“พญาไท–สะพานควาย” ทำเลทองเมืองชั้นใน เชื่อมงาน–ราชการ–การแพทย์–ไลฟ์สไตล์ ดันดีมานด์คอนโดฯโตสู่ตลาดลักชัวรี

หากพูดถึงทำเลที่สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ เข้ากับโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำเลย่านพญาไท–อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ–สนามเป้า–อารีย์–สะพานควาย ถือเป็นหนึ่งในทำเลที่มีศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ โดยจุดสนใจคือทำเลนี้ไม่ได้เติบโตจาก “รถไฟฟ้า” เพียงอย่างเดียว แต่เติบโตจากการเป็นโซนที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองที่เชื่อมต่อแหล่งงาน ศูนย์ราชการ โรงพยาบาล สถานศึกษา และย่านธุรกิจ เข้าด้วยกัน ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนทำงาน คนรุ่นใหม่ และนักลงทุน ท่ามกลางข้อจำกัดด้านที่ดินและต้นทุนการพัฒนาที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้โครงการใหม่ในย่านนี้มีแนวโน้มขยับสู่เซ็กเมนต์ระดับกลางบนถึงลักชัวรีมากขึ้น

ความน่าสนใจของพื้นที่ย่านนี้ไม่ได้อยู่ที่การมีแนวรถไฟฟ้า BTS พาดผ่าน แต่เป็นทำเลที่มี “โครงสร้างเมือง” ค่อนข้างครบ ทั้งที่อยู่อาศัย แหล่งงาน โรงพยาบาล สถานศึกษา อาคารสำนักงาน หน่วยงานราชการ ร้านอาหาร คาเฟ่ และศูนย์การค้า ขณะที่การพัฒนาโครงข่ายระบบรางบริเวณกรุงเทพฯ ตอนเหนือและย่านบางซื่อ ยิ่งเพิ่มความสำคัญให้กับพื้นที่ในฐานะจุดเชื่อมต่อระหว่าง CBD กับกรุงเทพฯ ตอนเหนือ

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตามแนวเส้นทางพญาไท–สะพานควายยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่ได้แรงหนุนจากข้อจำกัดของราคาที่ดินในเมืองที่มีราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ความสะดวกในการเดินทาง และฐานดีมานด์ทั้งจากผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและนักลงทุนที่มองหาทำเลซึ่งมีศักยภาพด้านการปล่อยเช่าในระยะยาว โดยกลุ่มเป้าหมายมีทั้งพนักงานออฟฟิศ,กลุ่มแพทย์-พยาบาล,กลุ่มข้าราชการ,กลุ่มกำลังซื้อระดับกลาง-บน และลักชัวรี,นักลงทุน

 

พญาไท ทำเล “Gateway สู่ใจกลางกรุงเทพฯ”จุดตัด BTS–Airport Rail Link ดันศักยภาพที่อยู่อาศัย–สำนักงาน–ตลาดเช่าโต

หากพูดถึงทำเลที่สามารถเชื่อมต่อ “ใจกลางกรุงเทพฯ” เข้ากับสนามบินและพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือได้ภายในจุดเดียว “พญาไท” ถือเป็นหนึ่งในทำเลที่มีความโดดเด่นมากที่สุด จุดแข็งของพญาไทไม่ได้เกิดจากการมีรถไฟฟ้า BTS เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเป็นจุดเชื่อมต่อของ BTS สายสุขุมวิท, Airport Rail Link และถนนพญาไท ทำให้สามารถเดินทางเข้าสู่สยาม ราชประสงค์ อโศก สุขุมวิท รวมถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

ในอนาคตสถานีพญาไทยังเป็นแนวเส้นทางของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยใช้โครงสร้างและแนวเส้นทางเดิมของ Airport Rail Link เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ พร้อมก่อสร้างทางรถไฟขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร เพิ่มอีก 2 ช่วง ได้แก่ พญาไท–สนามบินดอนเมือง และลาดกระบัง–สนามบินอู่ตะเภา โดยใช้เขตทางของการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นหลัก รวมระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร และมีผู้ให้บริการเดินรถรายเดียวตลอดเส้นทาง

ในมุมอสังหาริมทรัพย์ ความได้เปรียบด้าน Connectivity นี้ ทำให้ย่านพญาไทมีฐาน Demand ที่หลากหลาย ทั้งผู้พักอาศัยจริง นักลงทุน ผู้เช่าในย่านธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา และชาวต่างชาติ

โดยย่านพญาไทถือเป็นอีกหนึ่งทำเลของตลาดคอนโดฯที่มี Supply สะสมค่อนข้างมาก ทั้งคอนโดฯที่กำลังจะก่อสร้างใกล้จะแล้วเสร็จและโครงการเก่าที่เจ้าของมีการประกาศขายจำนวนหลายพันรายการ ราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรเกิน 1 แสนบาท

ที่สำคัญตลาดคอนโดฯย่านพญาไทไม่ได้พึ่ง Demand จากกลุ่มเดียว เพราะประกอบด้วยหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มคนทำงาน CBD ในสยาม ราชประสงค์ เพลินจิต อโศก และสุขุมวิท สามารถใช้ BTS เชื่อมต่อจากพญาไทได้สะดวก,กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่พญาไท–ราชเทวี–อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายแห่ง ซึ่งเป็นทั้งกลุ่มผู้ซื้อและฐานผู้เช่าที่สำคัญของย่าน และกลุ่มนักศึกษา โดยทำเลนี้สามารถเชื่อมต่อมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาหลายแห่งได้ง่าย ทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ราชเทวี–พญาไท,กลุ่มExpat และนักธุรกิจต่างชาติ

โดยดีเวลลอปเปอร์รายแรกๆที่เข้ามาบุกเบิกพัฒนาโครงการตึกสูงในย่านนี้นานกว่า 17ปี คือ กลุ่ม AP Thailand ที่เริ่มบุกเบิกทำเลนี้ตั้งแต่ปี 2552 ปัจจุบันมีโครงการหลักที่อยู่ในย่านพญาไทและพื้นที่ใกล้เคียงที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างน้อย 5 โครงการ ได้แก่ THE ADDRESS พญาไท, RHYTHM รางน้ำ, THE ADDRESS สยาม-ราชเทวี, ASPIRE วิภา-วิคตอรี่ และ THE ADDRESS สยาม

ส่วนอีกหนึ่งดีเวลลอปเปอร์ที่มีโปรเจ็กต์ในทำเลนี้มากที่สุด คือ กลุ่มออริจิ้นฯ ที่ได้เปิดตัวโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส  One Origin Phayathai เข้ามาเติมเต็มศักยภาพของย่าน โดยเป็นโครงการที่เกิดจากการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โตคิว แลนด์ เอเชีย จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย ออฟฟิศ,ร้านค้าปลีก และโรงแรม มูลค่าโครงการประมาณ 3,600 ล้านบาท ภายในโครงการมีโรงแรมในเครือ IHG จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ Hotel Indigo และ Holiday Inn รวมทั้ง Healthcare แบรนด์ Origin Healthcare ส่วนพื้นที่ร้านค้ามี Starbuck และ Gin Kitchen ตั้งอยู่ติดกับ Hampton Residence Phayathai นอกจากนี้ยังมีโครงการ Park Origin Phayathai คอนโดมิเนียมไฮไรส์ระดับลักชัวรี สูง 35 ชั้น จำนวน 551 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ มีพื้นที่จอดรถประมาณ 51%

ด้านโครงการใหญ่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและมีแผนจะสร้างเสร็จพร้อมทยอยโอนในช่วงปลายปีนี้  และจะเปิดให้ลูกค้าได้ชมตึกจริงในวันที่ 26-27 กันยายนที่ผานมา คือ SHUSH Ratchathewi เป็นคอนโดฯระดับลักชัวรีไฮไรส์ สูง 32 ชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน 5 ชั้น จำนวน 383 ยูนิต พัฒนาโดยบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บนที่ดินประมาณ 2 ไร่ ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง BTS ราชเทวีและพญาไท  ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยประมาณ 245,000 – 255,000 บาทต่อตารางเมตร  โดยที่ดินแปลงนี้เดิมเป็นของกลุ่มไรมอนแลนด์ที่ได้วางแผนพัฒนาเป็นคอนโดฯแบรนด์ The Lofts Ratchathewi ในช่วงประมาณปี 2562 ก่อนจะล้มเลิกโครงการไปและขายที่ดินให้กับแสนสิริ

ส่วนอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างเช่นกัน คือ  The Quarter Hotel Phayathai เป็นโรงแรมในเครือกลุ่มเออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป หรือ UHG พัฒนาเป็นอาคารสูง 8 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน 2 ชั้น จำนวน 1 อาคาร มีจำนวนห้องพัก 180 ยูนิต บนที่ดินประมาณ 1 ไร่ที่เช่าระยะยาว 30 ปีจากกลุ่มพฤกษา เรียลเอสเตท จํากัด (มหาชน) ที่เคยมีแผนพัฒนาที่ดินแปลงนี้เป็นเป็นคอนโดมิเนียมหรูแบรนด์ The Reserve Phayathai แต่ไม่ผ่าน EIA จึงได้พับแผนโปรเจ็กต์นี้ไป ก่อนที่จะมีการปิดดีลผ่านบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์อย่าง JLL ในช่วงต้นปี 2566

 

“อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” Transportation Hub + Medical Hub ศูนย์กลางชีวิตเมือง เชื่อมย่านการแพทย์กลางกรุง จากรถไฟฟ้าสู่โรงพยาบาล

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นอีกหนึ่งโซนที่โครงการอสังหาฯเปิดตัวหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังเป็นย่านศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub)ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพราะย่านนี้ถือเป็นแหล่งรวมบุคลากรทางการแพทย์นับหมื่นคน และโรงพยาบาลชั้นนำจำนวนมาก อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลโรคไตภูมิราชนครินทร์ สถาบันโรคผิวหนัง โรงพยาบาลสงฆ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี (ใกล้เคียงย่านตึกชัย) และโรงพยาบาลพญาไท 1 และ พญาไท 2 เป็นต้น โดยล่าสุดกรุงเทพมหานคร (กทม.)ได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์และสร้าง Skywalkราชวิถี  รอบอนุสาวรีย์ชัยฯเชื่อมต่อ 4 เกาะเป็นวงกลมครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปีเพื่อเชื่อมย่านการแพทย์ใจกลางกรุง โดยพร้อมเปิดใช้งานเฟสแรกต้นเดือนตุลาคมนี้ พร้อมปรับสะพานลอยเดิมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

โดยออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อคนทุกกลุ่ม ชูทางเดินกว้าง 4 เมตร เว้นพื้นที่โล่งไร้ต้นไม้ประดับ ให้รถเข็นและเตียงผู้ป่วยสัญจรได้รวดเร็ว ปลอดภัย พร้อมติดลิฟต์ 4 จุด และแผ่นเบรลล์บล็อกตลอดสาย ด้านพื้นผิวใช้วัสดุ PU โรยทรายกันลื่น มาตรฐานเดียวกับสะพานเขียว ทนทาน ดูแลรักษาง่าย เชื่อม BTS สู่ 5 สถานพยาบาลใหญ่  ประกอบด้วย โรงพยาบาลราชวิถี,โรงพย่บาลพระมงกุฎเกล้า, สถาบันเด็กฯ, สถาบันโรคผิวหนัง และโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน

ในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและไลฟ์สไตล์ ทำเลอนุสาวรีย์ชัยฯ–รางน้ำ มีศูนย์การค้าและแหล่งกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มความครบครันให้กับการอยู่อาศัยในพื้นที่ โดยมีห้าง Century The Movie Plaza ติดกับ BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บนพื้นที่กว่า 50,000 ตารางเมตร เป็นอาคารสูง 8 ชั้น ครบทั้งโซนพลาซ่า โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร คาเฟ่ และ Co-working Space พร้อมรองรับที่จอดรถกว่า 550 คัน ขณะเดียวกันในซอยรางน้ำยังมีห้าง King Power Rangnam ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของย่านมีทั้งศูนย์การค้าและดิวตี้ฟรีครบวงจรใจกลางกรุงเทพฯ ภายในรวบรวมสินค้าแบรนด์ชั้นนำ ร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงละครอักษรา ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพของย่านให้ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน และการท่องเที่ยวในพื้นที่เดียวกัน

อีกองค์ประกอบที่ช่วยเติมเต็มศักยภาพของทำเล คือโรงแรม 515 Victory Hotel โรงแรมบูติกสไตล์โมเดิร์นใจกลางกรุงเทพฯ ติดรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีห้องพักประมาณ 65 ยูนิต และรายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว ที่รองรับทั้งนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางเข้ามาทำธุรกิจในใจกลางกรุงเทพฯ

ส่วนตรงทางเข้าปากซอยรางน้ำ กำลังจะโครงการโรงแรมผุดขึ้นมาใหม่อย่าง Origin Hotel Bangkok Victory Monument อาคารสูง 7 ชั้น จำนวน 238 ห้องพัก พัฒนาโดยบริษัท วัน ออริจิ้น เอสพีวี 4 จำกัด ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการขอและพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA

ด้านโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดฯที่เปิดตัวในโซนนี้ส่วนใหญ่เป็นโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แต่ยังมีห้องชุดเหลือขายอยู่  คือ โครงการ IDEO Q Victory สูง 39 ชั้นรวม 348 ยูนิต พัฒนาโดยกลุ่มอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ตั้งติดถนนพญาไทและติดรถไฟฟ้า BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมถึงอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า Century The Movie Plaza

ส่วนในพื้นที่ถนนรางน้ำ มีโครงการ Rhythm Rangnam เป็นคอนโดฯไฮไรส์สูง 28 ชั้นจำนวน 385 ยูนิต พัฒนาโดยกลุ่มเอพี ไทยแลนด์  และโครงการ The Extro พญาไท-รางน้ำ เป็นคอนโดฯสูง 33 ชั้นจำนวน 411 ยูนิต บนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ พัฒนาโดยบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) โครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ตั้งแต่ปี 2567 ตั้งอยู่ติดสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท

 

“อารีย์” จาก “Residential” สู่ Lifestyle & Business District กลางเมือง

“อารีย์” ถือเป็นหนึ่งในทำเลที่อยู่อาศัยระดับคุณภาพของกรุงเทพฯ ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนจากการผสมผสานระหว่างย่านพักอาศัยดั้งเดิมกับไลฟ์สไตล์เมืองสมัยใหม่ เชื่อมต่อย่านธุรกิจสำคัญได้สะดวกผ่านรถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์ และด้วยข้อจำกัดของที่ดินและ Supply ใหม่ที่มีไม่มาก ย่านอารีย์จึงเป็นทำเลที่ยังคงรักษาระดับความต้องการอยู่อาศัยไว้ได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานระดับกลางถึงบน ผู้บริหาร และผู้ซื้อที่มองหาที่อยู่อาศัยใกล้ใจกลางเมือง ส่งผลให้โครงการคอนโดฯและที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมในพื้นที่ยังมีโอกาสรักษามูลค่า และสะท้อนภาพของอารีย์ในฐานะหนึ่งใน Prime Residential Location ที่มีทั้งศักยภาพด้านการอยู่อาศัยและการลงทุนในระยะยาว

ในอดีต”อารีย์”ถือเป็นย่านพักอาศัยที่มีชุมชนดั้งเดิม แต่การขยายตัวของอาคารสำนักงาน ธุรกิจบริการ ร้านอาหาร คาเฟ่ และโครงการคอนโดฯทำให้พื้นที่พัฒนาไปสู่รูปแบบ Mixed-use Urban Neighborhood มากขึ้น ว่งผลให้ปัจจุบันอารีย์มีภาพลักษณ์เป็นย่านที่ผสมผสานระหว่าง “การอยู่อาศัย–การทำงาน–ไลฟ์สไตล์” ได้อย่างลงตัว

โดยโครงการคอนโดฯที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอยู่ในตอนนี้ คือ โครงการ Via Ari ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เป็นคอนโดฯลักชัวรีไฮไรส์สูง 27 ชั้น มีเพียง 114 ยูนิต พร้อมวางรูปแบบโครงการให้เป็นคอนโดฯ Pet Friendly และมีที่จอดรถมากถึง170% ตั้งอยู่ใจกลางซอยอารีย์ 1 ห่างจาก BTS อารีย์เพียง 100 เมตร ราคาเริ่มต้น 19.99 ล้านบาท

ส่วนบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มีโครงการคอนโดฯพร้อมอยู่ที่อยู่ระหว่าการขาย 1 โครงการ คือ Nue Evo Ari เป็นคอนโดฯไฮไรส์ สูง 42 ชั้นรวม 497 ยูนิต พร้อมอาคารจอดรถสูง 10 ชั้นอีก 1 อาคาร มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 30.20–56.10 ตารางเมตร สร้างเสร็จช่วงต้นปี 2568 ปัจจุบันราคาขายเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท

ด้านบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เลือกลงทุนแบบเจาะช่องว่างในตลาดด้วยการเปิดตัวบ้านเดี่ยวระดับอัลตราชักชัวรีอย่าง VI ARI ใจกลางซอยอารีย์ 3 มีจำนวนจำกัดเพียง 6 หลังเท่านั้น เพื่อเน้นความเป็นส่วนตัว ราคาขายเริ่มต้นประมาณ 82–95 ล้านบาท

 

“สะพานควาย” ทำเลเปลี่ยนผ่านจากย่านดั้งเดิม สู่ Residential Hub แห่งใหม่บนพหลโยธิน

“สะพานควาย” เป็นอีกหนึ่งทำเลที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมที่มีภาพจำเป็นย่านพักอาศัยและชุมชนดั้งเดิม ปัจจุบันพื้นที่เริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ย่านที่อยู่อาศัยเมืองอย่างชัดเจน ตามการเข้ามาของโครงการคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน ร้านอาหาร คาเฟ่ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้ทำเลสะพานควายมีฐานดีมานด์ที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มคนทำงาน ผู้เช่า และผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง

 

โดยโครงการคอนโดฯที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในย่านนี้ตอนนี้  คือ IDEO Merge Saphan Khwai ของกลุ่มอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ฯตั้งอยู่ติด BTS สะพานควาย 0 เมตร และใกล้โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน  หรือชื่อเดิมเป็นโรงพยาบาลเปาโล สะพานควาย มีจุดเด่นของการออกแบบให้เป็นห้อง Vertical Villa เพดานสูงถึง 5 เมตร เริ่มต้น 3.79 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้พื้นที่ดังกล่าวอนันดาฯเคยวางแผนพัฒนาเป็นคอนโดฯในชื่อ ไอดีโอ คิว พหล-สะพานควาย แต่ได้ยกเลิกการพัฒนาโครงการไปเมื่อปี 2562 พร้อมคืนเงินจองให้ลูกค้าทั้งหมด เนื่องจากมีการตั้งราคาขายสูงจนเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ยาก ก่อนกลับมาพัฒนาโครงการใหม่อีกครั้งในปลายปีนี้

 

ขณะที่บนถนนประดิพัทธ์มี The Reserve Phahol – Pradipat เป็นคอนโดฯหรูระดับไฮไรส์ สูง 29 ชั้น จำนวน 260 ยูนิต พัฒนาโดยบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) สร้างเสร็จเมื่อปี 2563 ตั้งอยู่ห่างจาก BTS สะพานควายประมาณ 500 เมตร ปัจจุบันราคาขายเริ่มต้น 4.59 ล้านบาท และมียอดขายแล้วประมาณ 92%

นอกจากนี้กลุ่มพฤกษาฯยังได้เปิดตัวโรงพยาบาลวิมุต สะพานควาย ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน ใกล้แยกสะพานควาย บนพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ตัวอาคารสูง 18 ชั้น เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 รองรับการรักษาทั้งโรคทั่วไปและโรคซับซ้อน อาทิ โรคหัวใจและกระดูก  ส่วนการก่อสร้างโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เฟส 2 บนพื้นที่ 4 ไร่ติดกับเฟสแรก เพื่อเพิ่มจำนวนเตียงเป็นประมาณ 500 เตียง จากปัจจุบันที่ให้บริการอยู่ 220 เตียง เพื่อให้โรงพยาบาลแห่งแรกบนถนนพหลโยธินเป็นโครงการแฟลกชิป และทำให้แบรนด์ “วิมุต” เป็นที่รู้จัก มีอิมแพ็กตในตลาด Medical & Healthcare และเป็นฮับที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ภาพรวมของทำเล “พญาไท-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ–อารีย์–สะพานควาย” สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใจกลางกรุงเทพฯ ตั้งแต่คอนโดมิเนียม High Rise ระดับกลางไปจนถึงลักชัวรี บ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury โรงแรม ศูนย์การค้า และโครงการ Mixed Use โดยแต่ละพื้นที่มีจุดเด่นแตกต่างกัน แต่มีปัจจัยร่วมสำคัญคือการเกาะแนวรถไฟฟ้า BTS และระบบขนส่งมวลชนหลัก ซึ่งช่วยเชื่อมต่อเข้าสู่ย่านธุรกิจ แหล่งงาน และพื้นที่พาณิชยกรรมของกรุงเทพฯ ได้สะดวก

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ จับมือ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง