อสังหาฯ ปี’ 62 แข่งเดือดแห่งัดนวัตกรรมใหม่ชูจุดแข็ง

หลังจากที่ทีมงาน “พร็อพทูมอร์โรว์” (prop2morrow) ได้นำเสนอมุมมองของ 2 นายกฯ อสังหาฯ ไป 2 ตอนแล้ว วันนี้จะนำเสนอตอนที่ 3 ซึ่งเป็น 3 ตอนที่ต่อเนื่อง โดยเป็นมุมมองของ “ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์” นายกสมาคมอาคารชุดไทย เกี่ยวกับตลาดอาคารชุดในปี 2562

 

 นายกสมาคมอาคารชุดไทยเผยทิศทางอสังหาฯ ปี 62 เผชิญทั้งปัจจัยบวกลบ ช่วยหักล้างตลาดทรงตัว เชื่อเซกเมนต์ระดับกลางบน ราคา 3 ล้านบาทขึ้นไปยังเติบโตดี ส่วนหนี้ครัวเรือนยังเป็นปัญหาระยะยาวกลุ่มระดับกลางล่าง แนะผู้ประกอบการระวังตัวในการลงทุน  ต่างชาติยังตบเท้าเข้าร่วมทุนไม่ขาดสาย รายใหญ่งัดกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมแข่งเดือด

 

คาดตลาดอสังหาฯ ปี 62 ทรงตัว

ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยถึง ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ว่า จะทรงตัว ตามที่หน่วยงานราชการ รวมทั้งสถาบันการเงิน ได้พยากรณ์ว่าเศรษฐกิจในปี 2562 ยังจะสามารถเติบโตได้ที่ 4.0 ซึ่งเป็นตัวเลขที่เป็นฐานการเติบโตของปี 2561 ในระดับที่กว่า 4 % ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจมาก เพราะเติบโตจากฐานที่สูงแล้ว หากเมื่อย้อนหลังกลับไปในอดีต ไม่เคยมีตัวเลขที่เติบโตถึง 4 % เพราะฉะนั้นถ้าหากเทียบเคียงกันแล้ว ถือว่าเป็นตัวเลขที่มีอัตราการเติบโตพอสมควร ถือว่าไม่เลวร้ายมากนัก โดยคาดว่าในปี 2562 จะมีปัจจัยบวกจากการเลือกตั้ง ซึ่งก็คงเป็นสิ่งที่ทำให้การหมุนเวียนของเงินสะพัดมากขึ้นในระดับรากหญ้า ถือว่าเป็นสิ่งที่เงินหลายหมื่นล้านจะเข้าสู่มือประชาชน  อีกปัจจัยหนึ่งคือ มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตที่ 4 % ก็คงจะทำให้มีการจ้างงานในระดับที่สูงอยู่ เพราะจากสถิติของประเทศไทยมีอัตราการว่างงานที่ต่ำอยู่แล้ว และคงจะต่ำอย่างต่อเนื่อง  และกำลังซื้อจะส่งผลมาถึงที่อยู่อาศัยได้

 

ในขณะที่ปัจจัยลบนั้นส่วนใหญ่จะรับรู้กันมากแล้ว และส่วนใหญ่จะรับรู้เพียงด้านเดียว ทั้งเรื่องสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นมาที่ 0.25 และมีความเป็นไปได้ที่ปีหน้าจะขึ้นมาที่ 0.25-0.50 % ส่วนสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน มองว่าสหรัฐฯ กำลังมองการวัดผลอยู่ว่าได้ผลประโยชน์ที่ต้องการหรือไม่ หากเพียงพอแล้วก็คงจะหยุด ซึ่งเกมก็จะเบาลง

 

ส่วนเรื่องกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ… และภาษีลาภลอย คงไม่ส่งผลกระทบมากนักในปี 2562 โดยเฉพาะภาษีที่ดินฯ ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2563 อาจจะส่งผลต่อแลนด์ลอร์ด ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ที่ดิน อาจจะปล่อยที่ดินออกสู่ตลาดมากขึ้น แต่ราคาก็ไม่ถูกลง ยังเป็นไปตามความพึงพอใจของเจ้าของที่ดิน ดังนั้นเมื่อทั้งปัจจัยบวกและลบมาหักล้างกันแล้ว ภาพรวมตลาดก็น่าจะทรงตัวได้ แต่สถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่าปี 2540 เพียงแต่อัตราการเติบโตชะลอตัวเท่านั้น

 

 

 

หนี้ครัวเรือนยังเป็นปัญหาใหญ่กลุ่มระดับกลางล่าง

ในปี 2561 เซกเมนต์ที่ยังทำการตลาดได้ดีคือ ระดับกลาง-บน ระดับราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป และมองว่าในปี 2562 ตลาดยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนี่อง เพราะเป็นกลุ่มที่มีเงินออมหมุนเวียนในมือสูง สามารถที่จะตัดสินใจซื้อและโอนได้ คือมีอำนาจในการซื้อมากกว่าระดับกลาง-ล่าง ระดับราคา 3 ล้านบาทลงมา  ซึ่งสภาพเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนยังเป็นปัญหาของกลุ่มระดับกลาง-ล่างอยู่เช่นกัน และคงต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขที่ยาวนานเพื่อให้คลี่คลาย

 

โดยเรื่องที่น่ากังวลที่สุดคือ เรื่องจิตวิทยาในเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น โดยส่วนตัวคิดว่าไม่มีผลมากนัก  เนื่องจากมองว่าที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ย อยู่ในระดับที่ต่ำมาก คิดว่าผู้ที่มีความจำเป็นในการซื้อที่อยู่อาศัย ก็จะพอรับได้ ส่วนการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการปรับเกณฑ์อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value :LTV) เพิ่มขึ้นนั้น  จากข้อมูลที่รับรู้เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยเป็นสัญญาที่ 2 และ 3 มีอัตราส่วนเพียง 20-30 % ถือว่าไม่มากนัก แต่เป็นผลกระทบในกลุ่มเล็กเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องคอยระวัง

 

ด้านผู้ประกอบการนั้นในด้านการพัฒนาโครงการใหม่ ก็ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น  ทั้งในด้านเงินสดที่มีหมุนเวียนมากพอและทำเลที่ตั้ง จุดแข็งของโครงการ เพื่อเป็นหลักประกันว่าลูกค้าก็ยังเลือกโครงการนั้นต่อไป และโครงการที่พัฒนาจะต้องดีกว่าเดิม ส่วนการร่วมทุนกับต่างชาติคงยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยยังมีความน่าลงทุน จึงสามารถดึงดูดความสนใจจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก เพราะอสังหาฯในประเทศไทยยังให้ผลตอบแทนที่สูง

 

 

โซนตะวันออกทำเลเด่นปี 62

อย่างไรก็ตามการที่ภาครัฐขยายการลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ และส่วนต่อขยาย จะทำให้มีการเปิดพื้นที่ใหม่ๆ มากขึ้น ประชาชนมีทางเลือกที่มากขี้นด้วย โดยมองว่าทำเลโซนตะวันออกของกทม. ยังมีความโดดเด่น เพราะมีประชากรอาศัยอยู่มาก และมีรายได้ต่อหัวที่สูงกว่าโซนอื่นๆ ของกทม. ส่วนทำเลแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง คงเป็นทำเลที่ดับอย่างต่อเนื่องจากปีก่อนๆ เพราะมีการเดินรถช้ากว่าแผนไปหลายปี ทำให้มีซัพพลายสะสมอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก และเมื่อเปิดให้บริการรถไฟฟ้า  ประชาชนก็อาจจะตกใจกับค่าโดยสารไป-กลับ ซึ่งระยะแรกมีผู้โดยสารใช้บริการน้อยมาก และปัจจุบันก็ยังมีตัวเลขผู้โดยสารที่ยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับสายสีเขียวเหนือ ที่พอเริ่มเปิดให้บริการก็มีผู้รับบริการเป็นจำนวนมาก

 

ผู้ประกอบการแข่งเดือดชูจุดขายด้านนวัตกรรม

ทั้งนี้เนื่องจากคอนโดฯ เป็นสินค้าที่มีความเสรี มีการแข่งขันสูง  ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีฐานการเงินที่สูง ดังนั้นการแข่งขันก็ยังสูงต่อเนื่อง จึงต้องหากลยุทธ์ที่เป็นจุดแข็งเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องเป็นเรื่องนวัตกรรมเท่านั้น ที่จะต้องคิดค้นสิ่งแปลกใหม่มานำเสนอ เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกโครงการของบริษัทนั้นๆ มากที่สุด ทั้งนี้แล้วแต่ความเชี่ยวชาญของแต่ละบริษัทว่าจะนำเสนอในรูปแบบไหน เพื่อสร้างความเป็นที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น โดยไตรมาส 1/2562 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเน้นการนำยอดโอนของโครงการที่แล้วเสร็จ 3 ไตรมาสสุดท้ายปี 2561 มาโอน  ดังนั้นจึงคิดว่ายอดโอน ยอดรายได้น่าจะอยู่ที่ระดับทรงตัว เนื่องจากเป็นยอดขายของเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

อ่านข่าวเพิ่มเติม >>>>>> ปี’62 รับมือดอกเบี้ยขาขึ้น เตือนสติ “อย่าลงทุนเกินตัว”

อ่านข่าวเพิ่มเติม >>>>>> โจทย์หินปี 62 อสังหาฯ บริหารสภาพคล่อง หวั่นเบี้ยวค่าก่อสร้าง-ห่วงบ้านล้านหลังเกิดยาก

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง