พลัสฯคาดคอนโดฯหลายโซนปิดขายเร็วกว่าค่าเฉลี่ย-ดีมานด์ตอบรับสูง

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คาดการณ์ทิศทางคอนโดมิเนียมปี 2561 เติบโตต่อเนื่อง หลังพบหลายโซนจะปิดการขายได้เร็วกว่าค่าเฉลี่ย และยังมีดีมานด์ตอบรับสูง โดยเฉพาะโซนกรุงเทพฯชั้นใน เพลินจิต-ชิดลม สีลม-สาทร สุขุมวิท พบราคา 1.6-4 แสนบาท/ตร.ม.มีแนวโน้มปิดการขายได้ใน 3-4.5 เดือน โซนกรุงเทพฯ ชั้นกลาง พหลโยธิน-พญาไท-พระราม3-รัชดา คอนโดฯ ระดับราคา 1.3-1.6 แสนบาท/ตร.ม. แนวโน้มปิดการขายได้ 1 เดือน  โซนชั้นนอกช่วงสุขุมวิทรอบนอก ราคา 1.3-2 แสนบาท/ตร.ม. เชื่อปิดขายหมดภายใน 5 – 6 เดือน


นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันยังเติบโตอย่างน่าสนใจแม้จะมีบางทำเลที่มีผู้ประกอบการเข้าไปแข่งขันกันค่อนข้างมากจนทำให้การดูดซับเริ่มทรงตัว แต่ในปี 2560 ที่ผ่านมาพบว่า จากอุปทานเสนอขายห้องชุด จำนวน 121,291 ยูนิต อุปสงค์ให้การตอบรับแล้ว 68,228 ยูนิต ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้น 13% หรือเพิ่มขึ้น 9,228 ยูนิต จากปีก่อน ซึ่งยอดขายได้ในรอบนี้ปรับตัวดีขึ้นเกือบทุกช่วงราคา มาจากทิศทางเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้น และหนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มลดลง  สำหรับสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมช่วงครึ่งปีหลัง 2560 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน โซนเพลินจิต-ชิดลม-สีลม-สาทร-สุขุมวิท มีจำนวนทั้งสิ้น 11,148 ยูนิต มีอัตราการดูดซับ 45% ยังมีการตอบรับสูง โดยโครงการที่มีอุปสงค์อยู่ในระดับสูงจะเป็นโครงการในช่วงระดับราคากลาง-บน ราคาขายเฉลี่ย 130,000 – 160,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งมีแนวโน้มอัตราการดูดซับดี โดยในทำเลสุขุมวิทพบว่า โครงการระดับราคา 160,000 – 400,000 บาทต่อตารางเมตร ประเมินว่าจะสามารถปิดการขายได้ในระยะเวลาเพียง 3-4.5 เดือน เร็วกว่าค่าเฉลี่ยที่5.5 เดือน เนื่องจากในทำเลดังกล่าวเหลือพื้นที่พัฒนาโครงการไม่มาก แต่ยังมีความต้องการซื้อสูง โครงการในระดับราคาดังกล่าวที่เข้าสู่ตลาดจึงได้รับการตอบรับที่ดี

 

สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นกลาง โซนพหลโยธิน-พญาไท-พระราม 3-รัชดา มีจำนวนทั้งสิ้น 17,878 ยูนิต มีอัตราการดูดซับ 47% พบอุปสงค์ส่วนใหญ่เป็นโครงการในระดับกลาง ราคา 70,000 – 160,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งคอนโดมิเนียมในโซนกรุงเทพฯ ชั้นกลาง ประเมินว่าจะใช้เวลาเฉลี่ยปิดการขายภายในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน โดยทำเลพหลโยธินพบว่าคอนโดมิเนียมที่มีอุปสงค์สูงจะเป็นโครงการในช่วงระดับราคา 130,000 – 200,000 บาทต่อตารางเมตร ส่วนคอนโดมิเนียมย่านรัชดาภิเษกโครงการที่มีอุปสงค์สูงจะอยู่ในช่วงราคา 100,000 – 160,000 บาทต่อตารางเมตร แต่โครงการระดับกลาง-บน ในราคา 130,000 – 160,000 บาทต่อตารางเมตร พบว่าเป็นที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นโครงการที่อยู่บริเวณตามแนวรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล ที่จะมีการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเพิ่มเติมตัดเชื่อมผ่านสถานีศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร และยังอยู่ในทำเลศักยภาพที่มีทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ และในอนาคตจะมีอาคารสูงที่คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของประเทศ จึงมีความต้องการซื้อทั้งเพื่ออยู่เองและเพื่อการลงทุน โครงการในระดับราคาดังกล่าวจึงมีดีมานด์ตอบรับดี จากการประเมินจะสามารถขายหมดได้เร็วกว่าค่าเฉลี่ย คือสามารถปิดการขายได้ในระยะเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น

 

ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นนอก ธนบุรี-สุขุมวิทรอบนอก-บางซื่อ-มีนบุรี-นนทบุรี-พระราม2-รามคำแหง-สุวรรณภูมิ มีจำนวนทั้งสิ้น 18,062 ยูนิต มีอัตราการดูดซับ 43% โดยโซนสุขุมวิทรอบนอก พบว่ามีอุปสงค์ตอบรับในโครงการระดับกลาง คือระดับราคา 50,000 – 100,000 บาทต่อตารางเมตร แต่หากดูจากข้อมูลประเมินจำนวนเดือนที่ควรจะขายหมด พบว่า คอนโดมิเนียมในโครงการระดับกลาง-บนราคา 130,000 – 200,000 บาทต่อตารางเมตร เป็นที่น่าจับตามอง เนื่องจากทำเลสุขุมวิทรอบนอกกินพื้นที่ค่อนข้างกว้างและศักยภาพแต่ละโซนแตกต่างกัน จึงมีโครงการที่ครอบคลุมหลายระดับราคา  โดยโครงการที่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายยังมีจำนวนไม่มากและค่อนข้างกระจุกตัว จึงสามารถทำราคาได้สูงกว่าราคาเฉลี่ยในตลาด ซึ่งมีดีมานด์ตอบรับสูงเช่นกัน ทำให้มีแนวโน้มปิดการขายหมดได้เร็วกว่าอัตราประเมิน คือน่าจะสามารถขายหมดภายใน 5 – 6 เดือน จากอัตราเฉลี่ย 7 เดือน

 

ด้านยอดขายคอนโดมิเนียมของพลัสฯ ในปี 2560 ที่ผ่านมา มีมูลค่ายอดขายรวม 21,250 ล้านบาท เติบโต 7% จากปี 2559 ที่ 19,890 บาท ส่วนใหญ่มาจากคอนโดมิเนียมระดับกลาง-บน (ราคา 3-7 ล้านบาท) มีอุปสงค์ตอบรับที่ดี โดยโครงการที่เป็นห้องรูปแบบ 1 ห้องนอนมีสัดส่วนขายได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 69% ในปี 2558 เป็น 87% ในปี 2560 ซึ่งทำเลที่ขายได้ดีคือโซนสุขุมวิทตอนต้น-ตอนกลาง (เพลินจิต-เอกมัย) สุขุมวิทตอนปลาย (พระโขนง-บางนา) พหลโยธิน และรัชดาภิเษก ตามลำดับ

 

สำหรับสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงครึ่งปีแรก 2561 นี้ คาดว่าตลาดจะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ส่งผลให้เกิดการลงทุนในฝั่งผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและต่างชาติ อีกทั้งในอนาคตยังมีการปรับผังเมืองในกรุงเทพฯ ที่ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้เกิดอุปทานใหม่ในตลาด จึงเป็นสัญญาณที่ดีของภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยในอนาคตคาดว่าจะเกิดโครงการคอนโดมิเนียมในรูปแบบใหม่ เช่น โครงการมิกซ์ยูส , คอนโดมิเนียมสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับโครงการอีกด้วย

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง