แผนการลงทุนโครงการพื้นฐาน การขนส่งระบบราง ในพื้นที่ EEC

การขนส่งระบบราง

[cq_vc_chatbubble][cq_vc_chatbubble_item icon_entypo=”entypo-icon entypo-icon-check” bgstyle=”lightgray”]ความคืบหน้า โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ :  การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมข้อมูล ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆที่ได้รับมาพิจารณาประกอบรายงานสรุปผลการศึกษาโครงการฯ จากนั้นจึงนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

[/cq_vc_chatbubble_item][cq_vc_chatbubble_item icon_entypo=”entypo-icon entypo-icon-check” bgstyle=”lightgray”]ความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่เชื่อมโยงแหล่งอุตสาหกรรมและท่าเรือ  :  เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ได้ดำเนินงานเจาะอุโมงค์รถไฟลอดใต้เขาพระพุทธฉาย ระยะทาง 1.2 กิโลเมตร เรียบร้อยแล้ว ด้วยเทคโนโลยี New Austrian Tunneling Method (NATM) ซึ่งเมื่อเจาะอุโมงค์แล้วจะเริ่มงานวางรางเป็นขั้นตอนต่อไป

 

[/cq_vc_chatbubble_item][/cq_vc_chatbubble]

โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน แบบไร้รอยต่อ 

 

วงเงิน 1.58 แสนล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อ 3 สนามบินหลัก คือ สนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ  และสนามบินอู่ตะเภา

 

 

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) เป็นหนึ่งในแผนงานสำคัญด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและโลจิสติกส์ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC  โดยได้รับการบรรจุไว้ในแผนการดำเนินโครงการและงบประมาณ ในปีงบประมาณ 2560–2561 โดยจะเป็นการปรับปรุงโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมระหว่างท่าอากาศยาน และโครงการรถไฟความเร็วสูงประกอบด้วย

-โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (Suvarnabhumi Airport Rail Link and City Air Terminal : ARL)

-โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนต่อขยายช่วงพญาไท–ดอนเมือง (ARLEX)

-โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ–ระยอง (HSR) เพื่อให้รถไฟฟ้าแบบ City Line  และการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์เป็นโครงการเดียว สามารถรองรับความต้องการการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น

ล่าสุดได้มีการสรุปแนวเส้นทางของโครงการ โดยจะใช้แนวเส้นทางระบบขนส่งมวลชนทางรางของโครงการเดิม ได้แก่

1.โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมืองหรือแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว

2.โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนต่อขยาย ช่วงพญาไท- ดอนเมือง (ARLEX)

3.โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ-ระยอง (HSR) โดยโครงการนี้มีการออกแบบเพิ่มเติมบริเวณเชื่อมต่อเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ (ขาออก) และสนามบินอู่ตะเภา(ขาเข้า-ขาออก)

แนวเส้นทางดังกล่าวจะพาดผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ระยะทางรวมทั้งสิ้น 260 กิโลเมตร ประกอบด้วย 10 สถานี เป็นสถานียกระดับ 8 สถานี ได้แก่ สถานีดอนเมือง, สถานีกลางบางซื่อ, สถานีมักกะสัน, สถานีฉะเชิงเทรา, สถานีชลบุรี, สถานีศรีราชา, สถานีพัทยา และสถานีระยอง ส่วนสถานีใต้ดินมี 2 สถานี ได้แก่ สถานีสุวรรณภูมิ และสถานีอู่ตะเภา

 

ส่วนรูปแบบโครงสร้างจะก่อสร้างเป็นทางรถไฟขนาดทางมาตรฐาน 1.435 เมตร (standard Gauge) สองทางวิ่ง ซึ่งโครงสร้างทางรถไฟส่วนใหญ่เป็นทางยกระดับ(Elevated) มีโครงสร้างระดับดิน(At-Grade) และโครงสร้างใต้ดิน(Tunnel) บางช่วง  มีศูนย์ซ่อมบำรุงเดิมที่คลองตัน  เพื่อรองรับรถไฟฟ้า City Line   นอกจากนี้ยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงแห่งใหม่พื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ตั้งอยู่ที่จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง โดยมีศูนย์กลางควบคุมการเดินรถ (Operations Control Centre-OCC) ของโครงการตั้งอยู่ที่ศูนย์ซ่อมบำรุงทั้ง 2 แห่ง โดยตลอดแนวเส้นทางโครงการฯส่วนใหญ่อยู่ในเขตทางของการรถไฟแห่งประเทศไทยเดิม

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบินนี้  เมื่อการพัฒนาโครงการแล้วเสร็จในปี 2566 คาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการรถไฟธรรมดา (City Line) ช่วงดอนเมือง-สุวรรณภูมิ กว่า 103,920 คน/เที่ยว/วัน และมีผู้ใช้บริการรถไฟความเร็วสูง (HSR) ช่วงสุวรรณภูมิ-ระยอง  ถึงกว่า 65,630 คน/เที่ยว/วัน โดยระยะเวลาการเดินทางจากดอนเมืองถึงระยอง (หยุดทุกสถานี) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และระยะเวลาการเดินทางจากดอนเมืองถึงระยอง (ไม่จอดระหว่างทาง) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ข้อมูลเพิ่มเติม :   www.hsr3airports.com

 

โครงการรถไฟทางคู่เชื่อมโยงแหล่งอุตสาหกรรมและท่าเรือ

(แหลมฉบัง, มาบตาพุด และสัตหีบ)  วงเงิน 6.43 หมื่นล้านบาท  สำหรับการขนส่งสินค้าระบบรางที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ

ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทางรวมประมาณ 106 กิโลเมตร  เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน และการขนส่งสินค้าระหว่างพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกกับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  โดยเป็นการก่อสร้างทางรถไฟใหม่จำนวน 1 ทาง คู่ขนานไปกับทางเดิม เริ่มจากสถานีฉะเชิงเทรา ไปตามทางรถไฟสายตะวันออกเดิม (สายอรัญประเทศ) ผ่านสถานีบางน้ำเปรี้ยว ถึงสถานีคลองสิบเก้า แยกขนานไปกับทางรถไฟสายคลองสิบเก้า – แก่งคอย ผ่านสถานีองครักษ์ วิหารแดง บุใหญ่ สุดปลายทางที่สถานีแก่งคอย ซึ่งผ่านพื้นที่ อ.เมือง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พื้นที่ อ.องครักษ์ และ อ.บ้านนา จ.นครนายก และพื้นที่ อ.วิหารแดง อ.เมือง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ระยะทาง 106 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง  10,232.86 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 36 เดือน โดยแบ่งออกเป็น 2 สัญญา ดังนี้

– สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-วิหารแดง และช่วงบุใหญ่- แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง (Chord Line) 3 แห่ง ระยะทางประมาณ 97 กิโลเมตร

– สัญญาที่ 2 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงวิหารแดง-บุใหญ่ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร และอุโมงค์รถไฟลอดใต้เขาพระพุทธฉาย ระยะทาง 1.2 กิโลเมตร

 

ข้อมูลเพิ่มเติม :  www.railway.co.th

คลิกอ่านแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆ

ของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (EEC)

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง