SCG เปิดเคล็ดลับ “ปิดจุดเสี่ยง” และ “สร้างโอกาส”ฝ่าวิกฤติโควิด-19

การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด19 หลากสายพันธุ์ตั้งแต่ปลายปี 2562 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาด ล่าสุดกับการระบาดหนักของสายพันธุ์เดลต้าที่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ยากจะประเมินว่า “เมื่อใดการระบาดจะยุติลง” แต่ทว่า ทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสแฝงอยู่เสมอ ดังนั้น “การเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิด19”  และหาทางรอด จึงเป็นสิ่งที่ผู้คน ภาคธุรกิจ เริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อรับมือกับวิกฤติที่ยังมองไม่เห็นจุดจบนี้
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส
“ความปลอดภัยของพนักงาน” ปัจจัยสำคัญ “ดันธุรกิจเดินหน้าต่อเนื่อง”
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี (SCG) เปิดเผยว่า มีคำถามมากมาย ตั้งแต่เริ่มมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า SCG อยู่ในภาคการผลิตและการบริการซึ่งมีระบบซัพพลายเชนที่หลากหลาย มีการจัดการให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคโควิด 19 ได้อย่างไร

ทั้งนี้การที่ SCG ได้ปรับการทำงานเป็นรูปแบบ Hybrid Workplace แบ่งประเภทการทำงานเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ให้พนักงานออฟฟิศ ทำงานจากที่บ้าน(Work From Home : WFH) ส่วนพนักงานในสายการผลิตที่ทำงานในโรงงาน แบ่งเป็น Critical กับ Non-Critical ตามมาตรการ Bubble and Seal แยกพนักงานออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการผลิตสินค้าได้แม้จะมีผู้ติดเชื้อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

“เราบอกกับพนักงานทุกคนว่า วิกฤติครั้งนี้ส่งผลกระทบค่อนข้างลึก และมีผลกระทบในวงกว้าง สิ่งหนึ่งที่เราต้องพยายามทำให้มากที่สุด คือมองหาโอกาส โดยต้องยืดหยุ่นและปรับตัว (Resilience) ให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” นายรุ่งโรจน์ กล่าว

template ข่าว ใช้งานai 2019

“ปรับตัวไว” ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนากระบวนการผลิต เชื่อมความต้องการลูกค้า

SCG มีประสบการณ์และเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง รู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร เมื่อใดที่ต้องการใช้สินค้า จากเดิมที่ผู้บริโภคต้องการสินค้าและบริการเพื่อสร้างบ้านใหม่ สำนักงานใหม่ แต่ปัจจุบัน วิถีชีวิตการทำงานจากที่บ้าน ทำให้ SCG ยกระดับการทำธุรกิจไปสู่การผลิตสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในการปรับพื้นที่ในบ้านให้อยู่สบาย ขณะเดียวกันก็สามารถ Work From Home ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ใช้ประโยชน์จากช่องทางออนไลน์ หรือระบบอีคอมเมิร์ซเข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าในการเลือกและสั่งซื้อสินค้า

“เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยเราได้อย่างมากภายใต้สถานการณ์โรคระบาด เช่นในธุรกิจโลจิสติกส์ แทนที่จะต้องพึ่งพากับการติดต่อสื่อสารบนช่องทางปกติ เราสามารถทำทุกอย่างบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่วยวางแผน บริหารจัดการซัพพลายเชน ให้มีวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต ขณะเดียวกันก็สามารถขนส่งสินค้าไปมอบให้แก่ลูกค้าได้ทันต่อความต้องการ”นายรุ่งโรจน์ กล่าว

เตรียมความพร้อมองค์กร “ลุยนวัตกรรมสีเขียว” รับเทรนด์โลกเติบโตสูง

SCG หวังว่า ความต้องการของผู้บริโภคจะฟื้นตัวหลังจากนี้ โดยการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกา ยุโรป รวมทั้งจีน ตั้งแต่ปลายปี 2563 ช่วยทำให้ธุรกิจเคมิคอลส์ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 50% ของรายได้ทั้งหมด ดำเนินธุรกิจไปได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดอาเซียน และมั่นใจว่าโครงการลงทุนในประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ที่มีสัดส่วนรายได้ 30% ของรายได้ทั้งหมด แม้ว่าช่วงนี้จะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว และมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด 19 SCG ก็ได้ยกระดับธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบ Active Omni-Channel ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาช่วยเชื่อมต่อการซื้อสินค้าออนไลน์กับร้านค้า เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคอีคอมเมิร์ซ อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญด้านการพัฒนานวัตกรรมการก่อสร้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Green Manufacturing) และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

ด้านธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง ที่มีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 20% ของรายได้ทั้งหมด SCG ได้วางแผนการเติบโตไว้อย่างยั่งยืน ทั้งการลงทุนและพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหาร รวมทั้งนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เพื่อสุขภาพ

ขณะเดียวกันก็เดินหน้าในการลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะสินค้าอัจฉริยะต่าง ๆ นวัตกรรมรถไฟฟ้า (EV) สินค้าสาธารณูปโภคพื้นฐาน สินค้าเพื่อสุขภาพและการอยู่อาศัยที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และไบโอพลาสติกที่เติบโตสูง เพื่อตอบรับเทรนด์และความต้องการของตลาดโลกที่เติบโตสูง

“ในช่วงวิกฤติ เราต้องมีโฟกัส ตัดสินใจไว และ ลงมือทำเร็ว ขณะเดียวกันก็ต้องมองหาโอกาสจากวิกฤติ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายรุ่งโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยหลังยุคโควิด-19 จะเติบโตได้รุ่งโรจน์มีความหวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรกรรม ที่ต้องปรับตัวใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ภาคการเกษตรในฐานะที่เป็นเสาหลักของประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง