อัลไลประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ก้าวสู่ “Urban Experience Platform” ชูกลยุทธ์ Redefine, Rebrand & Renovate และ Reignite เพื่อเชื่อมโยงผู้คน พื้นที่ ธุรกิจ และประสบการณ์การใช้ชีวิตเข้าด้วยกัน พร้อมจัด Brand Architecture ในเครือใหม่ทั้ง CDC, The Crystal และ ALLY Village สู่ระบบนิเวศไลฟ์สไตล์เป็นหนึ่งเดียว นอกจากนี้ เตรียมเพิ่มทุนเพื่อเข้าลงทุนเพิ่มอีก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ Charn แจ้งวัฒนะ, สายไหม อเวนิว, และ The Zone ทาวน์อินทาวน์ เดินหน้าปักธงขยายพอร์ต Community & Retail Mixed-Used

กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ALLY มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 25 โครงการทั่วโลก แบ่งเป็นโครงการในประเทศไทยจำนวน 17 โครงการ ภายใต้ 3 กลุ่มแบรนด์หลัก คือ CDC, The Crystal และ ALLY Village ส่วนโครงการต่างประเทศ เน้น Landmark Development และ Operating Platformโดยในจำนวนนี้ ALLY REIT มีสินทรัพย์ภายใต้การลงทุนรวมมูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาท โดยดำเนินแผนภายใต้กลยุทธ์ Strategic Transformation เพื่อเปลี่ยนผ่านบทบาทจากผู้บริหารจัดการพื้นที่ (Operator) สู่การเป็น “Urban Experience Platform” หรือแพลตฟอร์มที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในเมืองอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิดหลัก “Where Life Feels Right” การปรับโฉมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ครอบคลุม 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงแบรนด์และการจัดการพอร์ตโฟลิโอ เพื่อยกระดับ CDC สู่การเป็น Design District ทั้งการ Refresh แบรนด์ The Crystal และการเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่าง “ALLY Village”, การปรับปรุงโครงการครั้งใหญ่ ลงทุนกว่า 200 ล้านบาทเพื่อพลิกโฉม CDC และการจัดสรรงบประมาณโครงการละ 10-50 ล้านบาทสำหรับ ALLY Village เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวและเชื่อมโยงชุมชน และการสร้างการเติบโตทางการเงิน ตั้งเป้าขยายมูลค่าสินทรัพย์จาก 20,000 ล้านบาท สู่ 35,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 พร้อมการลงทุนใหม่ในโครงการศักยภาพมูลค่ากว่า 1,515 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ Redefine ผ่านการขยายบทบาทจาก Developer สู่ Urban Experience Platform ในฐานะกลุ่มลงทุนและบริหารอสังหาฯระดับโลก ที่ผสานบทบาทของทั้งนักลงทุน และผู้บริหารสินทรัพย์เข้าด้วยกัน โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 กลยุทธ์การลงทุนหลัก อาทิ Lifestyle Communities คอมมูนิตี้มอลล์และมิกซ์ยูส โดยมี ALLY REIT เป็นเรือธง, Global Platforms แพลตฟอร์มอสังหาฯ ระดับสากล ครอบคลุม Commercial, Hospitality, Logistics และ Credit และ Landmark Developments การลงทุนเชิงสัญลักษณ์ทั้งในและต่างประเทศ, Rebrand & Renovate มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงจากการเป็น Mall Identity สู่ Community Ecosystem ที่เชื่อมต่อผู้คน พื้นที่ และธุรกิจ เข้าด้วยกัน พร้อมเปลี่ยนผ่านจาก Retail Building สู่ Urban Experience Design ที่พร้อมออกแบบพื้นที่ที่จะส่งมอบประสบการณ์ให้แก่ผู้บริโภค ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน และ Reignite เดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านแผนการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ของ ALLY REIT เพื่อเข้าลงทุนเพิ่มเติม 3 โครงการศักยภาพ อาทิ โครงการ Charn แจ้งวัฒนะ, สายไหม อเวนิว, และ The Zone ทาวน์อินทาวน์รวมมูลค่า 1,515 ล้านบาท เพื่อเสริมความเป็นผู้นำในตลาดและขยาย footprint ในทำเลศักยภาพสูง พร้อมขับเคลื่อนรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหน่วยได้อย่างยั่งยืน

อรรถกร เนตร์เนรมิตดี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ อัลไล กล่าวว่า การรีแบรนด์ครั้งใหญ่นับเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมต่อ Ecosystem ให้เป็นหนึ่งเดียว ผ่านการวางโครงสร้าง Brand Architecture ใหม่ที่ผสานทุกแบรนด์ในเครือเข้าสู่ Brand & Business Ecosystem เดียวกัน ภายใต้ ALLY Platform โดยที่แต่ละแบรนด์ยังคงเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ แนวคิดการปรับโฉมของทุกแบรนด์ยังยึดหลัก Spatial Reimagination ที่ผสานสถาปัตยกรรมเข้ากับธรรมชาติ โดยมีประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลางครอบคลุมตั้งแต่งานสถาปัตยกรรม พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงวิถีชีวิตผู้คน ผ่าน 3 แบรนด์หลัก ได้แก่

– CDC Rebrand & Major Renovation เปิดตัวการรีแบรนด์ CDC พร้อมแผน Major Renovation ครั้งใหญ่ ด้วยงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Home & Décor ในระดับ Southeast Asia’s No.1 Design & Home Décor Destination ที่รวบรวมกว่า 500 แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งบ้านชั้นนำ บนพื้นที่โครงการรวมกว่า 73 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อาคาร (GFA) กว่า 100,000 ตารางเมตร โดยพัฒนาให้เป็น Integrated Design & Lifestyle District ที่รวมทั้งสินค้า บริการ และประสบการณ์ไว้ในพื้นที่เดียวอย่างครบวงจรพร้อมยกระดับสู่ Experience-Driven Destination for Design, Discovery & Living ที่ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบเพื่อให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมและใช้ชีวิตร่วมกับพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่สวนกลางแจ้งขนาดใหญ่กว่า 19 ไร่ คาดว่าเสร็จปี 2028 ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวภายในโครงการพาณิชย์ (Commercial Park) ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ

– ALLY Village Brand Launch & Renovation Rollout การเปิดตัวแบรนด์ ALLY Village ในฐานะ “A Lifestyle Neighborhood” ที่สะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตในชุมชนอย่างแท้จริง โดยจะเริ่มปรับโฉมเฟสแรกที่โครงการ The Scene ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น ALLY Village Town-in-Town ตามด้วย ALLY Village Songprapha, Amorini และ North Ratchapruek และทยอยพัฒนาโครงการที่เหลือในพอร์ตภายใน 5 ปี ได้แก่ ALLY Village RAMKAMHANG, ALLY Village North RATCHAPRUEK, ALLY Village Park Samyan, ALLY Village Rangsit Klong 2 และ ALLY Village Watcharapol ภายใต้แนวคิด Neighborhood Rooted & Authentic ที่เชื่อมโยงตัวตนของแต่ละพื้นที่เข้ากับบริบทชุมชนอย่างลึกซึ้ง พร้อมผสานแนวคิด Green Living & Everyday Wellbeing ผ่านการใช้วัสดุธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างสมดุลของชีวิตทั้งกายและใจ และออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่รองรับทุกช่วงเวลาของชีวิต หรือ Made for the Moment of Daily Life ที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิต พักผ่อน และเชื่อมโยงกันได้อย่างกลมกลืน

– The Crystal Brand Refresh การปรับภาพลักษณ์ของ The Crystal ครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Curated Urban Sanctuary” และ “Gathered in Good Taste” เพื่อยกระดับให้เป็นจุดหมายปลายทางของการใช้ชีวิตที่สะท้อน “รสนิยม” อย่างมีเอกลักษณ์ ผ่านการคัดสรรร้านค้าและร้านอาหารในรูปแบบ Curated Community of Taste-Making Shops & Restaurants ที่สร้างประสบการณ์แตกต่าง พร้อมต่อยอดเป็น Aspirational Lifestyle Experience ที่ผสานการใช้ชีวิตประจำวันเข้ากับความรื่นรมย์ได้อย่างลงตัว โดยทั้ง 3 โครงการหลักตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ ได้แก่ เอกมัย-รามอินทรา (Palm Hills), ราชพฤกษ์ และชัยพฤกษ์ ซึ่งช่วยตอกย้ำการเป็น One-Stop Urban Destination ใจกลางย่านสำคัญ ที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิตในที่เดียวอย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ALLY ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนภายใต้กรอบ 3P ครอบคลุม People, Planet, Profit มุ่งสู่เส้นทาง Net Zero ด้วยการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจาก 12% สู่ 20% ติดตั้ง Solar Rooftop ครอบคลุมทุกโครงการ สนับสนุนสถานี EV Charging และเข้าร่วมระบบจัดการขยะ Care the Whale พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ท้องถิ่น

ทั้งนี้ ALLY ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (ESG) ภายใต้เป้าหมาย “Road to Net Zero” อาทิ Environment (E) เพิ่มพื้นที่สีเขียวสาธารณะ (Pocket Park) ในทุกชุมชน และการใช้พลังงานทดแทน (Solar Energy) รวมถึงการจัดการขยะ (Waste Management), Social (S) สนับสนุนธุรกิจ SME ในท้องถิ่น และสร้างพื้นที่กิจกรรมเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในชุมชน และ Governance (G) ยึดถือหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบในการบริหารการลงทุน





