กซี บางใหญ่ ขนาดกว่า 27 ไร่ เป็นโครงการ Mixed-use ประกอบด้วย Arena, Sport Club และ Sport Complex เพื่อรองรับตลาด Sport Tourism & Wellness ขณะที่ K.E. Group ผู้พัฒนา Crystal Sports ย่านเลียบด่วนรามอินทรา มีแผนพัฒนาคอมมูนิตี้เทนนิสระดับเวิลด์คลาส ประกอบด้วยสนามเทนนิสในร่ม 9 คอร์ต เพื่อยกระดับกีฬาเทนนิสสู่ Premium Lifestyle

Sport Complex กำลังกลายเป็นองค์ประกอบใหม่ของอสังหาริมทรัพย์

นอกเหนือจากโครงการเฉพาะทางแล้ว ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังเริ่มนำกิจกรรมกีฬามาเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการที่อยู่อาศัยและศูนย์การค้า เพื่อเพิ่มความแตกต่าง ดึงดูดผู้ใช้งาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ ในกลุ่มที่อยู่อาศัย Sansiri กำลังพัฒนา S QUARTER บนพื้นที่ 24 ไร่ ในย่านกรุงเทพกรีฑา ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท ประกอบด้วยสนามฟุตบอล เทนนิส พาเดล และพิคเคิลบอล สตูดิโอกิจกรรม และคาเฟ่ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2569 ส่วนธุรกิจค้าปลีก Talent Sport Academy ณ The Walk ราชพฤกษ์ ซึ่งได้รับการลงทุนจาก Index Living Mall ประมาณ 80–100 ล้านบาท พัฒนาบนอาคารกีฬา 2 หลัง พื้นที่รวมประมาณ 7,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยสนามเทนนิส พิคเคิลบอล และบาสเกตบอล โดยมุ่งเน้นกลุ่มครอบครัวและนักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติในบริเวณใกล้เคียง การนำกีฬามาผนวกกับอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ยังเป็นกลยุทธ์ในการสร้าง Traffic เพิ่มระยะเวลาการใช้บริการ และขยายฐานลูกค้าให้กับโครงการ

ทำเลชานเมืองมีศักยภาพต่อยอดสู่ Sports & Wellness Ecosystem

ซาวิลส์ (ประเทศไทย) พบว่าโครงการ Sport Complex ส่วนใหญ่กระจุกตัวในพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ ได้แก่ บางนา–ตราดและกรุงเทพกรีฑาทางฝั่งตะวันออก รวมถึงราชพฤกษ์และพรานนก–กาญจนาภิเษกทางฝั่งตะวันตก และบางอ้อในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ทำเลเหล่านี้มีข้อได้เปรียบด้านขนาดที่ดินและต้นทุนการพัฒนาเมื่อเทียบกับพื้นที่ CBD อีกทั้งยังอยู่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยของครอบครัวและโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของธุรกิจ

ขณะเดียวกัน แนวโน้มการพัฒนาเริ่มขยายจาก Sport Complex ไปสู่แนวคิด Sports City ที่เชื่อมโยงกีฬา สุขภาพ การศึกษา ที่อยู่อาศัย และธุรกิจบริการเข้าด้วยกัน ตัวอย่างสำคัญคือ AREA 340 โดย Woraluk Property ในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนพื้นที่ประมาณ 1,200 ไร่ ด้วยแผนการลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วยสนามกีฬา สนามกอล์ฟ ที่อยู่อาศัย สถานศึกษา สุขภาพ และพื้นที่ชุมชน โดยมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการพัฒนาหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและการจัดการกีฬา และมีแผนแล้วเสร็จในปี 2572

โครงการลักษณะนี้สะท้อนโอกาสในการพัฒนาเมืองกีฬาในพื้นที่เศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว โดยการเชื่อมโยงกีฬาเข้ากับการศึกษา สุขภาพ และการอยู่อาศัย สามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มความต้องการใช้บริการ และสนับสนุนการเติบโตของเมืองในระยะยาว

มูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท สะท้อนตลาด Sport Complex ที่กำลังขยายตัว

ซาวิลส์ (ประเทศไทย) พบว่า ปัจจุบันมีโครงการ Sport Complex และโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ผสานองค์ประกอบด้านกีฬาอยู่ใน Pipeline ซึ่งมีการเปิดเผยมูลค่าการลงทุนแล้วอย่างน้อย 6 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท นำโดย AREA 340 ที่มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านบาท ตามด้วย Eden Country Club ประมาณ 2,400 ล้านบาท และ Reignwood Sports and Performance Center ประมาณ 1,400 ล้านบาท ขณะที่ The O2 Bangkok มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท ส่วน S QUARTER และ Talent Sport Academy มีมูลค่าการลงทุนโครงการละประมาณ 100 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างแผนการพัฒนาแต่ยังไม่ได้เปิดเผยมูลค่าการลงทุน ได้แก่ Theá Sports Club, Crystal Sports และ Arena Bangkok Club สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้ประกอบการจากหลากหลายธุรกิจ ทั้งธุรกิจด้านกีฬา ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และธุรกิจค้าปลีก ที่มองเห็นโอกาสจากตลาดกีฬาและสุขภาพ โดยคาดว่าในปี 2570 จะมีการลงทุนใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทำเลชานเมืองและเมืองเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการรองรับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่

ซาวิลส์ (ประเทศไทย) มองว่า Sport Complex กำลังพัฒนาจากธุรกิจเฉพาะทางไปสู่หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ โดยเฉพาะโครงการที่สามารถผสมผสานกีฬา สุขภาพ การศึกษา การอยู่อาศัย และธุรกิจค้าปลีกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างความต้องการใช้พื้นที่และขยายฐานลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม

สำหรับเจ้าของที่ดินและนักลงทุน การนำกิจกรรมกีฬามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Land Utilisation) แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่โดยรอบ (Land Value Enhancement) ผ่านการดึงดูดประชากร ผู้ใช้งาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเข้ามาในพื้นที่ ตลอดจนสนับสนุนการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากค่าสมาชิก ค่าเช่าสนาม และบริการด้านสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการขึ้นอยู่กับการเลือกทำเลและรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับกำลังซื้อและความต้องการของตลาด การประเมินพื้นที่รับบริการ (Catchment Area) การวางแผนประเภทกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการคัดเลือกพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ

ในระยะยาว Sport Complex ยังมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดเป็น Mixed-use Development และ Sports City ซึ่งจะช่วยสร้างจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และเพิ่มศักยภาพในการสร้างมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พีระพงศ์ จรูญเอก ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง