ออริจิ้น เวอร์ติเคิลเร่งปิดยอดโอนคอนโดฯโซ ออริจิ้น ศิริราช มูลค่า 1,300 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ หลังปิดการขายได้ตั้งแต่ช่วงเปิดพรีเซล เน้นเจาะกลุ่มผู้บริหารระดับสูง 40% กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 30% และกลุ่มเจ้าของธุรกิจส่วนตัว 30% พร้อมปรับกลยุทธ์การขายใช้ Social Media และ TikTok มากขึ้น เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อรุ่นใหม่ควบคู่ไปกับการจัดแคมเปญร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Lazada และ Shopee เแก้ปัญหา Rejection Rate ซึ่งมีอัตราค่อนข้างสูง40–50% ในกลุ่มคอนโดฯราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท

อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมในเครือบริษัทออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปีนี้บริษัทวางแผนจะปิดยอดโอนห้องชุดของโครงการ โซ ออริจิ้น ศิริราช (So Origin Siriraj)จำนวน 256 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท ซึ่งได้ปิดการขายตั้งแต่ช่วงเปิดพรีเซล ขณะนี้มีลูกค้าทยอยโอนแล้วประมาณ 40% โดยโครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใกล้โรงพยาบาลศิริราช และสถานีรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกันถึง 3 สาย เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ และพนักงานระดับบริหารที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าพนักงานบริษัทเอกชนกลุ่มพนักงานเอกชน: โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารระดับสูง (Top Management) 40% กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ และเภสัชกรจากโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลธนบุรี และโรงพยาบาลในพื้นที่ประมาณ 30% และกลุ่มเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ซึ่งส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลศิริราชอีกประมาณ 30%
สำหรับทิศทางธุรกิจและการวางแผนการตลาดในช่วงปลายปีนี้ บริษัทจะเน้นไปที่โครงการคอนโดมิเนียมพร้อมโอนและแผนการปิดโครงการในช่วงปลายปี พร้อมปรับกลยุทธ์การขายมาใช้ Social Media และ TikTok มากขึ้นเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อรุ่นใหม่ควบคู่ไปกับการจัดแคมเปญร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Lazada และ Shopee เพื่อรับมือและจัดการกับปัญหายอดปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร (Rejection Rate) ซึ่งมีอัตราค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดฯราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่มีอยู่ประมาณ 40–50% โดยปรับกลยุทธ์โดยเร่งยอดขายให้มากกว่าเป้าหมายการโอนจริง เช่น หากตั้งเป้าโอนไว้ที่ 10 ยูนิตต่อสัปดาห์ จะต้องทำยอดขายให้ได้ประมาณ 15–20 ยูนิต เพื่อชดเชยกับอัตราการกู้ไม่ผ่านที่มีประมาณ 40–50% โดยมีทีมงานช่วยติดตามผลและเจรจากับทางธนาคารอย่างต่อเนื่อง และเข้าไปช่วยประสานงานเจรจาและยืนยันรายได้กับฝ่าย HR หรือเจ้าของบริษัทของลูกค้า ในกรณีที่ธนาคารติดต่อ HR ลำบาก รวมทั้งทำงานร่วมกับพันธมิตรธนาคารเกือบทุกแห่งเพื่อช่วยกันปรับและดันเคสให้ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ

ปัจจุบันกลุ่มออรจิ้นฯมีการนำห้องชุดที่ลูกค้ากู้ไม่ผ่านกลับมา “ขายซ้ำใหม่” ทันที ซึ่งในทำเลที่ดีและมี Demand รองรับอยู่แล้ว จะใช้เวลาหมุนเวียนขายซ้ำเพียง 1–2 รอบก็สามารถปิดการขายได้ สำหรับกลุ่มลูกค้าที่กู้ยาก ไม่มีประวัติเครดิต หรือมีภาระผ่อนสินค้าอื่น ออจิจิ้นฯจะหันมาเน้นรูปแบบการปล่อยเช่าแทน เช่น โปรแกรมลงทุนหรือIP Programเพื่อรองรับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนจากซื้อมาเป็นเช่าเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมีการจัดแคมเปญโปรโมชันและร่วมมือกับสถาบันการเงินปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจและผ่านการอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ล่าสุดมีการนำห้องชุดขายผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce ร่วมกับ Lazada และ Shopee โดยจัดกิจกรรม Live สด นำอินฟลูเอ็นเซอร์หรือคู่ดูโอ้มาช่วยโปรโมทและเชียร์ขาย โดยใช้โมเดลปักตะกร้า เก็บโค้ด และล็อคดีล เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถกดเก็บส่วนลดหรือจองสิทธิ์คอนโดฯราคาพิเศษ เช่น คอนโดติดรถไฟฟ้าสถานีสายลวด ราคาพิเศษ 1.59 ล้านบาท จากเดิมราคา 1.79 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีการเจาะตลาดในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง EEC (ศรีราชา, บางแสน, ระยอง) และ ภูเก็ต ตามโครงสร้างดีมานด์ของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะตลาด EEC ที่เริ่มกลับมาคึกคักและทำผลงานได้ดีตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 หลังจากชะลอตัวไปในช่วงปลายปีถึงไตรมาส 1 โดยโครงการในพื้นที่ศรีราชาถือว่าเป็นพื้นที่ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของออรจิ้นฯในปีนี้ โดยมีดีมานด์จาก 2 กลุ่มหลัก มาจากกลุ่มนักศึกษาในบางแสน-ศรีราชาที่มีดีมานด์สูงช่วงเปิดเทอม ทั้งจากผู้ปกครองที่ซื้อที่พักให้ลูกหลาน และนักลงทุนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าให้นักศึกษา และกลุ่มคนทำงานในโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นดีมานด์หลักในพื้นที่ระยองและรอบนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนจาก “ซื้อ” เป็น “เช่า”: เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้คนรุ่นใหม่และคนทำงานหันมาเช่าแทนการซื้อ ส่งผลให้ ตลาดเช่าใน EEC เติบโตดีมาก บางโครงการมีลูกค้าระดับองค์กร (Corporate) เข้ามาขอเช่าเหมาลอตใหญ่ประมาณ 30–50 ห้อง
ทำให้บริษัทได้ประบกลยุทธ์สร้างรายได้จากตลาดเช่า (IP Program & Rental) โดยได้คัดห้องพักมาบริหารแบบปล่อยเช่า ทั้งรูปแบบสัญญาเช่ารายปีที่สร้างผลตอบแทน(Yield) ได้ประมาณ 7–8%) และโปรแกรมลงทุน IP Program ซึ่งบางโครงการใกล้ นิคมฯ เช่น The Origin แพรกษา เมื่อตกแต่งพร้อมอยู่จะมีผู้เช่ามารอต่อคิว (Waiting list) ทันที โดยในพื้นที่ระยอง บริษัทมีแผนปิดการขายเพิ่มอีกประมาณ 2 ตึก และยังคงอยู่ในแผนพัฒนาเมืองควบคู่กับที่อยู่อาศัยในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีแผนจะเปิดโครงการในพื้นที่พัทยาเพิ่มเติมในอนาคต

ขณะที่โครงการโซ ออรจิ้น ศิริราช ได้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Wellness Residential ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและใจ ผ่านสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อาทิ ห้องพิลาทิส พื้นที่ทำสมาธิ และระบบดูแลความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ภายในห้องพักมีการใช้สถาปัตยกรรมแบบ Universal Design ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และเพดานสูงเพื่อให้ความรู้สึกเหมือนอาศัยอยู่ในบ้าน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบห้องพักเพื่อความปลอดภัยและผู้สูงอายุ (Senior & Universal Design) ด้วยพื้นลดแรงกระแทก (Absorption Rate) โดยเลือกใช้วัสดุพื้นที่ช่วยรองรับและซับแรงกระแทก ลดความรุนแรงหากเกิดการหกล้มพร้อมปุ่มกดฉุกเฉิน (SOS)ภายในห้องพัก สามารถกดเพื่อส่งสัญญาณแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังฝ่ายนิติบุคคลด้านล่างได้ทันที ระบบดูแลคุณภาพอากาศ มีการติดตั้งเซ็นเซอร์และอุปกรณ์กรองอากาศเพื่อช่วยหมุนเวียนและดูแลให้อากาศภายในห้องบริสุทธิ์อยู่เสมอ และห้องน้ำแบบ Universal Design ออกแบบห้องน้ำขนาดใหญ่ ไม่มีสเต็ปพื้นต่างระดับ (Step-free) เพื่อความปลอดภัยและรองรับการใช้งานของรถเข็น (Wheelchair) ได้อย่างสะดวก พร้อมห้องตรวจส่วนตัวให้คุณหมอสามารถเข้ามานัดหมายและให้บริการตรวจสุขภาพแก่ผู้อยู่อาศัยภายในโครงการได้





