พาชมตึกจริง ROMM Convent ที่สุดของ Luxury Wellness Residences แห่งแรกบนถนนคอนแวนต์

คงไม่มีที่ไหน ทำได้อย่าง ROMM Convent  อีกแล้ว โครงการที่ยกระดับของการพักอาศัยและใช้ชีวิตเหนือใคร จะมีที่ไหนที่สามารถให้บุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลชั้นนำ อย่าง  BNH สามารถ เข้ามาตรวจ ให้บริการได้ถึงภายในโครงการ พร้อม Health Butler ที่คอยช่วยเหลือประสานงานด้านสุขภาพ และดูแลปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้  แต่ที่นี่ ROMM Convent คือ Luxury Wellness Residences จาก Proud Real estate  ที่มาพร้อมความร่วมมือกับ โรงพยาบาล BNH และ BeDee by BDMS เพื่อสร้างนิยามของความ Luxury ใหม่ที่ไม่ใช่แค่ความหรูหรา แต่คือความเหนือระดับของการอยู่อาศัยที่ใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพของลูกบ้านที่นี่  

 ROMM Convent  Luxury Wellness Residences บนถนนคอนแวนต์ ในวันนี้ เสร็จสมบูรณ์แล้ว 100 พร้อมส่งมอบให้ลูกบ้านเริ่มเข้าอยู่แล้ว  โครงการนำเสนอประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Well-Being   ได้รับการรับรองจาก Fitwel  Design Certificate ที่เป็นระบบมาตรฐานอาคารที่มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพจากสหรัฐอเมริกา  จึงมั่นใจได้ว่าการออกแบบอาคารที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยได้อยู่อย่างปลอดภัยและสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น    

ความRareของ ROMM Convent  คือ ที่ตั้งโครงการ ที่เป็นหนึ่งเดียวบนถนนคอนแวนต์ อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาล BNH แบบแค่เดินข้าม  ซึ่งเชื่อว่าถึงวันนี้ คงไม่มีใครสงสัยในศักยภาพของทำเล CBD  สีลมสาทร ที่รายล้อมไปด้วย Mega Projects หลายหมื่นล้าน ทั้ง One Bangkok  หรือ  Dusit Central Park  ที่วันนี้ เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว   ที่ดิน 1.6 ไร่  ถูกออกแบบให้เป็นอาคารพักอาศัยสูง 32ชั้น 1 อาคาร ด้วยแนวคิด Biological Design  ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ สเปซ และชีวิตของผู้อาศัยให้สามารถใช้ประโยชน์จากลม อากาศ แสงแดด คล้ายกับแนวคิดของบ้านเรือนไทย และการออกแบบที่เอื้อต่อ Wellness Living ทั้งกระจก Full Height ที่สามารถเปิดรับแสง สามารถเปิดรับทั้งวิวเมืองกรุงเทพได้ได้อย่างเต็มสายตา 

โครงการมอบความเป็นส่วนตัวสูงมากๆ เพราะมียูนิตพักอาศัยเพียง 175  ยูนิต และมียูนิตสูงสุดต่อชั้น ไม่เกิน 8 ห้อง  แต่สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือที่ ROMM Convent  ให้ที่จอดรถมากถึง 198 คัน หรือประมาณ 113 ที่นี่เลือกใช้ระบบ Duo Bot  ระบบจอดรถอัตโนมัติ ที่สะดวกและรวดเร็ว จากการได้ลองใช้งานจริง เราไม่ต้องขับรถเข้าลิฟท์ด้วยตัวเอง เพียงแค่จอดให้ตรงตำแหน่งแล้ว Pallet จะถูกนำเข้าสู่พื้นที่จัดเก็บอย่างปลอดภัย  ตอบโจทย์คนรักรถและกลุ่มที่ใช้รถหรูเป็นอย่างมาก   

สิ่งที่เราชื่นชมคือการระดมทีมออกแบบชั้นแนวหน้า ทั้งงานสถาปัตยกรรมอาคารจาก OPENBOX Architects ที่ออกแบบในคอนเซ็ป Biological Design ออกแบบพื้นที่เปิดรับธรรมชาติ มีพื้นที่สีเขียวกว่า 2,000 ตร.ม. แทรกซึมระหว่างชั้นของอาคาร และด้านบนเป็น The Sky Retreat ส่วนกลาง Wellness Facilities 4 ชั้น ทำให้ตัวอาคารมีความสวยงามโดดเด่น ตัวอาคารออกแบบในรูปทรง ตัว L โดยบริเวณมุมอาคารจะเป็นยูนิตพิเศษที่เรียกว่า Sky Villa ซึ่งออกแบบให้แต่ละชั้นค่อย ๆ ไล่ระดับขึ้นไป เกิดเป็นเส้นสายทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น พร้อมสร้างเอกลักษณ์เฉพาะให้กับห้องมุมในแต่ละระดับ 

งาน Landscape ที่นี่ก็โดดเด่นสัมผัสได้ตั้งแต่เข้าสู่โครงการ ด้วยสวน Sensory Garden  ที่เป็นเหมือนสวนหน้าบ้าน คอยต้อนรับในยามกลับบ้าน เป็นพื้นที่สวนที่ส่งเสริมการรับรู้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตา หู จมูก ปาก การสัมผัสมีการเลือกใช้พรรณไม้ที่มีกลิ่นหอมหลากหลาย และสมุนไพรที่ทานได้ พร้อม Water Feature  ที่ช่วยให้เมื่อได้ยินเสียงก็รู้สึกผ่อนคลาย  โครงการยังเติมลูกเล่นเล็กๆอย่างกระดิ่งลม  ที่เมื่อลมพัดแรกๆ ก็จะกระทบกันเกิดเสียงให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน ขณะเดียวกันก็เป็นลูกเล่นที่เชื่อมโยงกับชื่อ “สีลม” ผ่านทั้ง “เสียง” และ “ลม” ได้อย่างมีเสน่ห์

 สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ชั้น นี้ จะมี Lobby & Reception, Co-Working Space และ Fit Lab Café  พื้นที่สำหรับลูกบ้านมานั่งทำงาน หรือให้เด็กๆมานั่งทำการบ้านที่นี่ได้ มีเครื่องดื่มและเครื่องทำกาแฟ Capsule พร้อมให้บริการ  

จุดนี้ที่ชอบคือ มีชุดโต๊ะเก้าอี้ หลายชุดเลย  และค่อนข้างเป็นส่วนตัวเพราะกระจายชุดที่นั่งกันค่อนข้างห่าง   และการออกแบบบันไดวนเพื่อขึ้นสู่พื้นที่ชั้น ก็ดูสวยงามและรับกันได้ดี  

สำหรับที่ชั้น จะเป็นพื้นที่ ที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น อาทิ ห้อง  Study Room & Meeting Room  ห้องติวที่สามารถจองใช้เพื่อให้ Private Tutor มาติวสอนพิเศษได้ หรือ ใช้นั่งประชุมงาน มีจอทีวีให้สำหรับประชุมได้ด้วย  ต่อด้วย  Music Room   ห้องซ้อมดนตรี ที่ทางโครงการได้เตรียม Piano และ Guitar  ไว้ให้  ซึ่งลูกบ้าน สามารถจองใช้ ผ่าน Application PROUD Living  

ที่น่าสนใจและเรียกได้ว่าเป็น  Exclusive สมกับการเป็น Wellness Residences  ที่มีความร่วมมือกับทาง BNH  คือที่นี่จะเตรียมห้อง Wellness Lounge และ Consultation Room  ไว้ให้ เพื่อให้ลูกบ้านสามารถให้คุณหมอ คุณพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ เข้ามาดูแล หรือให้การตรวจ ถึงภายในโครงการได้ และ มีการเชื่อมระบบกับทาง BNH  เพื่อความสะดวกในการเก็บประวัติการรักษา  และ   ลูกบ้านที่นี่จะได้รับสิทธิ์ BNH LOYAL HERITAGE PRIVILAGE   ที่สามารถเข้าใช้บริการ The Royal Heritage Ward  ที่ชั้น 8 ของโรงพยาบาล   ที่จะได้รับการดูแลจากแพทย์ระดับ A-List  และได้รับบริการส่วนลดสูงสุด 20%    

และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นผู้ช่วยดูแลด้านสุขภาพ Health Butler   ที่คอยสแตนบาย ให้การช่วยเหลือลูกบ้านในด้านต่างๆ ดังนี้  

HEALTH GUIDANCE (คําแนะนําด้านสุขภาพ)  

HEALTH SERVICE COORDINATION (ประสานงานบริการด้านสุขภาพ การเข้ารับบริการทางการแพทย์กับโรงพยาบาล BNH และคอยอํานวยความสะดวกด้านบริการ TELE-HEALTH  

WELLNESS PROGRAM & COMMUNITY SUPPORT  สนับสนุนและร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมด้านสุขภาพให้กับลูกบ้านอย่างทั่วถึง 

EMERGENCY ASSISTANCE & FIRST AID SUPPORT  ประสานงานเหตุฉุกเฉิน  


เห็นได้ว่า Heal Butler  มีหน้าที่ที่เฉพาะทางด้านสุขภาพ  แตกต่างจาก Butler ทั่วๆไปในโครงการ Luxury อื่นๆ 

อีกความพิเศษของที่นี่คือ ยก Facility Highlight ขึ้นไปบนชั้น 30-32  The Sky Retreat  แบบ Triple Facility Floors  และ อีก 1 ชั้น Rooftop ซึ่งถ้าเรามองจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคาร จะเห็นถึงความสวยงานและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากๆ  

 ที่ชั้น 30  จะเป็นส่วนของ Pool Terrace and Swimming Pool และ Gym  ซึ่งที่ชั้นนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 6.00 – 22.00   สระว่ายน้ำแบบ Active Pool  ขนาด 5×25  เมตร  ยังเพิ่ม Function เพื่อความผ่อนคลายอย่าง Hydrotherapy Pond  ให้น้ำนวดกล้ามเนื้อ  และส่วนของสระเด็กอีกด้วย   

รอบๆข้างสระยังเพิ่มพื้นที่ Cabana สำหรับนั่งเล่น นั่งชมวิว ไว้หลายจุด ซึ่งต้องยอมรับว่า วิวจากจุดนี้ สวยจริงๆ เห็น Skyscraper ของเมืองกรุงเทพ     

ห้อง Gym ที่นี่ก็ใช้อุปกรณ์จาก Technogym ที่ทันสมัยมากๆ พร้อมเครื่องวัดมวลร่างกาย Technogym Checkup ที่วัด Fitness Age ของเราได้อย่างละเอียดพร้อมบันทึกค่าต่างๆให้เราผ่าน App  เหมาะมากๆสำหรับลูกบ้านสายออกกำลังกาย  

 ชั้น 31  จะเป็นแนวผ่อนคลายเพื่อให้เป็นการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่ ที่ชั้นนี้มีทั้ง Wellness Studio ที่สามารถใช้เป็นห้องโยคะและ Pilates ได้

Meditation Pod พื้นที่ให้เรานั่งสงบใจ ในบรรยากาศวิวเมือง
ห้อง Treatment Room ที่สามารถจ้าง Therapist มาให้บริการแบบส่วนตัวที่ห้องนี้ได้
Family Onsen ห้อง Onsen ที่สามารถจองใช้งานแบบเป็นครอบครัวพร้อมกันได้ผ่าน Proud Living App ซึ่งมีค่าบริการเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย

และห้อง AQUA SYMPHONY ที่แยกหญิงและชาย  ห้องวารีบำบัด ที่เราสามารถปรับ Mood ของแสงสีไฟในห้องและเล่นเพลง ขณะอาบน้ำ ได้ผ่าน Application เพื่อปรับอารมณ์และบรรยากาศเพื่อการผ่อนคลายขั้นสุด  

ชั้น 32  จะเป็นส่วนพักผ่อนสบายๆ พื้นที่ชั้นนี้จะเน้นพื้นที่นั่งพักผ่อน สนามเด็กเล่น เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีลูกๆ  

Relax Seating Area  นั่งชมเส้นขอบฟ้ากรุงเทพ ยามเย็นนี่ชิลสุดๆ  

Sensory Playground สนามเด็กเล่นที่ปลอดภัย  เครื่องเล่นเหมาะกับ เด็กเล็กๆ แนะนำว่าช่วงหลัง 5 โมงเย็นไปแล้ว แดดจะร่มหน่อยและลมบนชั้นนี้ดีมากๆ  

Sensory Play Ground

และห้อง Sky lounge   เหมาะสำหรับขึ้นมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ นั่งเล่นชมวิวเมือง ทำงาน Craft หรือสร้างผลงานศิลปะ นอกจากนี้ ห้องนี้ยังเตรียมบริการโซน Macha ไว้ให้ลูกบ้านชงชาเขียวอีกด้วย  

Rooftop Floor   ชั้นนี้จะเป็น BBQ Yard  ที่ให้ลูกบ้านสามารถจองขอใช้พื้นที่จัด BBQ Party ส่วนตัว ได้  มีห้องและพื้นที่เตรียมอาหารได้ พร้อมเตา BBQ แบบไฟฟ้า ไว้ให้บริการด้วย ซึ่งลูกบ้านสามารถขอจองผ่าน Proud Living App ได้เช่นเดียวกัน 

เห็นได้ว่า Facility  ทั้งหมด ถูกออกแบบและจัดเตรียมไว้เพื่อเสริมความเป็น Wellness Residences ให้สมบูรณ์แบบ สมกับคำว่า All is well  ที่ ทาง พราว เรียลเอสเตท ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการมาตลอด   

สำหรับห้องพักอาศัย ณ วันที่เขียนเนื้อหานี้ ช่วงกันยายน 2569 นี้เหลืออยู่ประมาณ 10 %   ด้วยหลายปัจจัยที่ทำให้ ROMM Convent เป็นโครงการสุดแรร์ ที่กลุ่มลูกค้า High Net Worth มองว่าที่นี่เป็นมากกว่าแค่ที่พักอาศัยแต่ยังเป็นทรัพย์สินที่มีแต่เพิ่มมูลค่าขึ้นในระยะยาว ด้วยความหายากของที่ดินในทำเล ซอยคอนแวนต์  ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ หรือ กรุงเทพคริสเตียน ก็เลือกที่นี่เยอะ เพราะสะดวกมากๆ ในการรับส่งเด็กๆไปโรงเรียน  รวมทั้งกลุ่มคุณหมอโรงพยาบาลในย่านนี้ ทั้งจุฬาฯ , BNH , MedPark  ก็เลือกที่ ROMM Convent  ไม่น้อย และกลุ่มเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง  ก็ตัดสินใจเลือก ROMM Convent  เป็นสินทรัพย์ที่ได้ทั้งอยู่และส่งต่อด้วยเช่นกัน    

ห้องพักอาศัยมีทั้งหมด 7 Type สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ตามความต้องการตั้งแต่ห้อง 1 Bedroom ไปจนห้อง Penthouse ขนาดใหญ่   

Unit Type 

SIZE (Sq.m.) 

1 Bedroom 

 34.5 

1 Bedroom (Duplex) 

48-51 

1 Bedroom Plus 

60 

2 Bedrooms – Sky Villa 

84-128 

3 Bedrooms 

147-192 

Duplex 

71-97 

Penthouse 

418-468 

 

วันนี้เราได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสห้องแบบ 2 ห้องนอน  ที่วันนี้ทางโครงการได้มีการร่วมมือกับทาง Oly by Olivia Living  One Stop Design Solution  ออกแบบและแต่งห้องให้สวยลงตัว ออกแบบแบบ One-Stop Design Solution ตั้งแต่การวางแนวคิด เลือกเฟอร์นิเจอร์ แสง ผิวสัมผัส งานศิลปะ ไปจนถึงการจัดวาง ไม่ใช่การนำเฟอร์นิเจอร์สวยๆ มาวางรวมกัน แต่มองภาพรวม ต้องสวยหรูหราแต่ใช้งานได้จริง   

2 Bedroom   96.95 ตรม.  ตกแต่งครบจาก Oly by Olivia Living  

ความโดดเด่นของ ห้องนี้คือเข้ามาแล้วจะพบกับ Common Area ที่กว้าง เปิดโล่ง ตั้งแต่ส่วนของครัวไป Dining และ Living  แบบไม่ซับซ้อน  สัมผัสแรกที่รู้สึกได้คือความสูงโปร่งของเพดาน ที่ให้ความสูงถึง 3 เมตร  พร้อมกระจก Bay Window และ Full Heigh   ความพิเศษของห้องนี้ ทาง Oly by Olivia Living  ออกแบบตกแต่ง ด้วยแนวคิด  The Shadowed Sanctuary’ — Earthen Minimalism   ที่เรียบหรู สงบนิ่งและมีมิติ   

ส่วนของชุดครัวออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างจริงจัง แต่ก็อาจจะไม่เหมาะกับการทำอาหารหนักๆ แบบครัวไทยมากนัก  แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบทำอาหารฝรั่ง ต้องสนุกกับครัวที่นี่แน่นอน  เพราะว่าอุปกรณ์ครัทั้งเตาไฟฟ้า Hob & Hood  และ Combination Oven  ของ GORENJE   พร้อม Counter Island   สำหรับใช้ประกอบอาหา หรือนั่งทานข้าวที่จุดนี้ก็ได้     

สิ่งที่ชอบมากๆคือส่วนงานหินทั้งหมด ทาง ROMM Convent เลือกใช้หินอ่อน Ice Jade Mable  ทั้งหมด มีโทนสีเขียวขาวดำ สวยโดดเด่น ทั้งส่วนของ Island และ Kitchen Counter  พ้อมผนัง Back Splash   และ พื้นในส่วนของ Kitchen  นี้ ก็เลือกเปลี่ยนมาใช้กระเบื้องพอร์ชเลน เพื่อให้ดูแลง่ายขึ้น  

และสิ่งที่คนทำครัวรู้กันดีคือ ว่าจำเป็นมากๆ ต้องมีตู้และชั้นเก็บของให้มากๆ เพราะ อุปกรณ์เครื่องใช้และวัตถุดิบ เครื่องปรุงต่างๆ เยอะมากๆ ยิ่งห้องที่มีสมาชิก 3-4 คน ก็ยิ่งต้องเตรียมที่เก็บให้พอ ซึ่งภายใน Kitchen Area  ของห้องนี้ก็เตรียมชั้นวางของและ Build-in ตู้ไว้ให้เยอะมากๆ เพียงพอแน่นอน   

สำหรับโซน Dining  ก็สามารถวางโต๊ะยาวขนาด 6 ที่นั่งได้เลย สบายๆ  ซึ่งสำหรับห้องนี้ที่ไม่ได้มี ห้องทำงานหรือทำการบ้านแยก ก็เหมาะมากๆที่สมาชิกในบ้านจะปรับใช้โต๊ะทานข้าวนี้ ไว้เป็นโต๊ะนั่งทำงาน ทำการบ้านร่วมกันได้ด้วย  

 Living Area  โดดเด่นด้วย โซฟา Adaline Pull Out Sleeper จาก Vanguard Furniture แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก ที่สามารถดึงปรับเป็น SofaBed  ขนาด Queen Size ได้  ซึ่งเมื่อดูแล ระยะห่างจากโซฟา ถึง ทีวี ค่อนข้างไกล เมื่อปรับออกมาเป็นเตียง ก็ช่วยให้นอน ดูทีวีได้อย่างสบายตา เพราะระยะห่างกำลังดี  ผนังด้านหลังโซฟา แต่งเป็นชั้นวางโชว์ของ โทนไม้ให้เข้ากับพื้นห้อง และผนังฝั่งทีวี  

ห้องนอนเล็กมีห้องน้ำในตัว จะเป็นแบบ Double Access  มีโซน Closed สำหรับแต่งตัว พื้นที่ทำได้ดี ขนาดวางเตียง Queen Size ให้ดูแล้วก็ยังมีพื้นที่ส่วนปลายเตียงเหลือ ให้วาง Counter TV แล้วก็ยังเดินเข้าออกสบายๆ  

สำหรับห้อง Master Bedroom แบ่งสัดส่วนได้ดี พื้นที่สำหรับห้องนอนใหญ่ วางเตียงขนาด King Size ได้สบายๆ   ส่วนของพื้นห้อง ได้เป็น Hybrid engineered  ที่ให้ผิวสัมผัสและโทนสีเหมือนไม้จริง ช่วยให้โทนในห้องดูอบอุ่นและหรูมากยิ่งขึ้น  

ด้วยความที่ตำแหน่งห้องนี้ เป็นห้องมุม ซึ่งเมื่อถ้าเราเปิดผ้าม่านทั้งหมดออก ก็จะได้แสงธรรมชาติ และเปิดรับวิวถึง 2 ฝั่ง  จากผนังกระจกสูงถึงฝ้า 2.95 เมตร  

 สำหรับห้องน้ำ Design แบบ Sexy Bath  เพิ่มลูกเล่นให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น  พร้อมอ่างอาบน้ำ I-spa แบบ Full Size สีขาวสะอาดตา

Counter อ่างล้างหน้าแบบ His&Her บนหิน Ice Jade Marble มาให้ พร้อมตู้ใต้อ่าง สำหรับเก็บของใช้ในห้องน้ำให้เป็นระเบียบเรียบร้อย  

โซนแต่งตัว แบบ Walk-in Closed   Built-in ตู้เสื้อผ้า ชั้นเก็บของมาให้เรียบร้อยลงตัว   

2 Bedroom  118 ตรม.  Design  by Oly by Olivia Living    

 ความพิเศษของห้องนี้  คือพื้นที่ ที่สมาชิกในครอบครัว มีพื้นที่สำหรับตัวเองและกิจกรรมร่วมกันได้   Oly by Olivia ได้นำเสนอ แนวคิด ‘The Curated Cocoon’ — Modern Organic ที่ผสานความทันสมัยของคนเมืองกับความสงบตามธรรมชาติ  ให้ผู้อยู่อาศัยในห้องได้มี พื้นที่ส่วนตัวได้อย่างสบายและไม่รบกวนกันและกัน  ห้องนี้มี Space ที่เพิ่มขึ้นจากห้อง Multi Purpose และส่วนของระเบียงที่สามารถเปิดและปิดได้แบบ Semi Outdoor    ทำให้ Zone Living  ดูโอ่โถงมากขึ้น  

โต๊ะทานข้าวไม้แบบ 6 ที่นั่ง  ถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว ที่จุดนี้  ยังสามารถทานข้าวไปเปิด TV ไปเพื่อรับชมรายการโปรดไปพร้อมกันได้ด้วย    

ส่วนของครัวก็ใกล้เคียงกับห้องแรกคือ ให้อุปกรณ์ ต่างๆมาครบ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ เตาและเครื่องดูดควัน Combi Oven  แต่จะไม่มีส่วนของ Island มาให้สำหรับห้องนี้  

ถ้าถามว่าชอบโซนไหนมากที่สุดในห้องนี้  ก็น่าจะเป็น Living Area  ที่เปิดโล่ง  จากระเบียงแบบ Semi Outdoor  ทำให้ไม้อึดอัด  Oly by Olivia Living  ได้ ตกแต่งผนังฝั่งทีวีด้วยไม้สีโทนอ่อน  พร้อมตู้วางทีวีสีขาวแต่เพิ่มลูกเล่นด้วย ชุดไฟ Ambiance ที่เหมือนเตาผิง เพิ่ม Mood ให้รู้สึกเหมือนบ้านที่อบอุ่น  

เพิ่มความหรูหราแต่สุดสบายด้วย โซฟา Marlin จาก Four Hands ที่สะท้อนความงามแบบ modern ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ระยะจากทีวีและโซฟา ค่อนข้างไกลมาก สามารถ ติดตั้งทีวีขนาด  75-85 นิ้ว ได้เลย เต็มๆตาพอดี    

  พื้นที่ระเบียง ที่ให้เราได้ใช้งานได้จริงๆ  ได้ออกมานั่งจิบกาแฟ หรือ อ่านหนังสือ ชมวิวเมือง แบบที่ไม่ต้องกังวลกับเรื่องแสงแดด และฝุ่นควัน  หรือหาก อยากจะเปิดเพื่อรับลม ก็สามารถเปิดกระจกบานสไลด์ได้ ราวกันตก เป็นกระจกหนา ดูแข็งแรงและปลอดภัยมากเช่นกัน  

 สำหรับห้องนี้เชื่อว่าคนที่ตัดสินใจซื้อ ก็เพราะต้องการพื้นที่ที่มากขึ้น อย่างห้อง Multi-Purpose เอง ก็ให้พื้นที่สำหรับนั่งทำงาน  หรือประชุมแบบส่วนตัวได้  มีประตูกระจกสไลด์ เพิ่มความส่วนตัวได้ ภายในห้องยังเดินระบบแอร์แบบ CassetteType  มาให้เรียบร้อย  เช่นเดียวกับภายในห้องนั่งเล่นและห้องนอนจะติดตั้ง ระบบปรับอากาศ VRV แบบ Concealed Type มาให้เรียบร้อย 

สำหรับห้องนอนเล็กก็ยังคงให้พื้นที่ที่ดีมากๆเช่นกัน  มีห้องน้ำในตัว  ทีเป็นแบบ Double Access   พร้อม Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่  วางเตียงขนาด Queen Size แล้วยังมีพื้นที่ เหลือๆ จะใช้เป็นห้องนอนลูกเล็กหรือลูกคนโต ก็อยู่ได้ยาวๆจนจบมหาวิทยาลัย สบายๆ 

 Master Bedroom  เมื่อเข้ามาสัมผัสครั้งแรก รู้สึกได้เลยว่า ลึกแหะ   ได้พื้นที่ขนาดใหญ่ แบ่งสัดส่วนการใช้งานได้อย่างดี วางเตียงแบบ King Size  มาให้ แต่ก็ยังเห็นได้ว่า มีพื้นที่เหลือๆ  ตู้เสื้อผ้าแบบ 4 ตอน หน้าบานเป็นกระจกสีชา โครงสร้างลายไม้ ช่วยให้ Mood โดยรวมดูอบอุ่น   ระยะปลายเตียง เดินเข้าออกสะดวก  สามารถติด ทีวี ที่ผนัง เผื่อต้องการ ดูทีวีแบบส่วนตัวในห้องนอนบนเตียงได้  

ภายในห้องน้ำได้ พื้นที่ดีมากๆ อ่างล้างหน้าแบบ His&Her  เพื่อให้สะดวก ในเวลาเร่งรีบ สามารถใช้งานพร้อมๆกันได้   

ตรงนี้ติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่มาให้ด้วย ซึ่งเต็มตาดีมากๆ  ชุด Counter ปิดผิวด้วยหินอ่อน Ice Jade Marble และตู้ Cabinet  เก็บของใต้อ่าง  

ห้องนี้ได้อ่างอาบน้ำ Full Size  ของ I-Spa  พร้อมติดตั้ง Shower และ Rain Shower  ระบบน้ำร้อน น้ำเย็น มาให้เรียบร้อย  มีการแบ่งส่วนเปียก ส่วนแห้ง ด้วยกระจกเทมเปอร์หนาพิเศษ  

 ถ้าจะต้องตัดสินใจเลือกห้องนี้ ก็เพราะว่าความพิเศษของพื้นที่ในห้องเลย น่าจะเหมาะกับครอบครัวที่ชอบใช้เวลาในห้องที่มากขึ้น มีพื้นที่ส่วนตัวได้เพิ่มขึ้น   ซึ่งถ้าจะถามว่าชอบห้องไหนกว่ากัน กับ 2 ห้องที่ได้ดูมาแล้ววันนี้ ก็ต้องบอกว่า ชอบไปคนละแบบ มีดีไปคนละแบบขึ้นอยู่กับความต้องการการใช้พื้นที่และ Budget  ของครอบครัวแล้วล่ะ  

ที่ ROMM Convent   ก็ยังมีห้องแบบ Penthouse  ขนาด 418-468   ซึ่งอยู่บนชั้น 28 และ 29  ได้ข้อมูลมาว่า ยังมีเหลืออยู่อีก 1 ห้อง ณ วันนี้  

Conclusion  

ROMM Convent   ได้นำเสนอความแตกต่างให้กับตลาด Luxury Residences  เพราะด้วย DNA  ของ Proud Real Estate  ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับเรื่อง Wellness  ซึ่งเป็น Mega Trend  ของยุคสมัยนี้ ที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ Wellness & Longevity Living  สุขภาวะที่ดี ความเป็นอยู่ที่ส่งเสริมให้ชีวิตยืนยาว  ซึ่ง ROMM Convent  ตอบโจทย์ เรื่องนี้ได้ดีที่สุด  ด้วยการดึงศักยภาพของทำเล ที่อยู่บนถนนคอนแวนต์ ตรงข้ามโรงพยาบาล BNH  การสร้างความร่วมมือของ PROUD และ BNH  และ เครือ BDMS  ช่วยให้ลูกบ้านที่นี่ได้รับสิทธิพิเศษ ในการดูแลเป็นลูกค้าระดับ  BNH LOYAL HERITAGE PRIVILAGE ที่มีสิทธิในการได้รับการรักษาจากแพทย์ระดับ A-List  และส่วนลดมากมาย    และ  Health Butler  ผู้ช่วยด้านการดูแลสุขภาพ คอยช่วยประสานงาน และคอยดูแลด้านสุขภาพ ตั้งแต่การให้คำแนะนำเบื้องต้น นัดหมายแพทย์ ประสานผู้เชี่ยวชาญ จัดส่งยา จัดหานักกายภาพ พยาบาลดูแลคุณแม่หลังคลอด ไปจนถึงช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน 

PROUD  ยังทำระบบเชื่อมกับ BeDee by BDMS สำหรับ Teleconsultation และ Telepharmacy ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงบริการกำหนดอาหารจากนักโภชณาการ และมีบริการให้คำปรึกษาจากจิตแพทย์ด้วย 

ที่นี่คืออีก 1 โครงการระดับ Masterpiece ของ PROUD  Real Estate   ที่ต้องการนำเสนอถึงความจริงจังในการสร้างโครงการที่ช่วยให้ลูกบ้านมีสุขภาพที่ดี ในสิ่งแวดล้อมที่ดี  ทำให้คำว่า  All is Well  เป็นสิ่งที่จับต้องเป็นรูปธรรมได้  

ถ้าถามว่าที่นี่เหมาะกับใคร ส่วนตัวก็อยากจะบอกว่ากับทุกคน (ที่มีเงิน)  เพราะไม่ง่ายที่จะหา Wellness Residences บนทำเลแบบนี้ กับรูปแบบโครงการ ที่มี Facility สิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้น ให้เราได้กลับมาถึงแล้ว Recharge  พลังด้วยสิ่งที่โครงการเตรียมไว้ให้แบบนี้  และสิทธิในการได้รับบริการด้านสุขภาพที่สะดวกและสุด VVIP แบบนี้  ที่สำคัญที่นี่จะเป็นสินทรัพย์ที่มีแต่จะเพิ่มมูลค่าในระยะยาว เพราะเรารู้กันดีว่าทำเลสีลม สาทรแบบนี้ มีแต่มูลค่าเพิ่ม   

ROMM Convent  จาก PROUD REAL ESTATE  พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้  

  • 1 Bedroom 48 ตร.ม. เริ่ม 12.9 ล้านบาท  
  • 2 Bedroom 96.95 ตร.ม. ราคาเริ่ม 24.9 ล้านบาท  
  • 2 Bedroom 118 ตร.ม. ราคาเริ่ม 29.9 ล้านบาท    

เข้าชมห้องตัวอย่าง ตึกจริงและพร้อมเข้าอยู่ได้แล้ววันนี้ และลูกค้าจากเพจ Prop2Morrow รับส่วนลดเพิ่ม 200,000 บ.* 

รายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายเยี่ยมชมโครงการ https://bit.ly/4cTk5U2 

โทร 02 035 0999 

𝐋𝐢𝐧𝐞 𝐨𝐟𝐟𝐢𝐜𝐢𝐚𝐥 : https://lin.ee/EL04uEL 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 

#Proudrealestate #LiveWellLife #CBDRetreatResidences #RommConvent #รมย์คอนแวนต์  

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ จับมือ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง