บริษัทดิ อัมรินทร์ จำกัด ได้เข้ามาลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมื่อช่วง 14ปีที่ผ่านมา เริ่มต้นจากการพัฒนาโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ภายใต้ชื่อ “The Residence “รองรับกลุ่มคนที่ต้องการหาห้องพักในช่วงที่ต้องเดินทางมาหาหมอที่โรงพยาบาลศิริราชทั้งคนป่วยที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีตั้งแต่ช่วงที่เปิดตัวโครงการได้แค่ 2สัปดาห์มียอดจองเช่าเต็ม 100% และเต็มต่อเนื่องมาเป็นเวลานานถึง 10 ปีก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด
แรงบันดาลใจสำคัญและจุดเริ่มต้นของโครงการ

อรรถวุฒิ ธรรมเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทดิ อัมรินทร์ จำกัด กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโครงการ The Ressidence เพื่อต้องการแก้ปัญหา Pain Point เรื่องการเดินทางและที่จอดรถของจากการที่ประชาชนต้องมาพำนักอยู่ในพื้นที่ย่านศิริราชช่วงที่ต้องมาพบแพทย์ตามนัดหรือมารักษาตัว ซึ่งถือเป็นความยากลำบากในการเดินทางและการหาที่จอดรถรอบโรงพยาบาลศิริราชที่ยากกมาก ทำให้มีคนรู้จักมักจะมาขอจอดรถที่บ้านของตนเอง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราช เพื่อไปพบแพทย์อยู่เสมอ ทำให้เห็นถึงความต้องการที่พักอาศัยที่สะดวกสบายในย่านนี้
ผู้ป่วยจำนวนมากที่เดินทางมาจากทั่วประเทศเพื่อมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราชต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อรอคิวตรวจ จึงเกิดความคิดที่จะสร้างที่พักเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนเหล่านี้ให้ไม่ต้องลำบากในการเดินทางตอนเช้า
ทำให้บริษัทได้เปิดตัวโครงการแรกคือ The Residence ซึ่งเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมีอัตราการเข้าพักเต็ม 100% ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี, ความสำเร็จนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้พัฒนาโครงการที่สองในรูปแบบคอนโดมิเนียมเพื่อรองรับกลุ่มคุณหมอและนักศึกษาแพทย์ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและคุณภาพชีวิตที่ดี
หลังจากประสบความสำเร็จทั้งชื่อเสียงและยอดจองห้องพัก The Residence เต็ม 100%มาตลอดกว่า 10ปี ทำให้บริษัทมีแนวคิดในการพัฒนาโครงการที่ 2 พร้อมเปลี่ยนรูปแบบโครงการจากเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มาเป็นคอนโดมิเนียมแทน ด้วยเหตุผลสำคัญทั้งในด้านกลยุทธ์ทางการเงินและการตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น
ปรับกลยุทธ์สร้างการหมุนเวียนทุนที่รวดเร็วขึ้น เจาะกลุ่มเป้าหมาย “สมองศิริราช”

เดิมโครงการที่ 2 ถูกวางแผนพัฒนาให้เป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เช่นกัน แต่ได้เปลี่ยนการตัดสินใจมาพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมแทนเพราะมองเรื่อง “ระยะเวลาคืนทุน” โดยหากลงทุนพัฒนาเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์จะต้องใช้เวลาถึง 10 ปีกว่าจะคืนทุน แต่ถ้าพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมจะสามารถคืนทุนทั้งหมดได้ภายใน 2 ปี หลังจากโครการก่อสร้างเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถเริ่มโครงการต่อไปได้เร็วขึ้น
ดังนั้นโครงการที่ 2ภายใต้ชื่อแบรนด์ “อรุณ” จึงได้เปิดตัวขึ้นเมื่อปี 2564 โดยเน้นเจาะกลุ่มไปที่กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ รองลงมาเป็นนักศึกษาแพทย์และผู้ปกครอง ซึ่งยินดีลงทุนซื้อห้องชุดเพื่อให้ลูกหลานมีความปลอดภัยและประหยัดเวลาเดินทางเพื่อใช้ในการอ่านหนังสือ
โดยแนวคิดการออกแบบ จะเน้นการใช้วัสดุคุณภาพสูงและมีราคาที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มคุณหมอ รวมทั้งต้องการแก้ปัญหาความยากลำบากในการเดินทางรอบศิริราชที่แม้ระยะทางจะสั้นแต่ต้องใช้เวลาเดินทางนาน สอดคล้องกับผลการสำรวจพบว่ากลุ่มคุณหมอไม่ได้ต้องการคอนโดฯราคาถูก แต่ต้องการที่พักที่มีคุณภาพสูงและตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุด เพื่อแก้ปัญหา Pain Point เรื่องการเดินทางที่ต้องเสียเวลา 15-30 นาทีในระยะทางสั้นๆ ให้เหลือเพียงไม่กี่นาที จึงได้สร้างคอนโดมิเนียมแห่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนอาศัยอยู่ที่บ้าน ไม่ใช่แค่ห้องพักทั่วไป โดยเน้นความสงบ (Peaceful) ความเป็นส่วนตัวสูง และการใช้วัสดุเกรดพรีเมียมเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนักได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
ออกแบบเป็นอาคารสูง 8ชั้น มีมูลค่ารวมประมาณ 280 ล้านบาท ตั้งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลศิริราชประมาณ 300 เมตร แม้จะเปิดตัวในช่วงวิกฤตโควิด-19 แต่เป็นโครงการกลับประสบความสำเร็จอย่างสูง และสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกำหนดเวลาโดยไม่มีความล่าช้า ปัจจุนปิดการขายไปหมดอล้ว ขณะที่ราคาขายต่อ (Resale) สำหรับห้องที่ซื้อมาในราคา 5 ล้านบาท สามารถขายต่อได้จริงในราคา 7-8 ล้านบาท ส่วนอัตราค่าเช่าห้องขนาด 24 ตารางเมตรแบบStudio มีค่าเช่าประมาณ 15,000-18,000 บาทต่อเดือน ส่วนห้องแบบ One Bedroom มีค่าเช่าอยู่ที่ 25,000-30,000 บาทต่อเดือน
ยกระดับความสะดวกสบายด้วย Triple Station
ทั้งนี้คอนโดฯโครงการแรกที่ผู้อยู่อาศัยต้องเดินเท้าเข้าโรงพยาบาลศิริราชประมาณ 300 เมตร ทำให้บริษัทได้เลือกเปิดตัวโครงการคอนโดฯแห่งที่2 ชื่อว่า “อรุณ ศิริราช ทริปเปิ้ล สเตชั่น” ในทำเลศักยภาพที่อยู่ห่างจากจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 3 สาย (น้ำเงิน, ส้ม, แดง) เพียง 40 เมตร เพื่อให้สามารถเดินทางถึงตึกตรวจของโรงพยาบาลได้ภายใน 2 นาที ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเรื่องการเดินทางและการหาที่จอดรถได้อ
โครงการอรุณ ศิริราช ทริปเปิ้ล สเตชั่น ถือเป็นความตั้งใจของบริษัทในการพัฒนาโครงการพรีเมียมคอนโดมิเนียม มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่เหนือระดับบนทำเล Medical Hub ที่สำคัญของประเทศ โดยปัจจุบันทำยอดขายไปแล้วกว่า 65% ตั้งแต่ก่อนได้รับ EIA Approved และอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2570
สำหรับความสำเร็จครั้งนี้เกิดจาก 3 มิติหลัก ได้แก่ Right Location ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 32 เพื่อให้เดินทางสะดวกที่สุด เพราะใกล้สถานี Interchange บางขุนนนท์, Right Target ได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และนักลงทุน ที่ไม่ได้มองหาเพียงแค่ที่อยู่อาศัยทั่วไป แต่ต้องการคุณค่าจากงานออกแบบที่ประณีต และ Right Product จัดสรรสเปซห้องที่กว้างขวางและสงบเป็นส่วนตัว พร้อมเฟอร์นิเจอร์ Fully Furnished จาก Chic Republic ไปจนถึงบริการพิเศษอย่าง Shuttle Benz Service ถึงโรงพยาบาลศิริราช และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเซฟเวลา และอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปทำงานของลูกบ้าน
ตัวโครงการเป็นคอนโดฯ Low rise สูง 8 ชั้น บนเนื้อที่ขนาด 1 ไร่ 1 งาน จำนวนห้องพักเพียง 144 ยูนิต ออกแบบและการตกแต่งภายใต้คอนเซปต์ “Timeless Aesthetic” สุนทรียภาพเหนือกาลเวลา โดยผสาน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ความสงบผ่อนคลาย (Calm) ความสง่างาม (Elegant) และความยั่งยืนที่เหนือกาลเวลา (Enduring beyond trends) มาดีไซน์พื้นที่ที่บาลานซ์ความสวยงามเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานจริง โดยสะท้อนผ่านงานสถาปัตยกรรมภายนอก (Facade) ที่ใช้เส้นสายแนวนอนที่เรียบง่ายและไล่จังหวะอย่างประณีต ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสายน้ำเจ้าพระยาและแสงอาทิตย์ ส่วนบริเวณโถงต้อนรับเป็นแบบเพดานสูง Double Volume ใช้กระจกบานใหญ่เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ พร้อมเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง
ส่วนรูปแบบห้องพักของโครงการมีให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ 1 Bedroom ขนาด 28.00 – 43.20 ตารางเมตร, 2 Bedroom ขนาด 48.10 – 81.40 ตารางเมตร, 2 Bedroom Plus ขนาด 84.30 – 86.40 ตารางเมตรและ 3 Bedroom ขนาด 91.20 – 103.80 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลายตั้งแต่เข้ามาภายในห้อง โดยร่วมออกแบบ Lighting Design กับ Lamptitude เป็นการจัดไฟแบบสปอร์ตไลท์ Dramatic เน้นการส่องเฉพาะจุดเพื่อสร้างบรรยากาศภายในให้เกิดมิติของแสงและเงามากขึ้น เฟอร์นิเจอร์เน้นการใช้งานและประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก เช่น Top เคาน์เตอร์ครัวเป็นวัสดุ Food Grade ปลอดภัยกับการใช้งาน

ปพิณริยา พึ่งเขื่อนขันธ์ หัวหน้าแผนกซื้อ ขาย เช่าที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย (CBRE) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมย่านมิดทาวน์และชานเมือง ณ ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 พบว่าคอนโดฯที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างมียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 44.6% โดยทำเลย่านปิ่นเกล้ามียอดขายอยู่ที่ 69% สูงเป็นอันดับ 2 ของย่านมิดทาวน์และชานเมือง ทั้งนี้หากพิจารณาเจาะลึกทำเลทองศิริราช ซึ่งจากแผนพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟธนบุรี จะทำให้ทำเลนี้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการแพทย์แห่งใหม่ที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าและส่วนต่อขยายที่มีพื้นที่กว่า 147 ไร่ โดยจะยกระดับทำเลนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ที่ครบวงจร ประกอบซัพพลายคอนโดฯที่มีจำกัด ส่งผลให้โครงการที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ารัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร มียอดขายเฉลี่ยพุ่งสูงถึง 92%
ด้วยจุดเด่นด้านการคมนาคมทางรางที่รายล้อมด้วยโครงข่ายรถไฟฟ้าถึง 3 สายหลัก ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินที่เปิดให้บริการแล้ว รถไฟสายสีแดงอ่อน ที่กำลังก่อสร้างคาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2572 และรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์–ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2573 ส่งผลให้โครงการอรุณ ศิริราช ทริปเปิ้ล สเตชั่น สามารถตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และกลุ่มนักลงทุนที่มองหาความคุ้มค่าจากการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ ควบคู่กับประมาณการผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Yield) ในทำเลนี้ที่เฉลี่ยสูงถึง 5-6% ต่อปี





