แสนสิริกวาดยอดขายครึ่งปีแรก 25,500 ล้านบาททะลุเป้า คิดเป็น 53% ของเป้าทั้งปี 48,000 ล้านบาท พร้อมSold Out 12 โครงการ มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท และเตรียมปิดการขายเพิ่มอีก8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 11,000 ล้านบาท ครึ่งปีหลัง เร่งสปีดเปิด 21 โครงการใหม่ มูลค่า 27,000 ล้านบาท พร้อมเปิดตัว Wellness Community แห่งแรกติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ และราชพฤกษ์ คอมมิวนิตี้ บนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่

วิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงรักษาเสถียรภาพและการเติบโตได้ตามแผนงานที่วางไว้ โดยในครึ่งปีแรกสามารถทำยอดขายรวมได้สูงถึง 25,500 ล้านบาท คิดเป็น 53% ของเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้48,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์แสนสิริ รวมถึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่มีต่อการออกหุ้นกู้ของบริษัทตลอดช่วงที่ผ่านมา ทำให้ในครึ่งปีแรกบริษัทสามารถปิดการขายโครงการไปแล้วถึง 12 โครงการ มูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท เช่น โครงการบูก้าน กรุงเทพกรีฑา, บุราสิริ พระราม 2, สราญสิริ เกาะแก้ว รีทรีต, เดอะ ไลน์ ไวบ์, เอ็กซ์ที พญาไท และมีแผนจะปิดการขายอีก 8 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง
โดยเน้นกลยุทธ์การส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ในกลุ่มพรีเมียมเพื่อตอบรับเรียลดีมานด์ที่ต้องการโปรดักส์คุณภาพระดับสูง ควบคู่กับการเปิดแบรนด์ใหม่ และนำแบรนด์ที่มีภาพจำแข็งแกร่งกลับมาสร้างความสำเร็จอีกครั้ง พร้อมกับเดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรระดับโลกที่มีศักยภาพ ส่งผลให้ครึ่งปีแรกบริษัทประสบความสำเร็จอย่างสูง สะท้อนได้จากกระแสไวรัลที่ลูกค้าต่อคิวจองคอนโดฯ ล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ ของโครงการเลิฟ เจริญนคร (LOVE Charoen Nakhon) และเอ็กซ์ที เทน เอกมัย (XT 10 Ekkamai) ส่วนคอนโดฯเปิดใหม่ล่าสุดในเดือนมิถุนายน คือ ดีคอนโด วีเต (dcondo vite) พัทยา สามารถทำยอดขายสูงถึง 90% หลังเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน ในราคา เริ่มต้น 1.79 ล้านบาท และเวย์ พระราม 9 (Vay Rama 9) คอนโดฯใหม่พร้อมอยู่ นอกจากนี้กลุ่ม Rare Asset คอนโดฯพร้อมอยู่ใจกลางเมืองอย่างเวีย 34 (Via 34) และ เวีย 61 (Via 61) มียอดโอนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พอร์ต Strategic Locationที่ภูเก็ต คือ โครงการเดอะ เบส เชิงทะเล (THE BASE Cherngtalay) ทำยอดขายได้แล้ว 90%

ส่วนกลุ่มบ้านแนวราบแบรนด์อณาสิริ (Anasiri) ระดับราคา 3 – 7 ล้านบาทที่เน้นตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ทำยอดขายรวมได้แล้วกว่า 350 ยูนิต โดยเฉพาะ 2 โครงการใหม่ อณาสิริ พระราม 5 – สิรินธร (Anasiri Rama 5 – Sirindhorn) และอณาสิริ ศรีนครินทร์ – แพรกษา 2 (Anasiri Srinakarin – Phraeksa 2) ปิดการขายเฟสแรกได้ภายใน 2 วัน ทำยอดได้กว่า 400 ล้านบาท เช่นเดียวกับโครงการเศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ ที่ปิดการขายเฟสแรกได้ในรอบพรีเซล ส่วน Sansiri Luxury Collection แบรนด์นาราสิริที่โชว์ฟอร์มปิดการขายเฟสแรกได้ในช่วงพรีเซลได้เช่นกันในโครงการกรุงเทพกรีฑาและบรมราชชนนี
สำหรับแผนการดำเนินในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกจะยังมีความท้าทาย โดยมองว่ามาตรการกระตุ้นจากภาครัฐและทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปลดล็อกกำลังซื้อทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัยจริงและกลุ่มนักลงทุน โดยบริษัทมีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทุกเซกเมนต์สามารถตอบรับการฟื้นตัวของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการยอดขายรอโอน (Backlog) ในมือกว่า 27,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้กว่า 40% หนุนรายได้ครึ่งปีหลังโตก้าวกระโดด

ทั้งนี้บริษัทวางแผนเปิด 21 โครงการใหม่แบ่งเป็น บ้านแนวราบ 12 โครงการ, คอนโดมิเนียม 9 โครงการ มูลค่ารวม 27,000 ล้านบาท และจะให้ความสำคัญกับการบริหารโครงการพร้อมอยู่ควบคู่กับการเปิดโปรเจกต์ระดับไอคอนิกในทำเลศักยภาพสูง ทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ต โดยกลุ่มแนวราบจะเปิดตัวบ้านเดี่ยวลักชัวรีพร้อมกัน 3 โครงการ ประกอบด้วย เศรษฐสิริ เกรทดอนเมือง, เศรษฐสิริ รัตนาธิเบศร์ และบุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา นอกจากนี้ยังเจรียมเปิดตัว Wellness Community แห่งแรกของแสนสิริ บนพื้นที่กว่า 142 ไร่ ติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ และราชพฤกษ์ คอมมิวนิตี้บนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ พร้อมขยายการลงทุนไปในตลาดภูเก็ตภายใต้แบรนด์เดอะ เทลส์ (The Tales) พูลวิลล่าระดับลักชัวรี ซึ่งเป็นบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่ที่เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้
ส่วนกลุ่มคอนโดฯเปิดใหม่ ประกอบด้วย เดอะ โมนูเมนต์ สาทร (The Monument Sathon),แบรนด์เฮาส์ (HAUS) ใน T77, แคนวาซ พาเลท เชิงทะเล และคอนโดฯที่เมืองภูเก็ตโซนในเมืองและโซนท่องเที่ยวย่านสามกอง และป่าตอง นอกเหนือจากนี้ยังมีโครงการพร้อมอยู่ (Ready to Move) อีก 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 18,300 ล้านบาท ที่สามารถสร้างการรับรู้รายได้ให้กับบริษัทได้ทันที





