กำลังซื้อคอนโดฯ Q2/2569 ทรุดหนัก! คนไทยรัดเข็มขัดผวาศึกตะวันออกกลาง

กำลังซื้อคอนโดมิเนียม ไตรมาส 2/2569 เผชิญมรสุมเศรษฐกิจรอบทิศ หลังคนไทยขาดความเชื่อมั่น ผวาผลกระทบสงครามโลกผันผวนจนแห่ชะลอการใช้เงิน บีบรายย่อยเบรกแผนเปิดโครงการ ขณะที่กลุ่มทุนใหญ่ปรับกลยุทธ์หนีตาย ดันราคาเฉลี่ยพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2563 เหตุเบนเข็มเกาะแนวรถไฟฟ้าจับกลุ่มพรีเมียมกระเป๋าหนัก หวังลดความเสี่ยงยอดกู้ไม่ผ่าน

สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เผยข้อมูล ณ ไตรมาส 2/2569 พบว่า กำลังซื้อของคนไทยชะลอตัวลงอย่างชัดเจนตามสภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นต่อปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงราคาน้ำมันและค่าครองชีพ แม้ผู้บริโภคจะเริ่มปรับตัวได้บ้าง แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กดดันภาระค่าใช้จ่าย

การชะลอตัวดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่และก่อหนี้ผูกพันระยะยาว สะท้อนได้จากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ยังคงพุ่งสูง ท่ามกลางภาวะที่ยังไม่มีนโยบายหรือมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชัดเจนเพิ่มเติมจากภาครัฐ ขณะที่การเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในไตรมาส 2/2569 มีจำนวนรวมประมาณ 2,332 ยูนิต ลดลงราว 67% เมื่อเทียบกับ

ไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) อย่างไรก็ตาม ภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 มีการเปิดตัวสะสมอยู่ที่ประมาณ 9,501 ยูนิต ซึ่งยังคงเติบโตเพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สำหรับแนวโน้มตลอดทั้งปี 2569 คาดการณ์ว่ายอดเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่อาจสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยประเมินไว้ตอนต้นปีที่ 17,000 ยูนิต เนื่องจากผู้ประกอบการบางรายเริ่มทยอยเปิดขายและเปิดเผยแผนพัฒนาโครงการใหม่มากขึ้น โดยประเมินว่าตัวเลขรวมทั้งปีมีความเป็นไปได้ที่จะขยับขึ้นไปแต่ไม่เกิน 20,000 ยูนิต ทั้งนี้ ยังคงต้องจับตาปัจจัยลบระดับโลกที่อาจกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ราคาขายเฉลี่ยพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2563 เหตุหนีไปจับกลุ่มพรีเมียม-แนวรถไฟฟ้า

หากเจาะลึกถึงทำเลที่ตั้งของคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในไตรมาส 2/2569 กว่า 90% ตั้งอยู่ตามแนวรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท (นอกเขต CBD) ส่วนที่เหลือกระจายตัวอยู่ในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยในไตรมาสนี้พุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 150,420 บาทต่อตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนถึง 78.4% ปัจจัยนี้ดันให้ราคาขายเฉลี่ยช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ทะยานสู่ 120,360 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งนับเป็นสถิติที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา

แม้ตลาดจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่การที่ราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น เป็นเพราะผู้ประกอบการหันไปโฟกัสกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อหนีปัญหาการขอสินเชื่อที่กู้ผ่านยากในกลุ่มระดับราคาล่าง ประกอบกับทำเลที่เลือกเปิดโครงการ ล้วนอยู่ใกล้หรือในระยะเดินถึงสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งการขยายตัวของโครงข่ายรถไฟฟ้าสู่พื้นที่รอบนอกนี้ ได้ฉุดให้ต้นทุนที่ดินสูงขึ้น และผลักดันให้ราคาขายคอนโดมิเนียมต้องปรับตัวสูงขึ้นตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

รายย่อยเบรกแผน – ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ปรับตัวเน้น “สร้างเสร็จพร้อมอยู่” สกัดกลุ่มเก็งกำไร

ภาพโครงการเปิดขายใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขับเคลื่อนโดยผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ฯ เกือบ 100% โดยมีโครงการจากดีเวลลอปเปอร์นอกตลาดเพียง 68 ยูนิต จากทั้งหมด 9,501 ยูนิต สะท้อนว่า ผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กเลือกที่จะชะลอการเปิดโครงการใหม่ เพื่อรอดูทิศทางตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มปรับกลยุทธ์หันมาเปิดขายโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ (Ready to Move) รูปแบบคอนโดมิเนียมขนาดเล็ก ยูนิตไม่มากนัก ในระดับราคา 180,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป ทั้งนี้ ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา แทบไม่มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมนอกแนวรถไฟฟ้า เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการเจาะกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ที่ต้องการโอนกรรมสิทธิ์ แทนกลุ่มเก็งกำไรระยะสั้น นอกจากนี้ หลายรายยังรุกแก้ปัญหาและลดความเสี่ยงด้านยอดปฏิเสธสินเชื่อ ด้วยการคัดกรองความพร้อมด้านเครดิตล่วงหน้า หรือออกแคมเปญประเภท “ผ่อนก่อนอยู่” เพื่อช่วยดันยอดโอนให้ราบรื่นขึ้น

ในด้านกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ ภาพรวมไตรมาส 2/2569 ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อชาวจีนที่หดตัวลงอย่างมาก และยังไม่มีกลุ่มอื่นเข้ามาทดแทนได้เต็มกำลัง แม้จะมีผู้ซื้อชาวเมียนมาเข้ามาบ้าง แต่ก็เป็นเพียงสัดส่วนน้อย ส่วนกลุ่มชาวรัสเซียนั้น แม้จะมีการเติบโตสูง ในภูเก็ตและพัทยา แต่ในกรุงเทพมหานครยังไม่มีบทบาทมากนัก

สำหรับชาวต่างชาติสัญชาติอื่นๆ แม้จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยการหายไปของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีนได้ ขณะที่กลุ่มผู้ซื้อจากตะวันออกกลางซึ่งเคยเป็นกระแสข่าว ก็ยังไม่มีการขยายตัวอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นายสุรเชษฐ กล่าวสรุปปิดท้าย

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง